Get Adobe Flash player

โฮม คัมมิ่ง ส่องวิถีไทย 4 ไปกับซีมายไทยแลนด์ เรื่อง.... วัลลภา ดิเรกวัฒนะ, สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์ ภาพ.... บุญญลักษณ์ เจริญกิจการ

Font Size:

อาจารย์ณรงค์ชัย (กบ) โตอินทร์ แห่งศูนย์เรียนรู้บ้านพระพิมพ์เมืองสุโขทัย เลขที่ 51/7 หมู่ 8 บ้านเชตุพน ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย โทรศัพท์ 089-643-6219,081-197-0535 เป็นสถานที่รวบรวมศิลปะโบราณรากฐานแห่งชนชาติลักษมณศิลป์ เพื่อเรียนรู้การพิมพ์พระเครื่อง...

(ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว)

อาจารย์กบ บอกกับพวกเราว่า ผมเรียนจบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จังหวัดพิษณุโลก สาขาช่างกลโรงงาน พอเรียนจบองค์กรของรัฐจ้างงาน ได้ไปทำหลายจังหวัด...

ครั้งหนึ่งไปสำรวจแหล่งน้ำที่กาญจนบุรี เพราะดูแผนที่เป็น จากความรู้สมัยที่เป็นทหารเกณฑ์ เพราะลุงอยากให้หลานเป็นทหารรับใช้ชาติสักหนึ่งคน

ที่เมืองกาญจน์ผมได้พบกับภรรยา คุณญาณภัทร์ เรามาสร้างครอบครัวที่สุโขทัย ภรรยาชอบค้าขาย ส่วนผมชอบสร้าง ชำนาญเรื่องพระพิมพ์ที่ทำเป็นตั้งแต่เด็ก เรียนรู้จากอาจารย์หลายคน เอามาผสมกันใช้เทคนิคคมชัด เผาให้มีสีสันสวยงาม

ผมทำพระพิมพ์ บรรยายประวัติเป็นภาษาไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เอาใส่ซอง ไปฝากขาย 2-3 ร้าน ราคา 20 บาท ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ขายได้หนึ่งองค์ น่าแปลกที่คนซื้อเป็นแอฟริกัน-อเมริกัน ไม่ใช่ชาวเอเซีย ผมคิดว่าเราสองคนรอดแล้วที่มีลูกค้า จึงขยายตลาดและปรับปรุงใหม่ เอาพระพิมพ์ใส่กรอบไม้ ได้รับการต้อนรับดีมาก เดือนหนึ่งได้ 4-5 พันบาท ทำต่อไปจนเริ่มนิ่ง ค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้น

ผมเข้าร่วมกับโอท็อป ตามไปขายต่างจังหวัด แต่งานพระพิมพ์ไม่เหมือนของกินของใช้ คนสนใจไม่กว้าง ไม่คุ้ม ก็เลยออกจากโอท็อป ทำงานที่บ้านเพื่อให้เขามาหาเราบ้าง ไปฝากขายตามจุดต่างๆ

จนกระทั่งองค์การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ชวนไปประชุม ผมปรึกษาสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุโขทัย ซึ่งให้คำแนะนำด้านการตลาด ทำแพคเกจนำไปขายที่อุทยานก็ดีขึ้น และถามผมว่านักท่องเที่ยวเข้ามาเรียนรู้ด้านทำพระพิมพ์ได้ไหม แรกๆ ผมไม่เชื่อว่าความรู้ของเราจะถ่ายทอดให้กับนักท่องเที่ยวได้

เริ่มจากคณะอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกว่าเราทำได้ แต่ให้ปรับเปลี่ยนนิดหนึ่ง คุณญาณภัทร์ไปดูงาน ได้เรียนรู้ตัวอย่างที่ดีแล้วนำมาพัฒนาที่บ้าน เปิดศูนย์เรียนรู้บ้านพระพิมพ์เมืองสุโขทัย ตอนแรกสร้างเป็นหอศิลป์ง่ายๆ ไม่ใช้ทุนมาก พื้นเป็นดิน ปรับปรุงทีละนิดละหน่อย ตั้งชื่อว่า หอศิลปะพระพิมพ์เมืองสุโขทัย ศูนย์การเรียนรู้บ้านพระพิมพ์ เมืองสุโขทัย

นักท่องเที่ยวได้พิมพ์พระลีลาถ้ำหีบ ซึ่งมีความอ่อนช้อยงดงามด้วยศิลปะสุโขทัยและเขียนชื่อไว้ที่ด้านหลังองค์พระพิมพ์ ลองยิงธนูแบบโบราณ ปรากฏว่าได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยว ที่ได้ทำกิจกรรมด้วยฝีมือตนเอง กับงานที่มีเอกลักษณ์ของท้องถิ่น โดยเฉพาะการพิมพ์พระ รวมถึงลวดลายโบราณ รูปสัตว์และดอกไม้ ไว้รองรับนักท่องเที่ยวต่างศาสนา

เมื่อทำเสร็จแล้ว ก็เผาเป็นชิ้นงานดินเผาในเวลารวดเร็ว นักท่องเที่ยวได้รับเป็นของที่ระลึก เป็นแนวทางกระจายรายได้สู่คนในชุมชน กระจายงานเมื่อมียอดสั่งพระพิมพ์เป็นจำนวนมาก มุ่งหวังให้เกิดความยั่งยืนจากการท่องเที่ยวร่วมกับชุมชน

ตอนนั้นผมอายุ 35 ปี ผมคิดว่าชีวิตคนได้แค่ 60 ปี แล้ว 30 ปี ที่เหลือจะอยู่กับอะไร สรุปว่าชีวิตผมรักพระพิมพ์มากที่สุด มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเดือนละ 4-5 ครั้ง สิ่งที่เขาควรรู้ถึงคติในการสร้างพระในสมัยโบราณ หนึ่ง เพื่อสืบทอดอายุพระศาสนาให้ครบห้าพันปี สอง เพื่อสร้างสมบุญบารมีของเราให้เกิดในชาติหน้า

...คนไทยในต่างประเทศที่ได้นำวัฒนธรรมประเพณีของไทยไปเผยแพร่ ผมขอฝากว่าสุโขทัยเป็นเมืองที่มีความงดงามตามแบบฉบับคนไทย ความเชื่อเรื่องศาสนาอยู่ในสายเลือด อยู่ในดีเอ็นเอทุกอณูของเรา...

...ขอยกข้อความของคุณญาณภัทร์ ซึ่งอวยพร อ.กบ เนื่องในวันเกิด 8 กุมภาพันธ์ ก่อนหน้าพวกเราไปเยือนวันเดียว...

 “พ่อเคยบอกว่าชีวิตจะเปลี่ยน แม่มึงจะไม่ตกต่ำถ้าอยู่กับพ่อ เราก็ร่วมสุขร่วมทุกข์กันมานาน ทะเลาะกันบ้างเถียงกันบ้าง แต่สุดท้ายก็อยู่ด้วยกันเหมือนเดิม

วันคล้ายวันเกิด ไม่มีอะไรจะให้นอกจากความรักและหวังดี กินเหล้าให้น้อยลงนิดหนึ่ง จะได้อยู่กันไปยันแก่ยันเฒ่า ขอให้พ่อมีสุขภาพที่แข็งแรง รักพ่อเน้อ...จำได้ไหมพ่อบอกว่าเราจะไม่รอจนแก่แล้วเราไปเที่ยว แต่เราจะไปเที่ยวกันตอนที่เรายังมีแรง”

...คำว่า ไปเที่ยวกันตอนที่เรายังมีแรง อ.กบจึงขอเชิญชวนคนไทยในต่างแดนได้มาเยือนสุโขทัย มาสู่แผ่นดินแม่ที่เก่าแก่สง่างาม สุโขทัยแสดงความงดงามด้านจิตใจ สถาปัตยกรรมเป็นต้นแบบของปัจจุบันที่รักษาความงามเอาไว้ได้

ต่อให้ไม่ได้มาบ้านผม แต่ได้เหยียบแผ่นดินสุโขทัยก็ถือเป็นมงคลแก่ตัวแล้วครับ

...ได้ฟังเรื่องราวจากอาจารย์กบ แล้วนึกย้อนไปสู่ยุคสุโขทัย

เราก็พบว่าชาวสุโขทัยในสมัยนั้นมีฝีมือในเชิงช่างรอบด้าน ในระดับชั้นครู  

รู้จักการนำดินเหนียวมาปั้นเป็นของใช้ เป็นเครื่องประดับอาคาร เป็นท่อระบายน้ำ รวมทั้งเป็นภาชนะถ้วยโถโอชาม

รู้จักเอาดินเหนียวมาหมัก เอามาแยกวัสดุเจือปนออก มานวดให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว แล้วนำดินเนื้อเหนียวเนียนที่นวดแล้ว มาขึ้นรูปบนแป้นหมุน ทิ้งไว้พอหมาดๆ แล้วนำมาแต่งให้เป็นรูปทรงตามต้องการ ขัดผิวให้เรียบ แล้วทิ้งให้แห้ง จากนั้นนำไปเรียงไว้ในเตาเผา

ค่อยๆ เติมฟืนด้วยไฟอ่อนๆ แล้วค่อยๆ เติมไฟให้ร้อนขึ้น เพื่อให้ดินปรับอุณหภูมิร้อนขึ้นอย่างช้าๆ

ถ้าจู่ๆ เร่งไฟแรงทันที ถ้วยชามในเตาก็จะแตกหมด จึงต้องค่อยๆ ปรับอุณหภูมิ ซึ่งอาจใช้เวลาถึงสองสามวัน จนกว่าดินจะสุกเป็นสีคล้ายอิฐ จากนั้นก็ลดไฟรอให้ไฟดับ ทิ้งไว้จนกว่าเตาเย็น จึงจะเก็บภาชนะที่เผาได้

เสร็จงานตรงนี้ เราก็จะได้เครื่องปั้นดินเผาเบื้องต้น

ต่อเมื่อนำภาชนะที่สุกแล้ว มาทา มาจุ่มลงในของเหลวที่เรียกว่า “น้ำเคลือบ”

ของเหลวที่ว่านี้เป็นประเภทเคลือบขี้เถ้า หินฟันม้า ดินขาว หรือวัสดุที่คล้ายๆ แก้ว บดละเอียดแล้วผสมของเหลว แล้วนำไปเผาอีกครั้ง เมื่อร้อนมากจนส่วนที่เป็นหินละลาย ก็จะเป็นเหมือนเคลือบด้วยแก้วที่แวววาว เกิดเป็นสีต่างๆ ตามแต่วัสดุหรือหินที่นำมาใช้ มีความสวยงาม ทำความสะอาดได้ง่าย และป้องกันการรั่วซึมได้ดีด้วย

เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เรียกว่า เครื่องเคลือบดินเผา

ว่ากันว่า “เครื่องเคลือบดินเผาสุโขทัย” จะออกเป็นสีเขียวหม่น คล้ายไข่กา  จึงถูกเรียกว่าสีเขียวไข่กา ส่งขายไปหลายเมือง รวมถึงอีกหลายๆ ประเทศ

ถือเป็นสินค้าออกยุคแรกๆ ที่สร้างความมั่งมีให้กับชาวนครประวัติศาสตร์แห่งนี้.