Get Adobe Flash player

โฮม คัมมิ่ง ส่องวิถีไทย 6 ไปกับซีมายไทยแลนด์ เรื่อง.... วัลลภา ดิเรกวัฒนะ, สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์ ภาพ.... บุญญลักษณ์ เจริญกิจการ

Font Size:

ช่วงบ่ายของวันหนึ่ง คุณสุริยะ (เอ) สิทธิชัย ชวนไปชมบ้านมะขวิด เลขที่ 214/5 หมู่ 2 ต.เมืองเก่า อ.เมืองสุโขทัย ผู้ร่วมเดินทางไปด้วยมี คุณนภาพร (เจ) สุรเจริญชัยกุล คุณบุญญลักษณ์ (แดง) เจริญกิจการ คุณสุทธิจิตต์ ชื่นพันธุ์ คุณธัญญลักษณ์ พิมพ์สกุล และคุณ โสภณ (แห้ว) ศรีสกุล...

พร้อมด้วย คุณธีระพงศ์ (ตั๊ก) พิชิตกวิน รองผอ.การท่องเที่ยวสำนักงานลอสแอนเจลิสคนปัจจุบัน ได้พูดถึงความรู้สึกที่ดำรงตำแหน่งได้ 5 เดือน ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี อากาศดี แต่ตอนนี้เป็นช่วงปรับตัว ยังคิดถึงบ้านเพราะครอบครัวอยู่เมืองไทย

สำหรับคณะทัวร์ที่มาครั้งนี้เป็นโครงการโปรโมชั่นที่ร่วมมือกับบริษัททัวร์ ซีมายไทยแลนด์ โปรโมทชาวไทยในสหรัฐฯ ให้มาเยี่ยมบ้านและชักชวนชาวต่างประเทศได้มาเที่ยวเมืองไทย

ททท.ทำในเรื่องของชุมชนอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเพื่อความเข้มข้นที่เราจะให้กับนักท่องเที่ยวมีประสบการณ์ เรียกว่า ประสบการณ์ที่ได้เข้าไปสัมผัสวิถีชีวิตของแต่ละชุมชนในเมืองไทย ชุมชนปางห้า เชียงราย มีโฮมสเตย์ ให้นักท่องเที่ยวคณะนี้เข้าไปทำกิจกรรม  ประดิษฐ์รูปภาพในกรอบรูปด้วยกระดาษสา ได้สัมผัสกับประสบการณ์เล็กๆ ในชุมชน...

“บ้านมะขวิด” เจ้าของคือคุณมานพ ยังประเสริฐ ได้รับฉายาเป็น “นักเลงย่าม” เปิดบ้านเป็นแหล่งเรียนรู้ “ย่าม” หรือ “ถุงไก” คือถุงผ้าสารพัดประโยชน์ จะเดินทางก็ใส่เสื้อผ้า นักเรียนนักศึกษาใส่หนังสือไปโรงเรียน ชาวไร่ชาวสวนจะไปไร่นาก็ใส่อาหารไปกิน  เพราะย่ามสะดวกในการถือสะพายใส่บ่าได้อย่างสะดวกสบาย จึงนับว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา คุณมานพได้เก็บสะสมย่าม ทั้งใหม่และเก่าโบราณประมาณหมื่นกว่าใบ ราคาประมาณสองหมื่นกว่าบาท “ย่ามจกของคูบัว” เป็นย่ามของไทย อ.เสาไห้ บางใบมีมูลค่ามากกว่านั้น อายุเกือบสองร้อยปี ย่ามที่ถูกที่สุดราคาพันกว่าบาท

คุณมานพเป็นชาวอำเภออัมพวา จ.สมุทรสงคราม ย้ายมาทำงานบริหารโรงแรมที่สุโขทัยประมาณสิบปี มีโอกาสได้พื้นที่เล็กๆ สร้างบ้านเล็กๆ เพื่อในบั้นปลายชีวิตจะได้ไม่เป็นภาระของใคร ค่อยๆ ทำไป ใช้เวลาประมาณสี่ห้าปีกว่าจะเสร็จเรียบร้อย

สมัยก่อนที่บ้านมีฐานะไม่ค่อยร่ำรวยมาก แม่เก็บเศษผ้ามาเย็บมีลักษณะเหมือนย่ามใส่หนังสือไปโรงเรียน ใช้มาตั้งแต่จำความได้จนถึง ป.5-ป.6 จนถึงชั้น ม.6 ตอนอายุ 17-18 ปี ก็เลยมีความผูกพันกับย่าม และเป็นแรงบันดาลใจให้สะสม ใบแรกซื้อด้วยเงินตัวเอง อายุประมาณยี่สิบกว่าๆ ปัจจุบันอายุห้าสิบกว่าแล้ว เก็บเรื่อยๆ ทีละใบสองใบ ชอบก็ซื้อ ย่ามถูก ย่ามแพง ย่ามใช้จ่ายตลาด ย่ามใช้ทางการ  ย่ามสารพัดนึก ย่ามสารพัดประโยชน์ ย่ามไม่มีแบรนด์ก็ซื้อหมด เก็บไปเก็บมา นับดูได้หมื่นกว่าใบ 

พอเริ่มศึกษา ทำให้รู้ว่าย่ามมีหลายชาติพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นของลาวครั่ง ไทยวน ไทลื้อ นายาง หรือว่าของไทพวน หาดเสี้ยว

ที่สุโขทัย นอกจากมีซิ่นตีนจกแล้ว ยังมีย่ามที่สวยงามอีกชนิดหนึ่ง คือ “ย่ามระแหง” กับ “ถุงแดง” แหล่งทำย่ามสวยของสุโขทัยอยู่ที่ “หาดเสี้ยว” เป็นแหล่งทำซิ่นตีนจกและแหล่งผ้าแหล่งย่าม ก็คิดดูว่าทำอย่างไรจึงจะช่วยเหลือชุมชนได้ แล้วทำไมย่ามมันถึงตาย

วันหนึ่งผมเดินทางไปที่ร้านค้าขายย่าม ที่แขวนไว้ตากแดดจนแห้ง เหมือนไม่มีคนมองมัน สีซีดมาก นึกถึงภาพผ้าที่ถูกทิ้ง วางจนแห้งกรัง ตากแดดตากฝน ผ่านร้อนผ่านหนาว ไม่มีใครสนใจ ผมหยิบย่ามใบนั้นแล้วตามหาจนเจอยายที่ทอย่ามได้...ผมขอให้ยายทำแบบนี้ แล้วผมทำการตลาดให้...จึงเข้าสู่กระบวนการของการส่งเสริมและอนุรักษ์

ในมุมมองของผม คนส่วนมากจะเข้าไปส่งเสริมในเชิงอนุรักษ์ แต่ลืมไปว่า “หัวใจสำคัญของการส่งเสริมคือการตลาด” ยายต้องขายได้แล้วต้องมีสตางค์ ต้องมีกำไรอันนี้หัวใจสำคัญ ผมก็เลยจับย่ามมาเล่นกับกลุ่มเพื่อน โดยคิดถึงแก่นแท้ต่างๆ ที่มาจากย่าม

มาถึงวันนี้ที่ทำให้คนได้รู้ว่าย่ามคือชิ้นงานชิ้นหนึ่งที่เป็นเครื่องประดับอาภรณ์ที่มีความสวยงาม จากราคาใบเพียงไม่กี่ร้อยบาท ปัจจุบันย่ามมีมูลค่าเป็นพันบาท เมื่อตลาดต้องการเราก็นำไปเล่าให้ชุมชนฟัง ต่อยอดในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ช่วยขายให้แล้วนำเงินกลับคืนชุมชน นี่คือสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้

เหตุที่เข้ามาร่วมกับ อพท. เป็นองค์กรพื้นที่พิเศษที่เข้ามาพัฒนาเรื่องการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน และ ททท. ส่งเสริมการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ ทีนี้เราก็มานั่งมองว่าในเรื่องภาพลักษณ์ เขาเปรียบเสมือนโรงงานที่ผลิตสินค้าออกมามากมาย แต่ไม่มีคนเข้าไปจับหรือซื้อไปใช้

ผมก็เลยใช้องค์ความรู้ของผมที่มีอยู่เข้าไปเชื่อมต่อ โดยการเอาไปขาย ทำให้สังคมบนโลกรู้ว่าชุมชนตรงนี้ที่ ททท. กับ อพท. เข้าไปทำมีชิ้นงานที่สวย งดงาม ผมจับกลุ่มทำกิจกรรมเรื่องแฟชั่น เอาผ้ามาทำหลากหลายดีไซน์ร่วมกับย่าม เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้คู่กัน และทำให้สังคมได้รู้ว่าย่ามนี่มันต่อยอดได้ สร้างมูลค่าเพิ่มได้ ใช้ในชีวิตประจำวันและสามารถใช้ได้ในทุกรูปแบบ

จากที่ผมได้ทำการตลาดกับทุกๆ กลุ่ม ตลาดต่างชาติ ผมรู้เลยว่างานเหล่านี้พวกฝรั่งชอบมาก โดยเฉพาะชิ้นงานที่ทำด้วยมือ มีค่ามหาศาล ถ้าคนไทยหันมาใช้ของไทย เงินทองก็ไม่รั่วไหล และเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ผมอยากฝากคนไทยทุกคนว่าอย่างน้อยๆ ถ้าเรามีย่ามกันคนละใบใน 70 ล้านคน ชุมชนอยู่ได้ ย่ามจะไม่หายไปจากคนไทย เพียงแค่คนไทยช่วยกันคนละชิ้น

“ย่ามแต่ละใบมีชีวิต มีเรื่องเล่า มีเรื่องราว ผมคงตีราคาเป็นเงินไม่ได้ ผมไม่เคยคิดขาย โดยเฉพาะย่ามที่ผู้ใหญ่ที่เคารพมอบให้  แม้เงิน 1 ล้านบาทก็ซื้อไม่ได้ ทุกวันนี้มีความภูมิใจจากการที่ได้สะสมย่าม ทำให้เรากลายเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชุมชนมีรายได้ จากการส่งเสริม อนุรักษ์ และทำการตลาดควบคู่ไปพร้อมกัน”

สำหรับโฮมสเตย์ เกิดจากแนวคิดของเพื่อนๆ ช่วยกัน สร้างเป็นเรือนแบบโบราณ มีห้องใหญ่อยู่ชั้นบน พักเป็นครอบครัวหรือหลายคน ถัดออกไปเป็นเรือนไม้ชั้นเดียว มี 3 ห้องนอน เปิดทะลุถึงกันได้ ด้านหน้าเป็นที่นั่งพักผ่อน

แหล่งหลักของผมคือย่าม ผมมุ่งที่จะขายกาแฟราคาไม่แพงมากกว่า เปิดอังคาร พุธ พฤหัส เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาดื่มกาแฟ ชื่นชมศิลปะของย่ามแต่ละใบ ท่ามกลางธรรมชาติ ณ ที่นั่งริมทุ่งนาข้าวสีเขียวพริ้วไสว (ทุ่งนานี้ไม่ใช่ของผม เป็นของคนอื่น แต่เราได้ชมความงามไปด้วย) เวลาสร้างบ้านผมดูทิศทางลมเป็นหลัก ทำให้ไม่ร้อน มีลมพัดเย็นตลอดเวลา

ผมอยากให้ชาวไทยในต่างแดนได้มาเที่ยวสุโขทัยสักครั้ง มาชมแนวคิดการท่องเที่ยวใหม่ โรงแรมใหญ่ทันสมัยหลายแห่ง โฮมสเตย์จำนวนมากที่มีบรรยากาศน่ารื่นรมย์ สงบ ร่มรื่น ทิวทัศน์งดงามน่าหลงใหลในยามพระอาทิตย์ขึ้นและกำลังจะลับขอบฟ้า เป็นที่ตื่นตาของชาวต่างชาติที่มาเยือน.