Get Adobe Flash player

โฮม คัมมิ่ง ส่องวิถีไทย 11 ไปกับซีมายไทยแลนด์ เรื่อง.... วัลลภา ดิเรกวัฒนะ, สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์ ภาพ.... บุญญลักษณ์ เจริญกิจการ

Font Size:

ที่ภัทรปางช้าง ของคุณธีรภัทร ตรังปราการ ประธานชมรมปางช้าง จังหวัดเชียงใหม่ บรรยายสรุปถึงรายละเอียดที่สำคัญของการเลี้ยงช้างให้กับคณะก่อนทำกิจกรรม...

(ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว)

...เมื่อช้างเกิดวันแรกๆ ก็จะแจ้งกับผู้นำชุมชน  แล้วไปแจ้งที่อำเภอ เหมือนการแจ้งเกิดของมนุษย์ ทางอำเภอ ให้ใบมากรอกข้อมูลพ่อช้างแม่ช้าง จากนั้นมีหน่วยงานเกี่ยวข้อง เช่นกรมปศุสัตว์ สถาบันคชบาลแห่งชาติ มายืนยันว่าเป็นลูกของแม่ช้างตัวนี้ มีการฝังไมโครชิพที่มีโค็ด (ใหญ่เท่าเมล็ดข้าวสาร) ตรงกล้ามเนื้อที่คอ ต้องใช้เครื่องอ่านพิเศษเป็นเลข 15 หลัก พร้อมตัวอักษร ไม่ซ้ำกัน

ช้างขึ้นทะเบียนโดยปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่เซ็นใบเกิดช้างกับใบเกิดมนุษย์เป็นคนเดียวกัน มตินี้ชาวต่างชาติไม่ได้นึกถึง คิดว่าช้างคือสัตว์ป่า ช้างที่เป็นสัตว์ป่าคืออีกกลุ่มหนึ่ง เป็นสัตว์สงวนหรือสัตว์ป่าอยู่ตามอุทยานแห่งชาติ

เนื่องจากคนเลี้ยงช้างมองช้างเป็นคน นับตั้งแต่วันที่มาอยู่กับเรา วิธีการคิด การดูแล เชื่อว่าช้างเป็นมนุษย์ที่เกิดมาอยู่ในรูปสัตว์ของช้าง เราอยู่ในรูปสัตว์ของคน ต่างกันแค่ร่างกายกับความคิด   แม้กระทั่งการอยู่ร่วมกันแบบสัตว์สังคมก็คล้ายคลึงกันมาก

เวลาช้างล้ม แบ่งเป็นสามมิติ หนึ่ง จะต้องแจ้งตายกับอำเภอ เหมือนกับคนในหมู่บ้าน สอง พิธีกรรม เนื่องจากช้างเป็นสัตว์ใหญ่และไม่สามารถเคลื่อนย้ายซากหรือว่าเอามาบรรจุในโลงได้ มีการนิมนต์พระมาสวด ทำบังสกุล กรวดน้ำ ปัดภัย เป็นพิธีกรรมที่จะปัดสิ่งไม่ดีออกจากดวงวิญญาณ บางครอบครัวตัดขนหางช้างเก็บไว้เป็นที่ระลึก หรือช้างที่มีงายาว อาจตัดงาเก็บไว้ แล้วฝังตรงนั้นเลย

ถ้าเป็นปางช้างใหญ่ๆ หรือที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างของประเทศไทย (ที่ลำปาง, เชียงใหม่) จะมีสุสาน มีรถแม็คโคร รถทรัค ยกซากเอาไปฝัง สาม การจัดการซาก สมัยใหม่เราจะส่งทีมสัตวแพทย์ไปตรวจเช็คสาเหตุการล้มหรือตาย มีการส่งชิ้นเนื้อ ตัวอย่างเลือดเอาไปเช็ค ซึ่งประเทศเราทันสมัยมากในการบริหารจัดการช้าง

เวลานักท่องเที่ยวมาที่ปาง เราจะบรรยายวิธีการตรวจสุขภาพของช้างว่า สุขภาพดีหรือว่าไม่สบาย ที่ต้องพิสูจน์ให้ได้สำหรับคนเลี้ยงหรือนักท่องเที่ยวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมานั้น ช้างสุขภาพดีจะต้องลงนอนกับพื้นในท่าราบตะแคง ส่วนช้างที่ยืนพิงต้นไม้ พิงเสาหลับ  แสดงว่าไม่สบาย คือช้างเป็นสัตว์ฉลาด รู้ตัวว่าป่วย ถ้าเอนลงนอน โอกาสที่จะลุกขึ้นนั้นยาก

คนเลี้ยงจะดูดินที่เปื้อนตามข้างลำตัว แก้ม ขอบดวงตา ใบหูซ้ายและขวา ช้างไม่นอนซีกเดียวตลอดคืน นอนด้านหนึ่งหลับประมาณ 45 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมง แล้วกระดกตัวขึ้นมายืนแบบง่วงๆ แป๊บหนึ่งแล้วลงนอนต่อไปอีกด้านหนึ่ง ช้างเป็นสัตว์ใหญ่ นอนรวดเดียว 4-5 ชั่วโมง อาจไม่ดีต่อกล้ามเนื้อหรือการกดทับของปอด การไหลเวียนของเลือด คล้ายคลึงกับมนุษย์ที่ไม่ได้นอนท่าเดียวตลอดคืน

อายุขัยของช้างโดยธรรมชาติ 70-80 ปี ช้างมีฟัน 6 ชุด เปลี่ยนฟันทั้งหมด 6 ครั้ง ไม่ได้งอกจากบนลงล่าง หรือจากล่างขึ้นบนเป็นซี่ๆ ของช้างเป็นฟันกรามที่ดันจากข้างใน อยู่ข้างล่างด้านซ้ายกับขวา บนอีก 2 ไม่มีฟันหน้า มีลายซิคแซ็คเอาไว้บดเคี้ยว พอถึงจุดที่จะเปลี่ยน ฟันที่ถูกดันออกมาจะหักหรือหลุดออกไป ช่วงรอยต่อนั้นช้างอาจเคี้ยวไม่ถนัดหรือว่าน้ำหนักลด จนกระทั่งถึงชุดที่ 6 ช้างเชือกนั้นจะรู้ตัว กินอาหารน้อย เลือกกินหญ้าอ่อนๆ เดินทางไม่ไกล ร่างกายอ่อนแอลงเรื่อยๆ ถึงจุดที่รู้ตัวว่าไม่ไหว ก็จะเลือกที่เย็นๆ เงียบๆ ล้มตัวลงนอนแล้วสิ้นลมไปเอง

อีกเรื่องหนึ่งที่ฝรั่งแยกแยะไม่ได้ แต่คนไทยรู้ดีคือช้างที่เราเลี้ยงดูคือช้างบ้าน มีการเกิดและโตอยู่กับชุมชนไทยมาเป็นเวลานับพันปีแล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ จะเอาลูกช้างในป่ามาเลี้ยงได้ มีแต่ในหนังหรือเรื่องดราม่าทางออนไลน์ ทำให้เข้าใจผิดว่าการเลี้ยงช้างในเมืองไทย ไปทำร้ายแม่ช้างแล้วเอาลูกช้างมาเลี้ยง

สืบดูได้ในประวัติศาสตร์ว่ามีช้างตลอดเวลา คล้ายกับเมืองนอกมีม้า ซึ่งม้าตัวแรกที่เขาเอามาเลี้ยง มาขี่แข่งกัน หรือเป็นสัตว์พาหนะที่อเมริกาหรือยุโรป ก็เช่นเดียวกับช้างตัวแรกที่เราขี่ในเมืองไทย เป็นสัตว์ป่า แต่เกิดขึ้นเมื่อพันกว่าปีก่อน 

ปัจจุบันปางของผมถือว่าสมบูรณ์แบบ แต่ในเรื่องของความรู้ยังต้องเรียนรู้อีกมาก เนื่องจากเรามุ่งไปที่ช้างอายุต่ำกว่า 35 ปี   เพราะฉะนั้นสัดส่วนประชากรในฟาร์มของเราจะเป็นสัดส่วนของช้างที่อยู่ในวัยหนุ่มสาว วัยรุ่น ช้างที่อยู่ในวัยเด็กและลูกช้าง   เราจึงมีประสบการณ์ดูแลช้างอายุต่ำกว่า 40 ปี องค์ความรู้ในการดูแลช้างช่วง 40-50-60 ปี ยังไม่มี

ที่มาเกี่ยวข้องกับททท. เนื่องจากฟาร์มของเราได้รับความสนับสนุนโดยตรงและแหล่งรายได้ของเรามาจากการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยว แล้วเรามีความคิดที่ทันสมัย อิงกับช้างเป็นหลัก ไม่ใช่รูปแบบที่สนุกสนาน เรียกเสียงเฮฮา เราออกแบบเอง ไม่ทำให้คนรู้สึกสงสารว่าช้างลำบากลำบน แล้วลงเอยด้วยการให้บริจาคเงิน ซึ่งการขอความช่วยเหลือออนไลน์ เป็นธุรกิจที่เติบโตมาก ของเราไม่ได้อยู่ในกลุ่มนั้น และไม่มีวันให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจผิดคิดว่าช้างในเมืองไทยถูกทุบตีและถูกทารุณ

ขอฝากถึงพี่น้องคนไทยในอเมริกาว่า ในอินเตอร์เน็ท ในโลกของสื่อมีเรื่องราวที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง มีองค์กรต่างชาติไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ   อเมริกันก็มีมาก รวมถึงต่างชาติที่มาเมืองไทยเห็นโอกาสแล้วสร้างเรื่องเพื่อจะให้คนบริจาคเงิน

ครั้งหนึ่งเรารักษาช้างที่ป่วยและอ่อนแอมาก ต้องให้น้ำเกลือ ถึง 80 ขวด ขั้นตอนเช่นเดียวกับให้น้ำเกลือมนุษย์ ต้องให้ช้างอยู่นิ่งๆ มิฉะนั้นเข็มจะหลุด ต้องมัดด้วยเชือกหรือโซ่ ปรากฎว่ามีคนถ่ายภาพ แทนที่ทำให้คนเข้าใจว่ากำลังให้น้ำเกลือ แต่ถ่ายเฉพาะข้อเท้าช้างที่มีโซ่  เอาไปลงพร้อมข้อความที่สร้างความเข้าใจผิดให้คนที่จะมาเที่ยวเมืองไทย แม้ว่าการท่องเที่ยวจะพยายามโปรโมทหรือนำเสนอมุมที่ดีของเมืองไทยแค่ไหนก็ตาม

ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่ามีกลุ่มอ้างอนุรักษ์ให้ข้อมูลเป็นลบ สนใจแต่ผลประโยชน์ด้านเงินบริจาคหรือความสำเร็จขององค์กรตัวเอง น่าเสียดายเงินที่จะเข้าประเทศของเราและเสียดายภาพลักษณ์ของประเทศด้วย                           

นอกจากผมเป็นเจ้าของ เลี้ยงดูฟาร์มในส่วนที่รับผิดชอบโดยตรง 67 เชือก เท่ากับ 3 เปอร์เซ็นต์ของช้างในเมืองไทย ขณะเดียวกันยังมีช้างอีก 3 พันเชือกที่ดูแลโดยคนไทยท่านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่ดูแลช้างหนึ่งเชือก สองเชือก สิบเชือก ที่เชียงใหม่มีประมาณ 80 ปาง ทั้งหมด 900 เชือก เท่ากับหนึ่งในสามของประเทศ

ผมทำงานร่วมกับเจ้าของช้างอื่นๆ ทั้งระดับชาวบ้าน และระดับผู้ประกอบการ ผมได้รับเลือกให้เป็นประธานของสมาคมปางช้างเชียงใหม่ อยู่ในวาระ 2 ปี เรากำลังขยายความร่วมมือกับส่วนอื่นๆ ของเมืองไทย สิ่งที่อยากจะสื่อ ก็คือตลอดเวลาที่ผ่านมาหลายสิบปีเลย มีกลุ่มหรือองค์กรต่างๆ อ้างว่ารักช้าง อนุรักษ์ช้าง ทำงานเกี่ยวกับช้าง ซึ่งอาจเป็นไปได้ที่บางองค์กรช่วยเหลือช้างจริงๆ พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา ต่างก็พยายามวางตัวเองว่ารักช้างและยัดเยียดมิติหนึ่งให้กับคนทั่วโลกเข้าใจว่า คนเลี้ยงช้างสร้างรายได้กับช้าง ทำธุรกิจกับช้าง ฯลฯ

เราถูกจัดให้อยู่ในมุมที่ทำให้คนเข้าใจผิดว่ามีผลประโยชน์ แต่ผมอยากจะให้มองในมุมกลับกันว่า คนที่เอาอาหารให้ช้างกินทุกวัน คนที่ให้เงินเดือนควาญช้าง คนที่รับผิดชอบชีวิตช้าง คนที่ร้องไห้หนักมากเวลาช้างตาย ก็คือกลุ่มคนที่เป็นเจ้าของช้าง

รัฐบาลไทยเลี้ยงช้างสามพันเชือกโดยตรง รับผิดชอบค่าอาหาร ค่ายา ค่าควาญช้างไม่ถึง 100 เชือก ในความหมายก็คือ ช้าง 100 เชือก นั้นเลี้ยงดูโดยภาษีของรัฐ ในขณะเดียวกันที่เหลือ กระจัดกระจาย เลี้ยงดูโดยชาวบ้าน คนเลี้ยงช้าง ถ้าอยากให้ช้างกลุ่มใหญ่มีความยั่งยืน 100 เปอร์เซ็นต์ จะต้องดูแลช่วยเหลือในเรื่องความรู้และโอกาสการหารายได้ของเขาให้ยั่งยืน ซึ่งก็ต้องมีการพัฒนาต่อ

ผมมองเห็นบางอย่างว่า เมืองไทยทางภาคเหนือ มีโรงพยาบาลช้าง 3 แห่ง ลำปาง 2 แห่ง และกำลังจะสร้างที่เชียงใหม่อีกหนึ่งแห่ง ช้าง 900 เชือก กับโรงพยาบาล 3  แห่ง ถือเป็นสัดส่วนที่ยังไม่ถึงจุดที่พอดีนัก แต่สิ่งที่เรายังไม่มีสำหรับภาคเหนือก็คือ รถพยาบาลหรือรถกู้ภัยขนาดใหญ่ ที่จะใช้ขนส่งช้างป่วยไปโรงพยาบาลอย่างถูกวิธี

ที่ผ่านมาขนโดยรถสิบล้อทั่วๆ ไป ซึ่งไม่ได้ออกแบบเพื่อมีจุดยึดโยง หรือจุดล็อคตัวช้างไม่ให้ยืนแกว่งไปแกว่งมา เวลาสัตวแพทย์ไปกับรถก็จะได้ยืนในจุดที่ปลอดภัย และเวลาช้างป่วยฉุกเฉินจริงๆ กว่าจะรอรถขนมา 6-7 ชั่วโมง ช้างอาจสู้ไม่ไหวแล้วล้มไปเลยก็ได้

(อ่านต่อสัปดาห์น้า)

 

ความคิดเห็นของคุณจำนรรจ์ สัจจกุล อดีตเป็นพยาบาล รีไทร์อายุ 59 ปี มาทัวร์ครั้งแรกที่คุณเจเริ่มจัด ตามรอยเจ้าแม่เผ่ามายัน เม็กซิโก กลุ่มเล็ก 13 คน พอกลับมาก็เป็นเพื่อนกันหมด

มาเที่ยวเมืองไทยกับคุณเจเป็นครั้งที่ 5 เคยมาเชียงราย เชียงใหม่แล้ว แต่สุโขทัยไม่เคยมา การที่มาเป็นกลุ่ม สนุกสนาน คุ้นเคยกันหมด เป็นเพื่อน เป็นญาติ เป็นวัยที่พร้อมจะเที่ยว อีกอย่างหนึ่ง ททท.จัดร่วมกับเจ เป็นครั้งที่ 2 ถือว่าสมบูรณ์แบบมาก ททท.ให้บริการทั่วถึง ดูแลดีมาก พิเศษกว่าทัวร์อื่นๆ 

บางคนคิดว่าเคยมาแล้ว แต่ว่าเราได้เพื่อนใหม่ที่ต่างรุ่นกัน บางจุดเราอาจไม่สนใจเพราะเคยมาหลายหน แต่สิ่งที่ได้รับต่างกัน แม้เคยมาเชียงใหม่ ก็มีบางจุดที่ไม่เคยไป สนุกสนานเฮฮาเหมือนเป็นการต่ออายุ อย่างที่เขาบอกว่า เพื่อนใหม่เหมือนได้ของขวัญใหม่ที่ดี เพื่อนเก่าคืออัญมณีอันมีค่า มาบ่อยๆ รวมกันเข้าก็เหมือนได้อัญมณีจำนวนมาก.