Get Adobe Flash player

โฮม คัมมิ่ง ส่องวิถีไทย 15 ไปกับซีมายไทยแลนด์ เรื่อง.... วัลลภา ดิเรกวัฒนะ, สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์ ภาพ.... บุญญลักษณ์ เจริญกิจการ

Font Size:

สถานที่ท่องเที่ยวของเชียงราย ดินแดนเหนือสุดของสยาม มีหลายแห่งให้ผู้ไปเยือนได้เลือกไปเยี่ยมชม เริ่มจากพระธาตุดอยตุง พระสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า

พระตำหนักดอยตุง ที่ประทับของ “สมเด็จย่า” สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี มีวิวธรรมชาติที่มองจากบนดอยไปสุดสายตา มีสวนดอกไม้ รวมทั้งสวนแม่ฟ้าหลวงที่งดงามยิ่ง

ดอยแม่สลอง-ดอยวาวี ที่อยู่ของชาวชุมชนผู้อพยพจากกองพล 93 จากสหภาพพม่าเข้ามาในเขตไทย

วนอุทยานภูชี้ฟ้า จุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นสุดฮอตของจังหวัดเชียงราย

ดอยผาตั้ง จุดชมวิวไทย-ลาว ชมทะเลหมอกได้ตลอดปี ในเดือนธันวาคมถึงมกราคมมีดอกซากุระบาน และเดือนกุมภาพันธ์ก็จะมีดอกเสี้ยวบาน มีสวนเกษตร ปลูกพืชเมืองหนาว เช่น บ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิล และชา

ยังมีสถานท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง รวมทั้ง “ล่องแม่น้ำกก” เพื่อเที่ยวชมทัศนียภาพสองฟากฝั่ง แวะชมหมู่บ้านชาวเขาเผ่าต่างๆ ฯลฯ

น่าเสียดายที่คณะของเรา ไม่ได้มีเวลามากนัก จึงไม่สามารถไปได้จนทั่ว

แต่เราก็ได้ชมพิพิธภัณฑ์ บ้านดำ และยังได้ชม “วัดร่องขุ่น” งานศิลปะพุทธศาสนา ที่มีความประณีตงดงาม ละเอียดอ่อน จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

เป็นศรีสง่าของเมืองเชียงราย และของประเทศ

วัดร่องขุ่น อยู่ในตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงราย

เป็นผลงานที่ออกแบบก่อสร้างโดย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ อดีตนักศึกษาศิลปะ จากสถานศึกษาที่มีนามพระธีรราชประทานว่า “โรงเรียนเพาะช่าง” และ “มหาวิทยาลัยศิลปากร”

จากวักเล็กๆ เมื่อปี 2540 มีพื้นที่เดิมเพียง 3 ไร่ ได้มีการขยายออกเป็น 12 ไร่

อาจารย์เฉลิมชัย เป็นศิลปินเชียงราย มีผลงานศิลปะที่เป็นภาพไทยในแบบสมัยใหม่ ด้วยการนำเอาศิลปะยุคเก่า อย่างเช่น ภาพไทยและลายไทยในสมัยอยุธยา นำมาคลี่คลาย ให้เป็นลายไทยอีกแบบ เป็นตัวของตัวเอง ที่อาจเรียกได้ว่า เป็นภาพไทย ลายไทย ในแบบหรือสกุลช่างรัตนโกสินทร์ ก็เป็นไปได้

อาจารย์เฉลิมชัยเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง จากการเป็นหนึ่งในทีมงานผู้เขียน ภาพจิตรกรรรมวัดพุทธประทีป กรุงลอนดอน

เขามีความมุ่งมั่นในการสร้างผลงานศิลปะอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างผลงานศิลปะพุทธศาสนาที่ยิ่งใหญ่ นั่นคือการสร้างวัดร่องขุ่น ศิลปไทยในแบบของอาจารย์เฉลิมชัย ผู้บุกเบิกสกุลช่างเชียงรายรัตนโกสินทร์

“ผมหวังที่จะสร้างงานพุทธศิลป์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผม ให้ปรากฏเป็นงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ชิ้นหนึ่งของโลกมนุษย์นี้ให้ได้เพื่อ ประกาศความยิ่งใหญ่ของประเทศชาติของผมไปสู่มวลมนุษยชาติทั้งโลก ผมจึงตั้งความปรารถนาที่จะถวายชีวิตใช้ช่วงเวลาที่ดีที่สุด ของตนเอง สร้างงานพุทธศิลป์เพื่อเป็นงานประจำรัชกาลที่ 9 ให้ได้และจะถวายชีวิตไปจนตายคาวัด ” คือคำกล่าวของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินชื่อดังผู้ออกแบบและก่อสร้างวัดร่องขุ่น อันมีชื่อเสียงโด่งดัง อ. เฉลิมชัย มีแรงบันดาลใจในการสร้างวัดแห่งนี้อยู่ 3 ประการคือเพื่อชาติศาสนา และพระมหากษัตริย์

เว็บไซต์ http://lptraveller.meithailand.com/ เคยเล่าเรื่องขำๆ ที่เกี่ยวกับอาจารย์เฉลิมชัยว่า

ราว 20 ปีก่อน ศิลปินคนหนึ่งประชุมชาวบ้านในตอนเย็นที่วัดร้างๆ เก่าๆ แบบวัดบ้านนอก ซึ่งมีเนื้อที่แค่ 3 ไร่ แล้วแจ้งเจตนารมณ์ว่า ต้องการสร้างวัดให้ยิ่งใหญ่ระดับโลก ฝรั่งจะต้องแห่มาเที่ยว และผืนดินแห่งนี้จะเป็นทองคำ

ผลลัพธ์ของคำพูดนั้น คือ เสียงโห่ฮา และหาว่าเขาเพ้อเจ้อ ขี้โม้

แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่ปีประโยคที่ศิลปินกล่าวไว้ในวันนั้น คือ ความสำเร็จที่เกิดขึ้น ณ วัดร่องขุ่น

“ไม่ได้สร้างวัดแล้วเกิดฟลุ๊คดังขึ้นมาเอง แต่รู้อยู่แล้วว่า กำลังจะสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้กับประเทศชาติและโลก”

จุดเริ่มต้นวัดร่องขุ่น มาจากการทำงานอุทิศถวายเพื่อประกาศศักดานุภาพของตนเองที่วัดพุทธประทีป กรุงลอนดอน ก่อนกลับมาพร้อมแรงบันดาลใจและความศรัทธาศิลปะไทยว่า ต้องสร้างวัดของตัวเองด้วยแรงปรารถนาให้ยิ่งใหญ่เหมือน “มีเกล อันเจโล”  ศิลปินระดับโลก ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานศิลปะได้ทั้ง 3 รูปแบบ ได้แก่ สถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรม

วัดแห่งนี้สร้างด้วยเงินของตัวเองไม่รับจ้างใครมาสร้าง เป็นศิลปะยิ่งใหญ่เพื่อประกาศศักดาสู่โลกว่า มีศิลปินจิตรกรคนหนึ่งสร้างงานอันทรงคุณค่าต่อโลกมนุษย์ โดยใช้เงินของตัวเอง อุทิศชีวิตของมันจนวันตาย ให้เหมือน “อันโตนีโอ เกาดี” ที่สร้าง “ซากราดา ฟามิลิยา” อันยิ่งใหญ่ที่เมือง “บาร์เซโลนา” ซึ่งทุ่มเททั้งชีวิตให้กับศิลปะ

“คนทั้งโลกที่เข้าใจสุนทรียภาพ ในระดับไฮเอนด์ต้องเดินทางมาชมความยิ่งใหญ่ของประเทศไทย งานศิลป์ต้องถูกปฏิวัติมาเป็นศิลปะสมัยใหม่ มีความร่วมสมัยปฏิวัติรูปแบบศิลปะพุทธศาสนาทั้งหมดในโลก

เป็นอัตลักษณ์พิเศษ โดยไม่ได้รับอิทธิพลจากยุคใด แต่ปรารถนาที่จะให้มีคนกล่าวถึงว่า เป็นงานศิลปะของยุคสมัยรัชกาลที่ 9”

อาจารย์เฉลิมชัย กล่าวว่า ความสำเร็จส่วนหนึ่งของวัดร่องขุ่น นำมาจากวิถีพุทธที่ใช้เวลาศึกษาพุทธศาสนาฝึกปฏิบัติมากว่า 20 ปี เพื่อเอาชนะจิตใจตนเอง ตื่นนอนก่อนรุ่งสางมาปฏิบัติธรรม แล้วเริ่มทำงานตั้งแต่ก่อนแสงแรกของวัน โดยทำแบบอย่างให้ลูกน้องเห็นแม้กระทั่งการเดินเก็บขยะด้วยตนเอง เน้นการปฏิบัติให้เห็นโดยไม่ต้องใช้อำนาจ

อาจารย์เฉลิมชัย ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างวัดมาจาก 3 สิ่งต่อไปนี้คือ

ชาติ ด้วยความรักบ้านเมือง รักงานศิลป์ จึงหวังสร้างงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ไว้เป็นสมบัติของแผ่นดิน

ศาสนา ธรรมะได้เปลี่ยนชีวิตของอาจารย์เฉลิมชัยจากจิตที่ร้อนกลายเป็นเย็น จึงขออุทิศตนให้แก่พระพุทธศาสนา

พระมหากษัตริย์ จากการเข้าเฝ้าฯ ถวายงานพระองค์ท่านหลายครั้ง ทำให้อาจารย์เฉลิมชัย รักพระองค์ท่านมาก จากการพบเห็นพระอัจฉริยะภาพทางศิลปะและพระเมตตาของพระองค์ท่าน จนบังเกิดความตื้นตันและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงปรารถนาที่จะสร้างงานพุทธศิลป์ถวายเป็นงานศิลปะประจำรัชกาลพระองค์ท่าน

วัดร่องขุนในสายตาของพวกเราทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศที่ได้สัมผ้สครั้งแรก ภาพตรงหน้าเหมือนสรวงสวรรค์สีขาวที่อยู่ตรงหน้า ถ้าไม่เห็นสายไฟฟ้า และสายสื่อสารที่ระโยงระยาง จนไม่สามารถถ่ายรูปด้านนอกให้งดงามได้ ทำให้รู่ว่านี่คือเมืองมนุษย์

แต่ก็ทราบว่าล่าสุด เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา สายไฟฟ่าที่ระโยงระยาง ได้ถูกนำไปลงดิน เรียบร้อยแล้ว ตามโครงการของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

อาจารย์เฉลิมชัย กล่าวถึงความหมายของอุโบสถ ว่าสีขาว คือพระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้า, สะพาน คือการเดินข้ามจากวัฎสงสารสู่พุทธภูมิ, เขี้ยว หรือ ปากพญามาร คือกิเลสในใจ, สันของสะพาน มีอสูรอมกัน ข้างละ 8 ตัว 2 ข้าง รวมกันแทนอุปกิเลส 16, กึ่งกลางของสะพาน คือเขาพระสุเมรุดอกบัวทิพย์ มี 4 ดอกใหญ่ตรงทางขึ้นด้านข้างอุโบสถแทนซุ้มพระอริยเจ้า 4 พระองค์ คือ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์, บันไดทางขึ้น มี 3 ขั้นแทน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ฯลฯ

ในยุคเริ่มต้นหลังจบการศึกษา อาจารย์เฉลิมชัยก็ฉายแววของการเป็นศิลปินที่ยิ่งใหญ่ เขาได้รับรางวัลที่ 1 เหรียญทอง จากการประกวดจิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 3 รางวัลเกียรตินิยมอันดับ 3 จากการประกวดศิลปกรรมแห่งชาติ  ได้รับเครื่องหมายเกียรติคุณบุคคลตัวอย่างผู้สร้างเสริมงานวัฒนธรรมด้านจิตรกรรม จาก สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ฯลฯ

แต่รางวัลชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือ เมื่อปี 2538 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้เขียนภาพประกอบ บทพระราชนิพนธ์ "พระมหาชนก" และออกแบบเหรียญพระราชทานคณะแพทย์

ปี 2543 ที่ปรึกษากรมศิลปากร งานเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังพระพุทธรัตนสถานในพระบรมมหาราชวัง

ปี 2554 ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี 2554 ฯลฯ

ภายหลังจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสู่สวรรคาลัย

เว็บไซต์ ข่าวสด เมื่อปี 2559 ได้เขียนถึงอาจารย์เฉลิมชัย ว่า

วัดร่องขุ่น ยังคงเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนวัดได้ร่วมถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายในศาลาธรรมของวัด

อาจารย์เฉลิมชัย เล่าว่า เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนกนั้น หนังสือในพระราชนิพนธ์ต้องการภาพประกอบจึงได้มีการเลือกศิลปินให้ไปวาดภาพ ซึ่งตนได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในนั้น และเมื่อครั้งมีโอกาสได้เข้าเฝ้าเป็นวันแรก ทรงถามว่าใครเป็นคนวาดรูปวัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อทรงทราบว่าเป็นตนก็ตรัสว่าดีๆ มาก นั่นเป็นงานศิลปะสมัยใหม่ ดังนั้นจึงทรงอยากให้หนังพระมหาชนกได้วาดศิลปะประจำพระองค์ท่านด้วย โดยอย่าลอกงานตามฝาผนังหรืองานศิลปะเก่าๆ เลย แต่ให้เป็นศิลปะสมัยใหม่ประจำรัชกาลพระองค์

ครั้งนั้นมีศิลปินจำนวน 8 คนที่ได้รับเลือกให้วาดภาพ โดยตนเป็นหนึ่งในนั้น ตนเห็นพระองค์ทรงตรวจงานเป็นจำนวนมากเป็นร้อยๆ รูปที่พวกเราได้วาด พระองค์ทรงขับรถมาเองและทรงถือรูปจำนวนมาก ที่ตรวจลงรถมาเอง แล้วยังตรัสบอกพวกเราว่า เมื่อคืนไม่ได้ทรงบรรทมเลย เพราะตรวจรูปภาพดังกล่าว ทำให้พวกเราตกใจกันมาก และไม่เคยคิดว่าจะทรงงานเองทั้งหมด

จากนั้นยังพบว่าทรงตรวจรูป และมีพระราชวินิจฉัยอย่างละเอียดหมดทีละรูปๆ ตนซึ่งอยู่แทบพระบาทคอยจับรูปให้ทีละรูป ก็ได้เห็นว่าเป็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์ และทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทุ่มเทละเอียดทุกอย่าง

จึงเป็นที่มาให้ตนตั้งใจในวันนั้นเลยว่าจะถวายชีวิต และเมื่อเสร็จงานพระมหาชนกแล้ว ตนจะกลับบ้านมาทำสิ่งที่พระองค์ทรงปรารถนาด้วยการสร้างศิลปะประจำรัชกาลของพระองค์ จนวันตายจะทำให้ได้

แล้วอาจารย์เฉลิมชัยก็ร้องไห้รุนแรง เขาพยายามข่มใจ แล้วกล่าวต่อไปว่า

“ผมไม่รู้จะพูดอะไร นี่เป็นแรงบันดาลใจของผมตั้งแต่เป็นเด็ก ผมรู้จักพระเจ้าอยู่หัว ผมรัก และผมก็มีโอกาสอย่างที่ผมฝัน ผมก็ได้ใกล้ชิดพระเจ้าอยู่หัว อยู่ใต้พระบาทท่าน ผมไม่ได้ทำงานพระมหาชนกอย่างเดียว แต่ผมเรียนด้วย เมื่อพระองค์ประชวรครั้งแรก ผมมองแบบเรียนผมทุ่มเทให้กับวัดร่องขุ่น ทุกอย่างคือความรัก วัดร่องขุ่นคือสิ่งที่ผมทุ่มเทเพื่อพระองค์ท่าน ความยิ่งใหญ่ของพระองค์ท่าน ผมอยากทำเพื่อถวายท่าน ผมอยากทำให้มันยิ่งใหญ่ที่สุดให้คนทั้งโลกรู้จักงานศิลปะของยุคสมัยของพระองค์ที่ยิ่งใหญ่ และสิ่งที่ทรงเมตตาทุ่มเทต่อประชาชน” อาจารย์เฉลิมชัยกล่าวทั้งน้ำตา

พวกเรา จากวัดร่องขุ่นมาด้วยหลายความรู้สึก และที่น่าชื่นชมคือตัวศิลปิน ที่ช่วยสร้างความยิ่งใหญ่ของอารยธรรม ให้คู่บ้านคู่เมือง เพิ่มคุณค่าให้กับสายตาของชาวโลก

ขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส ขอบคุณบริษัท “ซีมายไทยแลนด์” ที่ทำให้เกิด โฮม คัมมิ่ง กรุ๊ฟ ครั้งที่ 2

ให้ชาวไทยในสหรัฐฯ ได้กลับไปเห็นความงดงามของบ้านเกิดเมืองนอน