Get Adobe Flash player

สัมภาษณ์พิเศษคุณปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ ไซม่อน ถึงการให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนไทยในรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นปีที่ 2 พร้อมกับวาระครบรอบ 30 ปีแห่งการเป็นนางงามจักรวาล โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

นับตั้งแต่เมื่อเสรีชัยได้เสนอข่าวการประกาศมอบทุนการศึกษาไทยของมูลนิธิแองเจิ้ลส์วิงส์อินเตอร์เนชันนั่ล  (เอดับบลิวเอฟ) เป็นปีที่ 2 เมื่อต้นปีในเดือนมกราคมที่ผ่านมาก็ได้มีนักเรียนเชื้อสายไทยจำนวนมากทั่วรัฐแคลิฟอร์เนียได้ส่งใบสมัครเข้ามาขอรับทุนจาก “พี่ปุ๋ย” ภรณ์ทิพย์ (นาคหิรัญกนก) ไซม่อน นางฟ้าของน้อง ๆ และอดีตนางงามจักรวาลคนที่ 2 ของประเทศไทยจำนวนมาก และในวันที่ 4 สิงหาคม 2561 ที่จะถึงนี้คุณ “ปุ๋ย” ภรณ์ทิพย์ ไซม่อนก็จะมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนไทยที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 30 คนขึ้นที่ Montage Hotel ในเมืองเบเวอรี่ ฮิลส์ แคลิฟอร์เนีย

เมื่อ 30 ปีที่แล้วชีวิตของเธอ “ปุ๋ย” ภรณ์ทิพย์ (นาคหิรัญกนก) ไซม่อน ได้เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาลเมื่อเธอได้รับตำแหน่งนางงามจักรวาลในปี 1988 (พ.ศ.2531) และในปีนี้ซึ่งเป็นปีที่ครบรอบ 30 ปีแห่งการเป็นนางงามจักรวาลของเธอ คุณปุ๋ย ประธานมูลนิธิแองเจิ้ลส์วิงส์อินเตอร์เนชันนั่ล  (เอดับบลิวเอฟ) ก็จะมอบทุนการศึกษาเพื่อการศึกษาต่อจำนวน 30 ทุนให้กับนักเรียนไทยในรัฐแคลิฟอร์เนีย ต่อยอดจากความสำเร็จในปีแรกที่ให้ทุนจำนวน 26 ทุนกับนักเรียนเชื้อสายไทยในเขตลอสแอนเจลิส เมืองที่เธอได้ถือกำเนิดมา

“ในการครบรอบ 30 ปีของการรับตำแหน่งนางงามจักรวาล ปุ๋ยตระหนักถึงความสำคัญของการให้และความเชื่อที่มีต่อผู้อื่น และเพื่อเป็นการระลึกถึงและให้เกียรติแก่ผู้ที่เชื่อในตัวของปุ๋ยเมื่อครั้งที่ได้เป็นนางงามจักรวาลในอายุเพียง 19 ปี ปุ๋ยจึงขอมอบทุนจำนวน 30 ทุนให้กับนักเรียนเชื้อสายไทยในปีนี้เพื่อที่จะได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับเหล่านักเรียนผู้ซึ่งปุ๋ยเชื่อว่าจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต” ภรณ์ทิพย์ ไซม่อน กล่าว

โครงการทุนการศึกษาของมูลนิธิแองเจิ้ลส์วิงส์ฯ จัดตั้งขึ้นเพื่อให้ทุนการศึกษาต่อกับนักเรียนไทย-อเมริกันผู้ซึ่งมีผลการเรียนยอดเยี่ยม ทำกิจกรรมในชุมชนไทยของพวกเขา และมีความต้องการในการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ผู้ที่ได้รับเลือกจากมูลนิธิฯ ให้ได้รับทุนการศึกษาในปี 2018 (พ.ศ. 2561) นี้จะได้รับเงินทุนจำนวน 5,000 เหรียญหากจะเข้าศึกษาต่อในระดับวิทยาลัยท้องถิ่น (city หรือ community college) และจำนวน 10,000 เหรียญหากเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยในหลักสูตร 4 ปี โดยนักเรียนที่ได้รับทุนในปีนี้ได้แก่นักเรียนที่ได้รับการตอบรับเข้าเรียนในสถาบันการศึกษาชื่อนำของรัฐแคลิฟอร์เนีย อาทิเช่น พาซาดีน่า ซิตี้ คอลเลจ แชปแมน ยูนิเวอร์ซิตี้ สแตนฟอร์ด ยูซีแอลเอ ยูเอสซี ยูซี ซานตาบาร์บาร่า และยูซี เบิร์คเล่ย์ เป็นต้น

“ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนไทยของมูลนิธิแองเจลวิงส์ ฯ จัดตั้งเพื่อให้โอกาสกับนักเรียนไทยที่มีความทะเยอทะยานจะสร้างฝันในการมีการศึกษาที่สูงขึ้นแต่ขาดการสนับสนุนทางด้านการเงิน ซึ่งตัวปุ๋ยเองก็มีประสบการณ์อย่างนั้นเมื่อครั้งยังเป็นเด็กลูกของคนที่อพยพมาจากประเทศไทยมาอาศัยอยู่ในลอสแอนเจลิส ซึ่งขณะนั้นคุณแม่ของปุ๋ยก็พูดภาษาอังกฤษได้น้อยมาก ดังนั้นปุ๋ยคิดว่าการศึกษาเป็นเส้นทางที่จะทำให้ปุ๋ยมีพื้นที่ยืนในโลกได้และต้องการที่จะช่วยเหลือผู้อื่นต่อไปโดยให้ของขวัญพิเศษกับครอบครัวไทยที่ทำงานหนักและให้โอกาสที่สมควรจะได้รับกับนักเรียนไทยที่ปกติจะไม่สามารถได้แสดงศักยภาพได้” ภรณ์ทิพย์ ไซม่อน กล่าว

และด้วยโอกาสนี้คุณปุ๋ยก็ได้ให้เกียรติเป็นพิเศษกับเสรีชัยในการสัมภาษณ์เธอเป็นการส่วนตัวถึงเรื่องราวของการให้ทุนในครั้งนี้

เสรีชัย: ปีนี้เป็นปีที่ 2 แล้วซึ่งจะขยายจากปีแรกที่มอบให้กับลอสแอนเจลิส ช่วยเล่าเรื่องถึงความเป็นมาของทุนนี้ให้เผื่อมีคนไม่ได้ติดตามตั้งแต่การให้ทุนครั้งก่อนด้วยค่ะ

ปุ๋ย: ปีที่แล้วเราให้ทุนกับนักเรียนในลอสแอนเจลิสซึ่งถือเป็นบ้านของปุ๋ย โดยปุ๋ยได้ทำงานร่วมกับคุณธานี แสงรัตน์ (กงสุลใหญ่ ฯ ) เพื่อต้องการจะนำโอกาสซึ่งไม่เคยมีมาก่อนมาให้กับชุมชนไทยที่นี่ ปุ๋ยให้ทุนการศึกษากับนักเรียนในประเทศไทยอยู่แล้วก็เลยคิดว่าทำไมเราไม่ให้ทุนกับนักเรียนที่นี่บ้าง โดยในปีแรกเราทำกันเล็ก ๆ ให้ทุนกับนักเรียน24 คนในลอสแอนเจลิสเพื่อให้ได้ประสบการณ์ในการจัดตั้งโครงการนี้ และด้วยความสำเร็จที่เกิดขึ้นในปีก่อน ปีนี้เราจึงขยายโอกาสให้กับนักเรียนทั่วทั้งรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเป้าหมายของปุ๋ยคือขยายโอกาสให้กับชุมชนไทยอื่นไปเรื่อย ๆ เช่น ปีหน้าเราจะขยายไปยังชุมชนไทยในชิคาโก้ ปีต่อไปอาจจะเป็นนิวยอร์ค วอชิงตัน ซีแอตเติล และยิ่งมีคนรู้เรื่องนี้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะมีคนมาเข้าร่วมโครงการมากขึ้น เราจึงประกาศรับสมัครตั้งแต่ต้นปีบนเวบไซด์ของมูลนิธิฯ  เพื่อให้นักเรียนจะได้มีเวลาเตรียมตัวให้พร้อมกับขั้นตอนการรับสมัคร ปุ๋ยต้องการจัดสรรเงินทุนเฉพาะสำหรับนักเรียนไทยซึ่งโดยเฉพาะที่ลอสแอนเจลิสเป็นชุมชนไทยที่ใหญ่ที่สุด และที่นี่ไม่มีระบบใดที่สนับสนุนการศึกษาของพวกเขาเลย

เสรีชัย: ปีที่แล้วเห็นว่าให้กับนัก 25 คนหรือคะ?

ปุ๋ย: จริงแล้ว 26 คนค่ะ เพราะมีเพิ่มเข้ามา 2 คนที่ส่งเอกสารใบสมัครเข้ามาช้า แต่ปุ๋ยก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เพราะพวกเขามีคุณสมบัติครบถ้วน จากบทความที่เขาเขียนส่งมาให้ปุ๋ยอ่านหนึ่งนั้นคุณพ่อเขาเสียชีวิตทำให้ไม่สามารถส่งเรื่องเข้ามาได้ทัน เมื่อปุ๋ยอ่านสิ่งที่เธอและคุณแม่ได้เขียนมาปุ๋ยก็ไม่สามารถจะปฏิเสธได้ ดังนั้นปุ๋ยจึงต้องให้การยกเว้นในกรณีนี้ค่ะ

เสรีชัย : ปีนี้คุณปุ๋ยให้ทุนเพิ่มเป็น 30 คน?

ปุ๋ย: จริงแล้ว 31 คนค่ะ มีอีกคนที่ปุ๋ยต้องให้การยกเว้นเป็นกรณีพิเศษอีกครั้ง เธอเป็นเด็กผู้หญิงคิดว่ามาจาก Fresno เธอไม่เคยคิดว่าจะได้มีโอกาสไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยเพราะต้องอยู่ช่วยครอบครัวซึ่งมีคุณแม่และคุณยายของเธอ เธอคิดว่าการได้ไปศึกษาต่อเป็นเพียงความฝัน ดังนั้นจึงลองสมัครมาขอรับทุนดูเพื่อจะได้รับการช่วยเหลือทางด้านการเงิน แล้วเมื่อเป็นอย่างนี้ปุ๋ยจะปฏิเสธได้อย่างไรคะ

เสรีชัย: เด็กพวกนี้เป็นคนไทยในแคลิฟอร์เนียใช่ไหม?

ปุ๋ย: ใช่ค่ะ ทุกคนเป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ในแคลิฟอร์เนีย เด็กเหล่านี้มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาก หลายคนที่เป็นคนแรกในครอบครัวที่ได้ไปเรียนในระดับมหาวิทยาลัย  ในระหว่างงานพิธีมอบรางวัลปุ๋ยอาจจะให้พวกเขาเล่าเรื่องของพวกเขา เพื่อที่จะได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น เพราะพวกเขาไม่เพียงแต่จะเป็นเด็กที่มีความสามารถแต่ยังเสียสละให้กับครอบครัวอีกด้วย และหลายคนก็ยังช่วยเหลือสังคม ดังนั้นพวกเขาจึงจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับชุมชนและเยาวชน และเชื่อว่าพวกเขาจะมีอนาคตที่ดีอย่างแน่นอน

เสรีชัย: นี่เป็นเหมือนความฝันของการมาอยู่ในประเทศอเมริกาเลย?

ปุ๋ย: แน่นอนค่ะ มันจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคม ในฐานะที่เราอยู่ในชุมชน เราจะต้องสนับสนุนซึ่งกันและกัน เรามีความเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะทำในสิ่งที่ดีในอนาคต

เสรีชัย: เห็นว่าปีหน้าจะขยายไปที่ชิคาโก้ แล้วสำหรับในแคลิฟอร์เนียยังจะให้ทุนอยู่หรือเปล่าคะ?

ปุ๋ย: เรายังจะให้ทุนกับนักเรียนในรัฐแคลิฟอร์เนียอยู่ แต่จะขยายเพิ่มเติมไปยังชุมชนไทยที่อื่น เพราะนี่เป็นโครงการใหญ่ซึ่งปุ๋ยทำกับทีมเล็ก ๆ ซึ่งอาสาเข้ามาทำงานช่วยปุ๋ย พวกเขาเป็นผู้ที่มีความห่วงใยและต้องการช่วยเหลือชุมชนไทย เพราะเช่นนั้นทำให้ปุ๋ยต้องค่อย ๆ ขยายโครงการออกไปเพื่อให้แน่ใจว่าปุ๋ยมีโครงสร้างพร้อมที่จะจัดโครงการที่อื่น

เสรีชัย: คุณปุ๋ยหาอาสาสมัครมาช่วยงานอย่างไรคะ?

ปุ๋ย: ปุ๋ยเริ่มคุยกับคนหลายคนที่รู้จักซึ่งอยากจะช่วยประเทศไทย เริ่มจากผู้อำนวยการโครงการของปุ๋ยซึ่งเริ่มกันมาเมื่อ 17 ปีก่อน หลายคนเช่น คนทำบัญชี คนช่วยรับสมัคร ก็มาทำงานอาสาด้วยใจ ซึ่งในปีที่แล้วสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิสก็ได้ช่วยในการเก็บรวบรวมใบสมัครและคัดกรองจนเหลือ 50 ใบสมัครสุดท้ายที่ปุ๋ยได้มาอ่านด้วยตัวเอง เรามองหาเด็กผู้ซึ่งมีจิตอาสา ต้องการเป็นตัวอย่างที่ดีและให้กับคืนกับชุมชน ต้องการช่วยเหลือครอบครัวและชุมชน รู้สึกตระหนักถึงคุณค่าของโอกาสที่ได้รับและต้องการให้ต่อกับคนอื่นค่ะ

เสรีชัย: ต้องการสื่อสารอะไรกับชุมชนไทยเป็นพิเศษไม๊คะ?

ปุ๋ย: อยากให้ช่วยสื่อสารบอกว่าทุนนี้เป็นทุนเฉพาะที่จะให้กับนักเรียนไทย อยากให้ทราบถึงว่ามีทุนนี้อยู่และทราบวิธี

เสรีชัย: เห็นว่าคุณปุ๋ยจะไปเมืองไทยพรุ่งนี้ มีกิจกรรมอะไรบ้างคะ?

ปุ๋ย: ไปทริปของครอบครัว และจะไปเยี่ยมโรงเรียน รวมทั้งให้ทุนการศึกษา 30 ทุนกับนักเรียนทีมาจากทุกที่ในประเทศไทยด้วยค่ะ

เสรีชัย: ปีนี้ครบรอบ 30 ปีกับการเป็นนางงามจักรวาลแล้วใช่ไม๊คะ?

ปุ๋ย: ใช่ค่ะ ส่วนมูลนิธิฯ ก็ทำมา 17 ปีแล้ว ตอนแรกเริ่มต้นมาจากการที่ปุ๋ยอยากจะช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิให้ได้ฟื้นฟูชีวิตกลับมา และด้วยความเริ่มต้นหนนั้นทำให้ปุ๋ยอยากจะมอบทุนการศึกษาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปุ๋ยมองว่าการทำอย่างนี้จะทำให้เป็นแรงบันดาลใจให้กับอนาคตของเด็กไทย และเมื่อทำแบบนี้แล้วจะทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งมากขึ้น

เสรีชัย: จำได้ว่าคุณปุ๋ยเคยให้ทุนเพื่อสร้างครูในประเทศไทย ตอนนี้เป็นอย่างไรแล้วบ้าง?

ปุ๋ย: ทุกปีเรามีคนที่จบการศึกษาเพิ่มขึ้นทุกปี ปุ๋ยมีออฟฟิศที่เมืองไทยดูแลทางด้านนี้โดยตรง ซึ่งปีที่แล้วเราได้มีการจัดงานพบปะกับผู้เคยเข้ามารับทุนซึ่งตอนนี้เป็นครูในระดับประถมศึกษา ซึ่งปุ๋ยคิดว่าสำคัญเพราะเป็นพื้นฐานของเด็ก เช่น ครูสอนภาษาอังกฤษ สอนเลข แต่ผู้ได้รับทุนหลายคนก็ไม่ได้ไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยแต่เลือกไปโรงเรียนวิชาชีพแทนเพื่อที่จะได้มีความรู้มาประกอบอาชีพช่วยเหลือครอบครัว

เสรีชัย: อยากจะฝากอะไรส่งท้ายให้กับผู้อ่านเสรีชัยและชุมชนไทยคะ

ปุ๋ย: จากการที่ทำงานทั้งในเมืองไทยและที่นี่ ปุ๋ยมีความยินดีที่จะได้พบปะกับพี่น้องชาวไทยที่นี่อีกครั้งและได้ช่วยเหลือพวกเขา แอลเอและสหรัฐถือเป็นประเทศที่ 2 ของปุ๋ย ซึ่งปุ๋ยเข้าใจดีถึงสภาพของการอยู่ที่นี่ในฐานะก็อยู่ในครอบครัวที่ตอนแรกแทบจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ และไม่ง่ายเลยที่จะเติบโตในสภาพที่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2             

เสรีชัย: หลายคนให้ความสนใจกับประเทศไทยมากในตอนนี้

ปุ๋ย: ใช่แล้วค่ะ ทั้งโลกให้การช่วยเหลือเด็กที่ติดถ้ำและโค๊ช ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ทำให้เห็นว่ามีคนรักและห่วงใยเมืองไทย เมื่อปุ๋ยได้ยินเรื่องราวว่ามีเด็ก 4 คนแรกที่ได้ออกจากถ้ำ แต่ครอบครัวของเขาก็ไม่ได้ไปไหนยังอยู่รอจนกว่าเด็กทุกคนจะออกมาจากถ้ำ น้ำใจของคนไทยเราไม่เหมือนคนชาติไหนในโลก ซึ่งนั่นเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม แม้จะเสียใจที่คุณสมานต้องมาเสียสละชีวิต แต่ทำให้เห็นว่าการช่วยเหลือนี้เป็นเรื่องที่อันตรายมาก แต่พวกเขาก็ผ่านเหตุการณ์มาได้ด้วยความร่วมมือช่วยเหลือและมีสติ เรื่องนี้แสดงถึงความเป็นมนุษยชาติที่มีอยู่ร่วมกัน เมื่อคนแปลกหน้ามาร่วมด้วยช่วยกัน ซึ่งโลกควรจะเป็นแบบนี้

และผู้เขียนก็เห็นด้วยกับพี่ปุ๋ย ของน้อง ๆ และผู้เขียนด้วยค่ะว่า พวกเราต้องร่วมด้วยช่วยกัน ทำให้สังคมของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้นค่ะ ใครต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับมูลนิธิฯ หรือโครงการให้ทุนการศึกษา หรือจะขออาสาสมัครมาช่วยงานของมูลนิธิฯ สามารถเข้าไปได้ที่เวบไซด์ https://www.angelswingsfoundation.org/