Get Adobe Flash player

ถูกขังเพราะตั้งท้อง โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ

Font Size:

เท่าที่ทราบกันดีว่า อเมริกาเป็นดินแดนแห่งเสรีภาพ ปกป้องสิทธิของพลเมืองนับตั้งแต่ลืมตาดูโลก ไม่ให้ถูกทำร้ายด้านจิตใจจากสิ่งแวดล้อมและครอบครัว บางครั้งประโยชน์และบทลงโทษที่กำหนดไว้ก็แก้ไขไม่ตรงจุด

ทั่วทุกรัฐจะมีเจ้าหน้าที่คอยสอดส่องดูแลผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ถ้าหากอยู่ในสภาวะที่จะมีผลกระทบต่อทารก อย่างเช่นอยู่ในแวดวงของยาเสพย์ติด ก็จะถูกส่งตัวขึ้นศาลตัดสินจำคุก ไม่มีสิทธิปกครองลูก        หรือแม่มีเชื้อเอชไอวี ก็จะถูกนำตัวไปจากแม่ทันทีที่คลอดเรียบร้อย ซึ่งเป็นข้อโต้เถียงถึงระบบใหม่ในการปกป้องทารกที่ยังไม่ได้ลืมตาดูโลก

ที่โรเจอร์ เคาน์ตี้ รัฐโอคลาโฮม่า จูลี่ สตาร์ค ตอนนั้นอายุ 28 ปี ติดคุกเมื่อเดือนสิงหาคม 1999 เป็นเวลา 36 วัน ขณะที่ตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน หลังจากผู้พิพากษาพิจารณาให้ทางรัฐฯ เป็นผู้ดูแลทารกในครรภ์ เมื่อเจ้าหน้าที่พบว่าเธอนอนอยู่ในรถเทลเลอร์ ละแวกที่มั่วสุมและเป็นแหล่งผลิตยาเสพย์ติด สภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยควันพิษ จะเป็นภัยและมีผลกระทบต่อทารกโดยตรง 

แต่การแก้ปัญหาแบบนี้ไม่ใช่เป็นผลดี เพราะสภาพในคุก มีห้องขัง 6 ห้อง แต่ละห้องมีนักโทษหญิง 10 คน ห้องส้วมเปิดโล่ง ไม่มีนม ไม่ได้กินวิตามินบำรุงร่างกายระหว่างตั้งครรภ์ 2 อาทิตย์ ทำให้น้ำหนักลด กระเพาะปัสสาวะอักเสบ จูลี่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพราะปวดท้องคลอดก่อนกำหนด

แม้ว่าจากการตรวจร่างกาย พบว่าทารกเป็นเด็กสมบูรณ์ไม่ได้รับผลใดๆ ทั้งสิ้น จูลี่ได้รับการปล่อยตัวช่วงปลายเดือนกันยายน ด้วยประกัน 200,000 เหรียญ สูงกว่าอัตราปกติ 25,000 เหรียญ และถูกส่งฟ้องอีกสองเดือนต่อมา ถูกตัดสินว่าผิด ทั้งที่คลอดลูกชายที่สมบูรณ์แข็งแรง หนัก 8 ปอนด์ 2 ออนซ์  

ทนายความเห็นว่าเป็นการพิจารณาคดีอย่างไม่เป็นธรรม ยื่นอุทธรณ์ให้กับจูลี่ จนชนะคดีจากมติที่เป็นเอกฉันท์ของศาลสูงรัฐโอคลาโฮม่า ในเดือนมกราคม 2001

ปัจจุบันจูลี่ทำงานด้านจักษุ เลี้ยงดูลูกชายที่เมืองคาตูซ่า รัฐโอคลาโฮม่า  ได้ประกาศแนวคิดของตัวเองว่า…การที่ฉันมีสิทธิตั้งท้อง ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะไม่มีสิทธิในตัวลูก…

ถึงแม้คดีของจูลี่จะชนะก็จริง ผู้อำนวยการองค์กรช่วยผู้หญิงที่ตั้งครรภ์เชื่อว่าไม่ได้เป็นการหยุดยั้งการเลือกปฏิบัติโดยสิ้นเชิง ตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา มีมากกว่า 200 ราย  ส่วนใหญ่จะเป็นพวกคนจน สีผิวที่แตกต่าง หรือไม่ก็ทั้งสองอย่าง พวกมีปัญหาสังคม ถูกทำร้ายในครอบครัว  ถูกกดขี่ทางเพศ ติดยาเสพย์ติด สุขภาพอ่อนแอ ซึ่งองค์กรเพื่อสิทธิสตรีควรจะต้องเข้ามามีบทบาท ช่วยเหลือผู้หญิงตามสิทธิของพลเมือง หรือให้ใช้สิทธิที่มี ช่วยด้านสุขภาพ จัดกลุ่มอภิปรายให้ความรู้เรื่องยาเสพย์ติด อำนวยความสะดวกด้านการบริการต่างๆ และควรจะนำตัวผู้หญิงที่มีปัญหาไปรักษาให้ถูกจุดในสถานที่เหมาะสมไม่ใช่ในคุก

การพิจารณาคดีของศาลสูง ด้วยการควบคุมหรือลงโทษผู้หญิงที่มีสิทธิตั้งครรภ์ยังดำเนินต่อไปไม่จบสิ้น การตั้งกฎเกณฑ์โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึก ความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของผู้หญิงกำลังตั้งครรภ์ ที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้กับผลกระทบด้านจิตใจจากความยากจน ถูกทำร้ายร่างกาย หรือติดยาเสพย์ติด ซึ่งบางคนก็ไม่ได้เสพยาอย่างมีความสุข แต่เป็นเพราะต้องการหลีกหนีความเจ็บปวดและขมขื่นในชีวิตมากกว่า

หลายรายที่เก็บกดความโกรธจากชีวิตเป็นอยู่ในครอบครัว ความสิ้นหวังก็มีผลต่อทารกในครรภ์ ซึ่งถ้าจะพูดถึงเรื่องผู้หญิงตั้งครรภ์ ผู้หญิงติดยาเสพย์ติด ก็จะต้องเกี่ยวข้องไปอีก 4 เรื่อง คือ สิทธิเสรีภาพส่วนตัว สิทธิของพลเมือง ระดับชนชั้น และสงครามยาเสพย์ติด

ส่วนใหญ่ที่ตกเป็นผู้ต้องหาจะมีพวกแอฟริกัน อเมริกัน ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ เวลานำตัวเข้าคุกใส่ทั้งกุญแจมือ ล่ามโซ่ตรวน ทำให้มองเห็นภาพของทาสสมัยก่อน เป็นการฝังความคิดในการลดค่าผู้หญิงผิวดำที่กำลังตั้งครรภ์ ไม่ใช่สิทธิของทารกแต่เป็นการลงโทษผู้ไม่เหมาะสมที่จะเป็นแม่ เท่ากับเป็นการมุ่งประเด็นไปที่เชื้อชาติ สีผิว ความยากจน และการปฏิบัติที่ลดค่าผู้หญิง

รัฐนิว เจอร์ซี่ ไม่ให้ลูกอยู่ในความดูแลของแม่ เพราะแม่ติดยาเสพย์ติด หรือมีเชื้อเอชไอวี…รัฐเคนตั้กกี้ กล่าวหาแม่ทำร้ายลูกเพราะกินยาแก้ปวดอ๊อกซี่คอนตินขณะตั้งครรภ์…รัฐเซาท์ แคโลไรน่า แม่ถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร เพราะเสพโคเคนทำให้ทารกเสียชีวิตตอนคลอด ถูกตัดสินจำคุก 12 ปี ถึงแม้ผู้เชี่ยวชาญด้านยาไม่เห็นด้วยกับการตัดสิน แต่ทางอัยการเห็นว่า ในเมื่อรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ก็ยังไม่เลิกเสพยา ไม่คำนึงถึงชีวิตใหม่ในท้อง ขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ส่วนผู้หญิงที่ทารกตายตอนคลอดมีประมาณ 26,500 รายต่อปี       

ที่นิวเจอร์ซี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลให้นำตัวเด็กทารกที่เพิ่งคลอดจากแม่ที่ตรวจพบว่ามีเชื้อเอ็ชไอวี แม่เคยกินยาระงับเชื้อเอชไอวีขณะตั้งครรภ์แต่หยุดกินเมื่อเกิดอาการแทรกซ้อน ตอนปวดท้องคลอดกินยาไทเลนอลกับยานอนหลับ ทางองค์กรช่วยแม่และเด็กก็กล่าวหาว่าละเลยไม่กินยาระงับเชื้อ ถึงแม้ทารกที่เกิดใหม่ไม่ได้ติดเชื้อจากแม่ แต่ทางตำรวจยังยืนกรานที่จะส่งฟ้อง

ระเบียบการจับกุมด้านยาเสพย์ติด จากการศึกษาปัจจุบันของกุมารแพทย์ มหาวิทยาลัยบอสตัน พบว่า ผลกระทบระยะยาวของผู้เสพโคเคนไม่รุนแรงเท่าที่ระบุเมื่อก่อน ผลร้ายของโคเคนที่จะถึงทารกเปรียบได้เท่ากับแม่สูบบุหรี่ช่วงตั้งครรภ์ ไม่มีสิ่งใดร้ายแรงต่อทารกเท่ากับพวกเหล้าเบียร์หรือของมึนเมาทุกชนิด การรักษาที่ถูกต้องคือรักษาสุขภาพอย่างต่อเนื่อง มิใช่ขังคุกเพื่อให้งดเสพอย่างกระทันหัน การปฏิบัติเช่นนั้นเหมือนกับใช้ฆ้อนตักหิมะ

ช่วงต้นปี 2002 ทางองค์กรได้นำตัวผู้หญิงที่ตกเป็นจำเลยไปนิวยอร์ค เพื่อบรรยายความรู้สึกให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและพวกแอ็คติวิสต์…รายหนึ่งชื่อ พอล่า ถูกนำตัวไปเข้าคุกหลังจากคลอดเรียบร้อยที่โรงพยาบาลเซาท์ แคโรไลน่า เมื่อปี 1991 การที่เธอต้องตกเป็นทาสยาเสพย์ติด เนื่องจากปัญหาภายในส่วนลึกของจิตใจที่ถูกทำร้ายจาก  3 ครอบครัว ถูกข่มขืนตั้งแต่อายุ 2 ขวบ ถึง 15 ปี ความคับแค้นต่อสภาพจึงหันไปเสพยาให้หลุดพ้นจากความทุกข์เมื่ออายุ 13 ปี เธอมีชีวิตอยู่ไปวันๆ ไม่เคยคิดถึงอนาคตข้างหน้า หากจะรักษาอย่างต่อเนื่องต้องใช้เวลาหลายปี

ปัญหาทารกที่รับผลจากแม่เสพยาเสพย์ติดไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย จากการสำรวจผู้หญิง 4 ล้านคน ที่คลอดในปี 1992 ปรากฏว่ามีประมาณ 220,900 คน ที่เสพยาเสพย์ติดทุกชนิด รวมถึงโคเคน แคร็ค และเฮโรอีนขณะกำลังตั้งครรภ์ ทางรัฐบาลต้องใช้งบประมาณรักษาเด็กทารก 503 ล้าน ในปี 1998 ปีเดียว

กลุ่มอัยการให้เหตุผลว่า ที่จำเป็นต้องออกมากางกั้นตั้งแต่แรกโดยส่งตัวเข้าคุก เฉพาะผู้หญิงที่ปฏิเสธไม่ยอมรักษาตัวหรือไม่เลิกเสพ จะมุ่งประเด็นไปที่ผู้หญิงดื้อดึงมากกว่าผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ พวกเขาไม่ต้องการให้ผู้หญิงใช้ครรภ์เป็นโล่ห์กำบังเพื่อเสพยาเสพย์ติดได้อย่างสะดวก.