Get Adobe Flash player

เผชิญหน้าฆาตกร โดย…วัลลภา ดิเรกวัฒนะ

Font Size:

ประเทศอเมริกามีโครงการหนึ่ง ตั้งขึ้นมาเพื่อรักษาสุขภาพจิตจากผลกระทบของกระบวนการยุติธรรมให้คืนสู่สภาพเดิม โดยให้ฝ่ายโจทก์หรือญาติพี่น้องที่ประสบความบอบช้ำทางใจ ระหว่างการพิจารณาคดีซึ่งใช้เวลานานกว่าคดีจะถึงที่สุด ได้เผชิญหน้ากับจำเลย เพื่อพูดคุยถึงสาเหตุ เล่ารายละเอียด แก้ข้อข้องใจ และได้ระบายความรู้สึกที่หยั่งรากลึก จนกว่าสิ่งคลุมเครือจะคลี่คลายและยุติ คล้ายกับคำไทยที่ว่า หนามยอก ให้เอาหนามบ่ง…

…เอมี่ ไวท์ อายุเพียง 5 ขวบ เมื่อแม่ถูกเด็กวัยรุ่น 2 คน อายุ 15 ปี ข่มขืนและฆ่าตาย  ทิ้งให้ทนทุกข์ทรมานจากความว้าเหว่ที่ขาดแม่ เอมี่ถูกหลอนด้วยคำถามที่ไม่มีคำตอบว่า…ทำไมฆาตกรเลือกแม่ แล้วทำไมถึงต้องฆ่า

คิดถึงขึ้นมาครั้งใดก็ร้องไห้ เธอยังจำถึงวันเกิดเหตุเมื่อมีคนบอกว่า แม่ออกไปจากบ้านไม่กลับมาอีกแล้ว เธอส่งเสียงกรีดร้อง ยกมือปิดหูวิ่งออกจากห้อง  เก็บตัวอยู่ในห้องแพนทรี 3 วัน เกิดความรู้สึกอ้างว้าง สับสน และต้องเก็บไว้คนเดียวจนกลายเป็นบาดแผลทางใจตั้งแต่วันนั้น

เมื่อไม่มีแม่ ยายก็รับเอมี่เป็นลูกบุญธรรม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเอมี่ใช้เวลากับอ่านหนังสือไว้อาลัยงานศพของแม่ครั้งแล้วครั้งเล่า และจมอยู่ในห้วงคิดคำนึงเป็นเวลานาน ข่าวที่ลงเรื่องแม่ทางหน้าหนังสือพิมพ์ก็ไม่ละเอียด ไม่ชัดเจน รายงานข่าวเพียงว่า แกรี่ บราวน์ และ มารอน แบรี่ อายุ 15 ปี ขโมยรถขับหนีออกจากสถานบำบัดผู้เสพยาเสพย์ติด ขับออกไปได้พักใหญ่รถเสีย เข้าจอดที่ปั๊มน้ำมันในเมืองฮิวส์ตัน เป็นเวลาเดียวกับที่ แคธี่ โอ แดเนียล แม่ของเอม่ี่เลี้ยวรถเข้าไปพอดี ด้วยความสงสารเห็นเป็นเด็ก แคธี่ก็รับอาสาพาไปอู่ใกล้ที่สุด โดยไม่รู้ว่าเด็กทั้งสองคนติดโคเคน เมธาเฟตามีน  แอลกอฮอร์ และไม่รู้อีกด้วยว่าพกปืน อีกสองชั่วโมงต่อมา แคธี่ ขณะตั้งครรภ์ลูกคนที่สองได้ 2 เดือนก็ถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม

สองฆาตกรยอมรับสารภาพตลอดข้อหา จึงไม่มีการสืบพยานพิจารณาคดี และเนื่องจากเป็นเยาวชน รูปถ่ายจึงไม่ปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์ เอมี่อยากเห็นหน้าคนที่ฆ่าแม่ แต่เมื่อไม่เคยเห็นและนึกภาพไม่ออก ก็ต้องเผชิญกับความหวาดผวาทุกครั้งที่เห็นรถเลี้ยวเข้ามาตามถนนผ่านหน้าบ้าน ไม่กล้าแม้แต่จะเดินออกไปข้างนอก เกรงว่าจะถูกลักพาตัวเอาไปฆ่าเหมือนกับแม่

จนกระทั่งหลังวันเกิดครบรอบปีที่ 19 เอมี่กับยายได้รับการติดต่อจากกระทรวงยุติธรรมของรัฐเท็กซัส อธิบายถึงโครงการรักษาสภาพจิตของทั้งโจทก์และจำเลย ซึ่งมีผู้แจ้งความจำนง 500 ราย ใน 45 รัฐ โดยให้โจทก์หรือญาติพี่น้องนั่งคุยกับนักโทษภายในสถานที่กำหนด ขณะนั้นเอมี่แต่งงานแล้ว มีลูกชายหนึ่งคน เธอสนใจโครงการนี้และยินดีที่จะเผชิญหน้ากับฆาตกร เพราะเชื่อว่าวันหนึ่งลูกชายจะต้องถามถึงสาเหตุการตายของยาย ซึ่งจะทำให้มีโอกาสค้นหาสาเหตุที่ไม่เคยรู้มาก่อน

หลังจากได้การตอบรับจากเอมี่ ทางโครงการก็ติดต่อไปทางฆาตกรว่ายินดีพบกับญาติผู้ตายหรือไม่ ซึ่งจะจัดเตรียมสถานที่นัดพบ พร้อมทั้งให้แน่ใจว่าจะไม่มีเหตุร้ายใดๆ เกิดขึ้น ถ้าหากฝ่ายโจทก์ยังคุมแค้นไม่สิ้นสุดหรือยังทำใจไม่ได้ ก็อาจตรงเข้าไปทำร้ายจำเลย ก็จะยิ่งทำให้เกิดปมใหม่ขึ้นมาซ้ำซ้อน และเมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงใจที่จะเผชิญหน้ากัน ก็ต้องพบกับผู้ให้คำปรึกษาช่วงระยะเวลาเป็นเดือน เพื่อทดสอบสภาพจิตใจให้พร้อมก่อนกำหนดวัน

เมื่อเอมี่กับยายรับข้อเสนอ เจ้าหน้าที่ก็ติดต่อกับแกรี่ บราวน์ ซึ่งถูกพิพากษาตัดสินจำคุก 54 ปี ที่คุก ออลเรด ยูนิท ด้านเหนือของรัฐเท็กซัส ส่วนมารอน แบรี่ จำคุก 55 ปี อยู่ในยูนิทสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคจิต จึงไม่อยู่ในข่ายของโครงการ  ถึงแม้แกรี่ให้ความร่วมมือกับโครงการเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่มีส่วนช่วยให้มีโอกาสได้รับทัณฑ์บนก่อนวันพ้นโทษ

ดูราวกับว่าแกรี่สำนึกในความผิดที่ได้ทำลงไป…ผมเกลียดตัวเอง ปรารถนาอย่างยิ่งที่จะแก้ไขและปรับปรุงตัว ผมเห็นภาพวันนั้นตามมาหลอกหลอนตลอดเวลา บางครั้งตกใจตื่นกลางดึกได้ยินเสียงปืนก้องอยู่ในหู ติดตากับใบหน้าของแคธี่ที่แสดงถึงความหวาดกลัว…

เดือนเมษายน 2001 ในปีถัดมา เอมี่กับยายได้รับแจ้งกำหนดวันเวลา และก่อนหน้าวันนัดหนึ่งวัน เจ้าหน้าที่พาเดินดูสภาพในคุก ได้เห็นห้องขังสำหรับนักโทษสองคน แคบมากขนาดยื่นมือออกไปก็แทบจะชนกำแพงห้องทั้งสองด้าน มีหน้าต่างเล็กๆ มองเห็นคอนกรีตแผ่นหนาด้านนอก ไม่มีแอร์ ไม่มีฮีทเตอร์

เช้ารุ่งขึ้น เอมี่เกิดอาการกระวนกระวาย นั่งไม่ติดที่ กินอาหารไม่ลง เพราะในที่สุดก็ถึงเวลาที่จะได้พบหน้าผู้ชายที่ข่มขืนและฆ่าแม่ นึกสงสัยและวาดภาพว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไร สถานที่จัดขึ้นที่โบสถ์ในคุก มีผู้คุมยืนระวังอยู่ข้างหลัง เจ้าหน้าที่โครงการทำหน้าที่เป็นตัวกลางคอยไกล่เกลี่ย เข้าไปข้างในพร้อมกับเอมี่และยาย ทั้งสามลงนั่งก่อนที่ประตูจะเปิดพร้อมกับแกรี่ บราวน์ ก้าวออกมา

พอแกรี่มองเห็นเอมี่กับยาย ก็ร้องไห้จนตัวสั่น ไม่กล้าสบตา เอมี่จ้องมองดูใบหน้าของแกรี่อย่างไม่ละสายตา รู้สึกช็อค คาดว่าคงได้เห็นสภาพของชายชรา แต่จริงๆ แล้ว แกรี่แก่กว่าเอมี่ประมาณ 10 ปี กิริยาท่าทางดีมาก ลักษณะเหมือนกับว่าแม้แต่แมลงก็คงฆ่าไม่ได้ หากไม่รู้พฤติกรรม สรุปได้เลยว่าต้องเป็นผู้บริสุทธิ์ หน้าตาเหมือนหนุ่มน้อยที่เศร้าสร้อยน่าสงสารคนหนึ่ง

การปรากฏตัวของแกรี่ ทำให้เอมี่เกิดอาการเครียด ร่างกายหนักอึ้งแทบเคลื่อนไหวไม่ได้ พอแกรี่ทรุดตัวลงนั่ง เอมี่รำพึงว่า…ในที่สุดฉันก็พบฆาตกรหนึ่งในสองคน …

ลินดา ไวท์ ยายของเอมี่ พูดกับแกรี่ขึ้นมาก่อนว่า…ฉันอยากให้เธอรู้ว่าระยะเวลาที่ผ่านมา 15 ปี มีอะไรเกิดขึ้นกับเราบ้าง และฉันก็อยากรู้เรื่องของเธอเช่นกัน เพราะทางครอบครัวไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับการตายของแคธี่ มาถึงวันนี้จึงต้องการคำบรรยายจากตัวผู้ก่อเหตุ และจะบอกให้หยุด ถ้าหากว่าตอนไหนฉันทนฟังไม่ได้…

พอแกรี่เริ่มเรื่อง เอมี่กับลินดาก็ร้องไห้ ขณะที่ฟังแกรี่บรรยายว่า…ผมกับมารอนผลัดกันข่มขืนแคธี่ เพราะแคธี่เป็นคนมีเสน่ห์มาก และเราทั้งสองคนก็รูปร่างสูงกว่า พอเสร็จก็คิดยิงที่ขาจะได้หนีทัน แต่ในเมื่อแคธี่จำหน้าได้ ก็เลยเปลี่ยนใจจะฆ่าทิ้ง

…แคธี่อ้อนวอน ร้องขอชีวิต พร่ำบอกแต่ว่า จะเอารถ เงิน หรือทุกสิ่งทุกอย่าง เอาไปให้หมด รับรองว่าจะไม่บอกใคร แต่มารอนไม่ฟังเสียงยิงเปรี้ยงที่หัวสามนัด ผมไม่เคยลืมเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของแคธี่ได้เลย…

เอมี่เอ่ยขึ้นว่า…พวกเธอไม่ได้บังคับให้แม่ฉันรับขึ้นรถไปด้วย แม่ใช่ไหมที่ยินดีช่วยด้วยความเมตตา…

แกรี่เล่าต่อ…ก่อนที่แคธี่จะตาย บอกกับเราว่า ฉันให้อภัย และพระเจ้าก็จะให้อภัยเช่นกัน…

คำพูดสุดท้ายของแคธี่ที่แกรี่ถ่ายทอด เป็นสิ่งที่เอมี่และลินดาคาดไม่ถึงที่แคธี่ให้อภัยฆาตกร ซึ่งก็หมายความว่าแคธี่ได้สิ้นลมอย่างสงบ

ช่วงแรกใช้เวลา 90 นาที เอมี่ต้องขอเวลานอก เข้าห้องน้ำแล้วร้องไห้ หลังจากปรับสภาพจิตใจให้เป็นปกติ ก็กลับเข้าไปในโบสถ์อีกครั้ง

วันนั้นเอมี่กับลินดาใช้เวลาพูดคุยกับแกรี่ถึง 6 ชั่วโมง เอาอัลบั้มที่บันทึกภาพของแคธี่ให้แกรี่ดู ให้เข้าใจถึงความรู้สึกที่เขาพรากแม่ไปจากลูก เอมี่แปลกใจที่แกรี่ไม่รู้ว่าแคธี่กำลังตั้งครรภ์ ไม่รู้ว่าแคธี่มีลูกสาว แกรี่ทำให้ชีวิตของเธอต้องแปรเปลี่ยนไปตลอดชีวิต และเธอก็ไม่รู้ว่าดำเนินชีวิตต่อมาได้อย่างไร

แกรี่เล่าถึงชีวิตตัวเองบ้างว่า…ถูกพ่อแม่ทิ้งตั้งแต่ยังเล็ก เติบโตที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และฟอสเตอร์โฮม เคยถูกข่มขืนและถูกทำร้ายร่างกายหลายครั้ง จนต้องหนีบ่อยๆ พยายามฆ่าตัวตายเมื่ออายุ 8 ปี และพยายามอีก 10 ครั้ง ตอนที่อายุ 15 ปี พบแต่ความกดดันด้านจิตใจอย่างหนัก จึงต้องเสพยาเสพย์ติดดับทุกข์…

ระยะเวลาของการดำเนินไปตามจุดประสงค์ของโครงการ สภาพจิตใจของเอมี่หักเหจากความทุกข์ระทมไปสู่ความโกรธแค้น แล้วกลับกลายเป็นความเห็นอกเห็นใจ เป็นครั้งแรกที่เธอมองว่า แกรี่ก็คือมนุษย์ ไม่ใช่อสูรกาย แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องยากที่จะพูดคำนี้ได้อย่างง่ายดาย เธอพยายามให้อภัย เมื่อได้เห็นความแตกต่างจากเด็กอายุ 15 ปี กลายเป็นผู้ใหญ่วัย 32 ปี ตอนนี้แกรี่เลิกเสพยาอย่างเด็ดขาด วันหนึ่งคงได้ออกจากคุก เอมี่หวังว่าเขาคงสู้ชีวิตในโลกภายนอกได้ ซึ่งก็ควรได้รับโอกาสครั้งที่สอง

ตลอดวันนั้นแม้เป็นช่วงเวลาของความทุกข์ แต่เอมี่รู้สึกได้ใกล้ชิดกับแม่มากขึ้น ได้รับรู้ถึงวินาทีสุดท้ายของแม่ และนึกขึ้นได้ว่า ที่ผ่านมาเธอเฝ้าแต่เศร้าโศกอย่างสะเปะสะปะ ไม่ถูกจุดตั้งแต่เด็ก แล้ววันนี้ต้องได้รับอีกครั้งกับความเป็นจริง

หลังจากการสนทนาสิ้นสุดลง เอมี่ได้ปลดเปลื้องปมปัญหาต่างๆ ที่สะสมมานาน เป็นอิสระจากความหวาดกลัว ได้พิชิตอุปสรรคอย่างผู้ชนะ

แต่ต้องเสียใจอีกครั้ง เมื่อหมดเวลาเอมี่ตรงเข้าไปกอดแกร่ี่ด้วยความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติของการให้อภัย  เพราะเห็นว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็ทุกข์ทรมานพอกัน แต่พอได้สัมผัสตัวแกรี่ เอมี่เกิดอาการเหมือนไฟฟ้าช็อต สะดุดขึ้นมาทันทีว่า…ผู้ชายคนนี้แหละที่ฆ่าแม่…รีบกระตุกมือกลับแล้วถอยห่างออกมาอย่างรวดเร็ว

สำหรับแกรี่ เขาถือว่าเป็นการรักษาทางใจอย่างถูกทาง…ผมรู้ถึงความรู้สึกของเอมี่ที่ต้องขาดแม่ มันทำให้ผมเจ็บปวดที่เป็นคนพรากผู้หญิงคนหนึ่งไปจากลูกน้อย เอมี่เคยจินตนาการว่าคงต้องตายเช่นเดียวกับแม่ ผมให้สัญญาว่า จะไม่มีวันทำให้ความหวาดกลัวเช่นนั้นเกิดขึ้นกับเธออีก…

จุดประสงค์ของโครงการ เป็นความคิดที่ก้าวหน้าและทันสมัย เป็นการแก้ไขสภาพจิตใจอย่างถูกจุด ให้ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากับความจริง ดึงเอาบาดแผลที่ซ่อนลึกอยู่ภายใน ออกมากรีดใหม่แล้วเยียวยา จนกระทั่งสมานจนสนิท ไม่เหลือร่องรอยแม้แต่แผลเป็น.