Get Adobe Flash player

เนรมิตสุขทางใจได้ด้วยเงิน โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ

Font Size:

นึกถึงสมัยที่ทำงานจัดรายการไปพักผ่อนสุดสัปดาห์ ที่อ่าวเอวาลอน สถานท่องเที่ยวชื่อดังแห่งเกาะแคทลิน่า เมืองลองบีช มีสโลแกนว่า…ไม่ใช่เป็นเกาะแต่เป็นอีกโลกหนึ่ง ที่เนรมิตความสุขทุกประเภทให้นักท่องเที่ยวที่ไปเยือน…เป็นเมืองสวรรค์แห่งความรื่นรมย์ชมทิวทัศน์ เงียบสงบ รถไม่ติด ปลอดอาชญากรรม…

ฟรีเวย์ 710 ลองบีช ลงที่ ลองบีช ครูซ เทอมินัล ตรงไปที่จอดรถ ควีนแมรี่ ซีพอร์ท จะเห็นท่าเรือใหญ่ มีเรือประวัติศาสตร์ ควีนแมรี่ เทียบท่าอย่างสง่างาม

ควีนแมรี่ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลก ยิ่งใหญ่ที่สุด แล่นเร็วที่สุด สร้างขึ้นสำหรับพระราชินีแมรี่ แห่งราชวงศ์อังกฤษ เมื่อเดือนเมษายน ปี 1934 สูง 237 ฟุต ยาวเกือบ 1,020 ฟุต มีช่องหน้าต่าง 2,000 ช่อง บรรทุกคนได้มากกว่า 15,000 คน เมื่อปี 1943 บรรทุกทหารไปสงครามโลกครั้งที่สอง 16,683 คน เลิกเดินสมุทรเมื่อปี 1968

ปัจจุบันปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงใหม่ กลายเป็นโรงแรมชั้นหนึ่ง บริการนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้มาพัก มีภัตตาคารใหญ่โต ได้ชมความยิ่งใหญ่และความงามของภาพศิลปะเก่าแก่ที่หาค่าไม่ได้

ทั้งยังสัมผัสกับความลึกลับที่ลือกันว่า บนเรือนี้มีผีสิง มีคนเคยได้ยินเสียงกุกกักดังที่ห้องเก็บของใต้ท้องเรือ จริงหรือไม่นั้น คงต้องไปพิสูจน์กันเอาเอง

เดินผ่านเรือควีนแมรี่ ไปยังท่าแคทลิน่า เอ็กซ์เพรส เพื่อขึ้นเรือไปยังเกาะแคทลิน่า อีกแห่งที่ขึ้นเรือได้คือที่ซานเปรโด ไปฟรีเวย์สาย 110 เซาท์ สุดสายเข้าเมือง จะมีทางชี้บอกให้ไปท่าเรือ เมื่อก่อนค่าเรือไปกลับ ผู้ใหญ่ 47.50 เหรียญ เด็ก 37.50 เหรียญ เด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 2 ขวบ 3 เหรียญ หรือซื้อเป็นแพ็คเกจแบบไปทัวร์ก็ได้ กลุ่มที่มี 20 คนขึ้นไป ได้ลดพิเศษ

เช้าไปเย็นกลับ ถ้าไม่อยากนั่งเรือก็ขึ้นเครื่องบินเล็ก ใช้เวลา 14 นาที ลงจากเครื่องจะมีแท็กซี่รับส่งไปชายหาดใช้เวลา 3-5 นาที                

…พอใกล้เวลาเรือออกจากฝั่ง ทุกคนไปยืนเข้าแถวรอ เรือมีทั้ง 2 ชั้น และ 3 ชั้น บนเรือมีเครื่องดื่ม เหล้า เบียร์ ของกินเล่นจำหน่าย สำหรับคนที่ชอบเมาทั้งรถและเรือ ควรกินยาแก้แพ้ก่อนสักครึ่งชั่วโมง มิฉะนั้นแทนที่จะได้สนุกก็กลายเป็นไปนั่งมึน รอเพื่อนอยู่กับที่ เดินไม่ไหว หมดแรง ถ้าเลือกนั่งด้านหลังเรือที่มีลมโกรกก็ดีหน่อยพอช่วยได้ หากมีอาการเมาเพราะดื่มก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่าโทษเรือ

ขณะที่เรือเริ่มเคลื่อนตัวออกจากท่า เจ้าหน้าที่สาธิตวิธีใช้เครื่องชูชีพ ระยะทาง 22 ไมล์ ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง ชื่นชมกับความงามของคืบก็ทะเล ศอกก็ทะเลอันเวิ้งว้าง

ระลอกคลื่นทำให้เรือโคลงเคลงไปมาเป็นจังหวะ หนุ่มสาวรักกันใหม่ๆ นั่งเกยไหล่จู๋จี๋เป็นคู่ๆ อย่างมีความสุข เป็นเวลาที่มีแสนหวานที่สุดในวัยนี้ บางคนอุ้มลูกจูงหลานมาทั้งตระกูล หน้าตาแต่ละคนบ่งบอกถึงความตื่นเต้นกระตือรือร้น ไม่เหมือนขากลับ อ่อนเพลีย นั่งหลับกันคอพับคออ่อน    

ใกล้จะถึง มองเห็นอ่าวเอวาลอน อยู่ด้านหนึ่งของเกาะแคทลิน่า มีเรือจอดริมอ่าวเป็นทิวแถว อาคาร สิ่งปลูกสร้างบนเขาเรียงกันไปเป็นระยะ มองเห็นคาสิโนทรงกลม 12 ชั้น โครงสร้างเหมือนขนมเค็กงานแต่งงาน เป็นเครื่องหมายของอ่าวเอวาลอน เหมือนประกาศให้ผู้ไปเยือนรับรู้ว่า จะได้พบกับความแปลกที่ไม่มีอะไรเทียบจากสถานที่ที่อยู่เบื้องหลัง

แม้เรียกชื่อว่าคาสิโนก็จริง แต่ไม่ได้สร้างเพื่อการพนัน หัวใจคือการแสดงของวงดนตรีที่มีชื่อเสียง โด่งดังในยุคก่อน ในห้องบอลรูมขนาดกว้างใหญ่ที่สุดในโลก จุคนได้ 1,000 คน

ชั้นล่างสุดเป็นพิพิธภัณฑ์แคทลิน่า ไอแลนด์ และมีโรงละครสำหรับฉายภาพยนตร์ทุกวัน ตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา เป็นการโชว์ความงามอีกประเภทหนึ่ง บางคนยอมซื้อตั๋วเข้าไปดูหนัง เพื่อได้อาหารตาจากการตกแต่งภายในของโรงละครอย่างใกล้ชิด

…พอเรือเทียบท่า ทุกคนเดินเป็นแถวขึ้นฝั่ง ได้พบกับโลกหนึ่งที่อยู่ในสภาพแวดล้อมของเมืองที่จัดขึ้นเป็นที่พักผ่อนรับลมร้อนโดยเฉพาะ ใต้ร่มไม้มีคนนั่งกินอาหารกลางวันที่เตรียมกันมาแกล้มกับลมทะเลเป็นระยะ ชายหาดไม่กว้างใหญ่เหมือนบางแสนหรือพัทยา มีรถกอล์ฟ รถจักรยานให้เช่าขี่เล่น ทำให้คิดถึงความหลังสมัยเรียนมัธยม

เดินต่อไปทางชายหาด มีเก้าอี้ให้เช่านั่งรับลม ตัวละ 4 เหรียญ ร่มกางกันแดดอันละ 8 เหรียญต่อวัน คนที่ชอบดำน้ำก็มีอุปกรณ์ ชุดดำน้ำให้เช่า เรือเล็กๆ แบบถีบเหมือนที่เขาดิน แบบติดมอร์เตอร์แล่นไปแล่นมาก็มี มีทุกประเภทแล้วแต่จะเลือก

ลงไปดูปลาใต้ทะเล ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง เป็นเรือเล็กมีที่นั่งล้อมรอบ ตรงกลางท้องเรือเป็นกระจก ไว้มองดูสาหร่ายทะเล มีปลาสีน้ำเงิน สีดำ แหวกว่ายเป็นทิวแถวไปมาเป็นหมู่ ปลาสีส้มแป๊ดมีนิดหน่อย ลงเรือดูปลาแบบนี้หากไม่เคยเห็นก็ตื่นเต้นดี ถ้าจ่ายเงินเองคงเสียดายเหมือนกันเพราะไม่คุ้ม

เหลือบมองสองสามีภรรยา พ่ออุ้มลูกคนหนึ่ง แม่อุ้มอีกคน แม่กับลูกส่งเสียงร้องกรี้ดกร๊าดชี้ชวนให้กันดู ส่วนพ่อนั่งสัปหงก ไม่สนใจว่าเป็นปลาหรือเป็นปู     

อีกประเภทเป็นเรือดำน้ำ ดำลงไป 5 ฟุต เผชิญหน้ากับฝูงปลาสารพัดชนิด มีที่นั่งและกระจกสำหรับดูเฉพาะตัว ใช้เวลา 45 นาที

ยังมีอีกตั้งหลายอย่างให้เสียเงินแล้วแต่ว่าจะมากหรือน้อย อยากค้างคืนนอนกินลมชมดาว มีโรงแรมให้เลือกกว่า 30 แห่ง โรงแรมห้องแถว 2 ชั้น เหมือนต่างจังหวัด โฆษณาว่าราคาประหยัด  นั่งรถท่องเมืองกินลมชมราตรีรอบชายหาด ใช้เวลา 45 นาที สำหรับคนมีสตางค์ก็มีวิลล่า คอนโด บ้านพักตากอากาศเป็นหลังให้เช่าทั้งครอบครัว ย่างบาบิคิวที่ชายหาดส่วนตัวในยามเย็น

สำหรับนักกอล์ฟก็มีสนามกอล์ฟให้ฝึกมือ มีอุปกรณ์ให้เช่าครบชุด ไม่ต้องหอบหิ้วไปให้เหนื่อยเปล่าๆ ส่วนพวกขี้เมื่อยก็มีบริการนวดผ่อนคลายด้วยวิธีแบบไทยกับสวีดิส

…เราเดินชื่นชมความแปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นสักพักก็เมื่อย ถ้าอยู่ในวัยหนุ่มสาว ไปเที่ยวกับแฟน นั่งมองหน้ากันไปยิ้มกันมาเป็นวันสองวันก็ไม่เบื่อ เช่าเก้าอี้ก็คุ้ม อยากกินส้มตำ ไก่ย่างแบบบ้านเราก็ไม่มี นั่งพักเอาแรงรอคณะที่เก้าอี้หินรอบทางลงชายหาด มองซ้ายมองขวา มีทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ ในชุดว่ายน้ำเดินไปเดินมา หนุ่มๆ สวมแว่นดำเช่าผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ลงนอนแผ่กินลม ดูเหมือนหลับ แต่พอสาวๆ เดินผ่านมาก็ยกลำคอชะเง้อมองตามตาวาวอยู่ในแว่น

...ในที่สุดวันที่ปล่อยวาง รับแต่ความสดชื่นกับการกินบรรยากาศก็สิ้นสุดลงเมื่อได้เวลากลับ เรือแล่นออกจากฝั่ง ทิ้งเกาะแคทลิน่าไว้เบื้องหลังลิบๆ ทำให้รู้ว่าการท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจประเภทนี้ เอาแต่ตัวกับเงินไปก็พอ แล้วความสุขจะได้ทั้งอาหารตา อาหารใจ อาหารการกินครบถ้วนจากอำนาจเงิน.