Get Adobe Flash player

สำนวนอเมริกันในหมวดอักษร “K” โดย อ.วิภัช ธราภาค

Font Size:

Keep (9)

 

                                Keep your distance from = ตีตัวออกห่างไว้ หรือพยายามปลีกตัวออกไป ซึ่งทั้งนี้ อาจกระทำได้ทั้งในแง่ของร่างกายและจิตใจ ทางใดทางหนึ่ง หรือพร้อมกันไปเลยทั้งสองทางก็ย่อมได้  เราอาจใช้สำนวนนี้มาสร้างเป็นคำพูด ทำนองว่า

                                You’d better keep your distance from Tom.  He is in a bad mood. คือลื้อถอยออกห่างเจ้าทอมไว้ก่อนดีกว่า  มันกำลังอารมณ์เสียอยู่ตอนนี้ หรือจะกล่าวว่า Keep your distance from the fire. คืออย่าเข้าใกล้ไฟซึ่งกำลังลุกไหม้อยู่นั่น

                                Keep your ear to the ground = สดับตรับฟังเรื่องราวนั้นไว้ให้จงดี  และข้อที่น่าสังเกตสำหรับสำนวนนี้ก็คือ ถ้อยคำในภาษาฝรั่งนั้นเมื่อแปลกันตรงไปตรงมาก็หมายถึงการเอาหูของเราลงไปแนบไว้กับพื้นซึ่งก็เป็นวิธีการหนึ่งเมื่อต้องการฟังเสียงอะไรซึ่งเรายังได้ยินไม่ถนัด และคนในสมัยก่อนมักจะใช้วิธีการเช่นนี้ ซึ่งมาในสมัยนี้ที่ถนนหนทางเต็มไปด้วยเสียงยวดยานพาหนะอึกทึกครึกโครมไปหมด ถ้ายังขืนมัวแต่ไปเอาหูลงแนบกับพื้นอย่างว่า ก็คงจะโดนรถทับตายไปเสียก่อนแน่นอน

                                ความหมายของสำนวนที่ว่านี้ มิได้มุ่งหมายถึงการที่จะต้องลงไปแนบหูสดับตรับฟังเรื่องราวอะไรกันจริง ๆ จัง ๆ เช่นนั้น หากแต่เพียงเปรียบเทียบว่าให้สดับตรับฟังเรื่องราวนั้น ๆ ไว้ให้ดีเท่านั้นเอง  เช่นกล่าวว่า The boss told John to keep his ear to the ground so that he’d be the first to know of a new idea.คือ ทางเจ้านายได้สั่งจอห์นไว้ว่าให้คอยสดับตรับฟังเรื่องราวความเป็นไปต่าง ๆ ไว้ให้จงดี เพื่อที่จะได้เป็นคนแรกที่จะรู้ไปถึงความคิดเห็นซึ่งเกิดขึ้นมาใหม่ ๆ ในระยะนี้นั่นเอง

                                               

                                ฝรั่งพูดกันยังงี้  ถ้าไทยเราพูดกันยังงั้น แล้วฝรั่งจะว่ายังไง?

                               

                                สัปดาห์ก่อน คอลัมน์นี้ได้นำสำนวนในภาษาฝรั่งที่ว่าTongue in cheekซึ่งตรงตัวก็แปลว่าลิ้นในแก้ม หากแต่ความหมายในห่างออกไปหลายร้อยโยชน์เลยทีเดียวและย้งมิได้อธิบายถึงความหมายของสำนวนนี้ให้เป็นที่เข้าใจกันได้พอสมควร

                                ความหมายของสำนวนที่ว่านี้ เป็นแต่เพียงการเปรียบเทียบว่าได้นำเรื่องซี่งไม่จริงจังแม้แต่น้อยมาล้อเล่นกันเท่านั้นเองและทั้งนี้ ในภาษาของเขาเองก็มีคำอธิบายให้ไว้ว่าTongue in cheek = if you say something with your tongue in your cheek, you are not being serious and mean it as a joke.          คือ ถ้าท่านพูดถึงเรื่องอะไรในแบบลิ้นในแก้ม (มิใช่ลิ้นคับปาก) ก็เป็นว่า ท่านมิได้จริงจังอะไรหากแต่เป็นการพูดกระเซ้าเย้าแหย่เล่นเท่านั้นเอง

 

ขอให้อยู่เย็นเป็นสุข