Get Adobe Flash player

สำนวนอเมริกันในหมวดอักษร “K” 13 โดย อ.วิภัช ธราภาค

Font Size:

Keep (13)

 

                              Keep someone in line =ดูแลรักษาให้ใครต่อใครอยู่ในระเบียบและรักษาความเรียบร้อย เมื่อกล่าวมาเช่นนี้ เชื่อว่าทุกคนคงจะนึกออกและนึกเลยไปถึงการรักษาแถวนักเรียนหรือแถวทหารให้เป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยซ้ำไป  ดังนั้น เราอาจใช้สำนวนบทนี้ไปสร้างประโยคตัวอย่าง อาทิเช่น กล่าวว่า

                              The teacher had to struggle to keep the class in line.คืออีตาครูคนนั้นจำต้องใช้ความพยายามและอดทนที่จะดูแลบังคับบรรดาลูกศิษย์ในชั้นของเขาให้อยู่ในระเบียบวินัยไว้ให้จงได้ทั้งนี้ เราสามารถใช้สำนวนนี้ในกรณีต่าง ๆ ซึ่งต้องการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยได้เสมอทุกกรณ๊ไป

                              Keep someone in stitches = ทำให้ใครต่อใครต้องหัวร่อจนงอหายเพราะขำมาก หรือหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ง ซึ่งเป็นอาการที่หน้าท้องตึงเพราะหัวเราะเต็มที่ (stitches = สทิชเชส) และสำหรับสำนวนนี้ คำอธิบายในภาษาฝรั่งก็เป็นว่า laughing so much that you cannot stop!

                              ตัวอย่างของการใช้สำนวนในรูปประโยคก็เช่น His jokes had us all in stitches.คือ ลูกเล่นและมุขตลกของเขาได้ทำให้พวกเราต้องพากันหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็งไปเลยทีเดียว

                             

                              ฝรั่งพูดกันยังงี้  ถ้าไทยเราพูดกันยังงั้น แล้วฝรั่งจะว่ายังไง?

 

                              ภาษาไทยของเราเป็นเรื่องที่น่าสร้างความภาคภูมิใจให้แก่พวกเราในฐานะที่กล่าวได้ว่าเป็นเจ้าของภาษา ถ้าพวกเราจะช่วยกันรักษาและส่งเสริมให้คงไว้ตราบชั่วลูกหลาน  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในแง่ของการใช้ภาษาแบบเจ้าบทเจ้ากลอน ซึ่งจะช่วยทำให้เกิดอรรถรสขึ้นมาได้อย่างน่าสนุกสนาน และเราเรียกว่าเป็นการสร้างโคลง, ฉันท์, กาพย์, กลอน ฯลฯซึ่งล้วนแต่ชวนให้สนุกทางด้านภาษา ยิ่งกว่าการใช้ถ้อยคำแบบ “ร้อยแก้ว” ธรรมดา ๆ

                              แต่เผอิญในยุคนี้ผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนรุ่นหนุ่มสาวใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ อาจเป็นเพราะมีความรู้สึกในทางต้องการแข่งขันเพื่อให้ประสบความสำเร็จก่อนคนรุ่นเดียวกัน  ต้องการให้ร่ำรวยมากกว่าเพื่อนฝูงรุ่นเดียวกัน  จึงไม่มีเวลาที่จะแสวงหาความสุขให้แก่ตนเองจากสิ่งต่าง ๆ ซึ่งอาจมีอยู่รอบตัว ไม่ต้องพูดเลยไปถึงว่า แม้แต่วรรณคดีไทยซึ่งถือกันว่าเป็นมรดกตกทอดกันมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์นั้น เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีใครสนใจเสียแล้ว หนังสืออันทรงคุณค่าประเภทนั้นก็โดนปล่อยให้ฝุ่นจับอยู่ในห้องสมุดต่าง ๆ อย่างน่าเสียดาย

                              คำพูดที่คล้องจอง อย่างเช่น “พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง” นั้น สมัยนี้ก็ไม่ค่อยจะได้ยินก้นอีกแล้ว  ทั้ง ๆ ที่ฝรั่งเขาก็ยังนิยมเอาไปดัดแปลงให้เหลือแต่เพียงสั้น ๆ ว่า Silence is golden เท่านั้นเอง

                             

ขอให้อยู่เย็นเป็นสุข