Get Adobe Flash player

"ถูกใจ..แล้ว..ถูกต้อง " โดย โป๊ะ-เปิ้ล

Font Size:

 

ถูกใจ..แล้ว..ถูกต้อง 

     สวัสดีค่ะ ......  ก่อนอื่นต้องขอกราบงามๆสำหรับคุณที่ได้ไถ่ถามมาว่า  " ดิฉันเป็นอะไรไปหรือเปล่า...เก็บกดอะไรมั้ย !! ถึงได้เขียนคอลัมน์แรงๆอย่างนั้น"   เหมือนกับดิฉันถูกทำร้ายจิตใจ....ขอตอบผ่านทางนี้ค่ะว่า  " ดิฉันสบายดีทั้งร่างกายและจิตใจ  มีความสุขล้นเหลือค่ะ "   แต่เหตุและผลที่เขียนคอลัมน์ค่อนข้างรุนแรง, ก้าวร้าว , ต่อว่าต่อขานชาวบ้าน  ก็เป็นเพราะ " เห็นอะไรที่ไม่เหมาะสมหรือถูกต้องของการกระทำของ มนุษย์เรา นี้แหล่ะค่ะ

     อย่างวันนี้  ก็ต้องขอเขียนอีกค่ะ  คำว่า " กาลเทศะ "  บางคน ( ที่ไม่รู้จักคำนี้ )  อาจไม่เข้าใจ  หรืออาจจะเข้าใจแต่..พอใจจะทำ ตามใจตัวเองโดยไม่คิดถึงใครๆเลย  เช่น การให้เกียรติกับการแต่งกายไปงานสังคม  คุณไม่ได้อยู่บ้านนะ..จะได้แต่งตัวใส่เสื้อผ้าอะไรก็ได้   เมื่อคนเราตัดสินใจออกจากบ้านไปงานสังคมข้างนอกบ้าน ( ขอเขียนทุกคำเลยค่ะ )  สักงานนึงเนี่ย.....ยิ่งเป็นผู้หญิงก็ต้องสวย,  ต้องเนี๊ยบ ,  ต้องเริด ฯลฯ  แต่ก็ควรให้ถูกกับสถานที่และงานที่จะไป  โดยเฉพาะงานพิธี  อาทิเช่น งานเทอดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  ไม่ว่าจะเป็นที่วัด , สถานที่ราชการ  หรือตามโรงแรมหรู     สิ่งสำคัญก็คือควร  แต่งกายให้ถูก กาละ ( เวลา ) เทศะ ( สถานที่ )  

    เพราะในปัจจุบันการสอนเรื่อง " มารยาท "  ไม่มีแล้วมั้ง   และก็เพราะผู้ใหญ่ยังไม่ทำ ... แล้วเด็กรุ่นใหม่ จะรู้ไหมล่ะคะ   ยิ่งบางคนตามใจตัวเอง   เป็นสาวมั่น , หนุ่มมั่น   นึกอยากจะใส่อะไร  แต่งยังไงก็จะแต่ง  จะขัดหูขัดตาผู้ใหญ่หรือเจ้าภาพในงานหรือไม่  ก็ไม่สนใจ  โดยเฉพาะผู้ใหญ่บางคนนี่ล่ะ..ตัวดี    ไปงานใหญ่โต  แต่...แต่งตัวยังกะเพิ่งไปจ่ายกับข้าวที่ตลาดมา   ไม่ให้เกียรติตัวเองก็ไม่มีใครว่าหรอกค่ะ   แต่น่าจะให้เกียรติกับงานและเจ้าภาพบ้าง  เห็นแล้วอยากจะเป็นลมค่ะ   ที่พูด..เอ๊ย เขียนน่ะ..ไม่จำเป็นต้องชุดราตรีหรูออกมาจากแมกกาซีนหรอก   แค่แต่งให้ถูกกับงานถูกกับสถานที่   หากเป็นงานพิธีไทยๆ ก็ควรหาชุดไทย,  ผ้าไทยๆมาสวมใส่   ถ้าหาไม่ได้หรือไม่มี...ก็ควรเป็นชุดที่ดูสุภาพ...แค่นี้ก็ดูดีแล้ว  ไม่จำเป็นต้องขนตู้เพชรเคลื่อนที่มาประดับให้ดูเว่อร์หรอกค่ะ

     ดิฉันจำได้ว่า....เขียนเรื่องนี้บ่อยมากกกก..  จนท่านผู้อ่านบอกว่า " ไปเจอใครอีกแล้วหรือ "   จริงๆแล้วเนี่ย ... ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลนะคะ  ไม่ว่ากัน และไม่ก้าวก่าย    ก็แค่เล่าสู่กันทราบค่ะ    แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ...บางคนเค้าไม่รู้จริงๆนะคะว่า  มารยาทของกาลเทศะ คืออะไร  ก็ " ปล่อย " เค้าไปค่ะ    หน้าตาของเขานี่..เนอะ  ตรงข้ามกับบางท่าน ( ไม่ประสงค์จะเอ่ยนาม )  ต้องขอชมค่ะ  เธอผู้นี้แต่งตัวดี, ถูกต้องตาม Concept หรือ Themeของงานนั้นๆ   เค้าให้ใส่อะไร, ยังไง ฯลฯ  คุณผู้หญิงท่านนี้ก็ใส่ได้  ทั้งๆที่บางงานเธอออกจะดู   " วาบหวิว " ( ซะไม่มี )    แต่เมื่อไหร่ที่เป็นงานพิธี  คุณเธอก็ใส่ซะเต็มที่  เรียกว่าให้เกียรติทั้งเจ้าภาพงาน และทั้งตัวเอง  แต่ก็เจอหลายท่านนะคะที่แต่งตัวดีสมกาลเทศะ  บางครั้ง...ถ้าทำโล่ห์เกียรติคุณในการแต่งตัวดี ถูก " กาลเทศะ " นะ  ดิฉันก็อยากจะให้จังเลย  คนที่แต่งตัวสมวัย,  ดูสุภาพ,  น่านับถือ   เรียกว่า  แต่งตัวถูกงาน, ถูกเวลา, สวยหล่อดูดี  ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับคนเรานี่ล่ะคะ  เอาละค่ะ....แค่นี้ก่อน  เรื่องของ " มารยาทกับกาลเทศะ "  ยังมีอีกเยอะค่ะ  ไว้คราวหน้าดีกว่า   อากาศร้อนมาก  ตับแลบค่ะ  พอนึกถึงเรื่องของไม่ดีไม่งามบวกกับอากาศร้อนๆ......เดี๋ยวจะพาลให้เขียนไปกันใหญ่    ตัวใครตัวมันแล้วกันค่ะ

       ก่อนลากันวันนี้   ได้คติธรรมจากท่านพระเดชพระคุณพระภาวนาญาณวิเทศ ( ท่านอาจารย์เหรียญ )  วัดป่าธรรมชาติมาหนึ่งข้อ

( จริงๆแล้วมีหลายข้อค่ะ )     ท่านอาจารย์สอนว่า   "  ไม่มีใครทำอะไรได้ถูกต้องทุกอย่าง ... เพราะความคิดและสมองแต่ละคน  ไม่เท่ากัน "   ต้องให้อภัยค่ะ    นี่แค่หนึ่งข้อนะคะ    ดิฉันยังมีคติดีๆจากพระคุณเจ้าอีกมากค่ะ  จะนำมาบอกคุณๆต่อนะคะ   วันนี้ขอไปสวดมนต์  ภาวนาจิตใจให้สงบก่อนนะคะ...............จุ๊บ................จุ๊บ.............................สวัสดีค่ะ