Get Adobe Flash player

“อาจารย์ใหญ่” ผู้ให้ที่ถึงพร้อม โดย Super Pat

Font Size:

 

ดิฉันได้อ่านพบบทความที่น่าสนใจจากนิตยสาร “คู่สร้างคู่สม” เขียนโดย ดร. ยุวนุช ทินนะลักษณ์ จึงขออนุญาตินำมาเผยแพร่ให้กับแฟนคลับบางท่านที่ไม่มีโอกาสได้อ่าน เกี่ยวกับการทำบุญมหากุศลครั้งสุดท้ายก่อนจะละร่างซึ่งหมดวาระลงแล้ว...

การบริจาคร่างกายเมื่อสิ้นอายุขัย เพื่อการศึกษาทางแพทย์ เป็นกุศลผลบุญอันใหญ่หลวงอย่างหนึ่ง เป็นการสร้างมหากุศลทาน... การให้ หรือ การบริจาค เป็นหลักธรรมทางพุทธศาสนา ยิ่งเป็นการสละชีวิต หรือ สละอวัยวะช่วยเหลือผู้อื่น ก็ยิ่งเป็นมหากุศลที่สะสมเป็นบารมีในภพภูมิหน้าเลยทีเดียว โดยเฉพาะการบริจาคร่างกาย และอวัยวะที่เราหมดเวลาการใช้แล้ว ร่างไร้วิญญาณเป็นแค่ซากที่ไม่รับรู้ความรู้สึกใดๆได้อีก เป็นโอกาสที่เราจะสร้างสมบุญได้ง่าย เรียกว่าเป็นกุศลทานอันยิ่งใหญ่ การบริจาคร่างกาย และอวัยวะ ย่อมเป็อานิสงค์ให้ เกิดชาติหน้าจะเป็นผู้มีร่างกายสมบูรณ์ดีงาม

ร่างกายของอาจารย์ใหญ่จะได้รับความเคารพอย่างสูงจากผู้เรียน ในการเสียสละร่างให้เป็นสื่อการเรียนรู้ที่ดีที่สุด แม้ว่าจะมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไปมากมายเพียงใด ก็ยังไม่มีอะไรที่จะมีประสิทธิภาพเท่าเทียมและทดแทนการเรียนรู้จากร่างจริงของมนุษย์ไปได้ แต่ทุกปีมหาวิทยาลัยจะมีนักศึกษาจำนวนมากขึ้น ที่ต้องเรียนรู้จากร่างของอาจารย์ใหญ่ ความต้องการร่างของอาจารย์ใหญ่จึงมีเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ถึงแม้จะมีผู้แจ้งความจำนงบริจาคร่างกายไว้จำนวนไม่น้อย แต่ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้คนอายุยืนขึ้น ผู้บริจาคยังไม่เสียชีวิต ทำให้บางช่วงถึงกับขาดแคลนอาจารย์ใหญ่

มีคนไทยจำนวนมากที่ยังรู้สึกลังเลในการบริจาคร่างกาย หรือ อวัยวะ บางทีเจ้าของร่างอยากบริจาค แต่คนใกล้ชิดไม่ยอม นี่เป็นเพราะความเชื่อหรือมีทัศนคติไม่ถูกต้อง ซึ่งทำให้เป็นสิ่งขัดขวางการสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ครั้งสุดท้าย โดยเชื่อกันว่าหากนำไปศึกษาทางการแพทย์จะทำให้วิญญาณผู้ตายเจ็บปวด ไม่สงบ ไม่ไปสู่สุคติ และเกิดชาติหน้าจะไม่สมบูรณ์แบบ พิการ นี่เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะด้วยหลักศาสนา หรือหลักวิทยาศาสตร์ก็ตาม การให้ บริจาค เป็นหลักธรรมสำคัญทางพุทธศาสนา ยิ่งเป็นการสละชีวิต สละอวัยวะ ยิ่งเป็นมหากุศลที่สะสมบารมีในภพภูมิหน้าเลยทีเดียว

ถ้าไม่คิดถึงชาติหน้า กล่าวกันเพียงชาตินี้ จิตอันเป็นกุศลที่ปรารถนาดีต่อผู้อื่น เพื่อให้นักศึกษาแพทย์ได้เล่าเรียนเพื่อพัฒนาความสารมารถในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บของมวลมนุษย์ผู้เป็นผู้ร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย ให้พ้นจากทุกข์ ต่อชีวิตผู้อื่นให้ยืนยาว ไปได้อีก จิตที่ตั้งมั่นในความดีงาม ย่อมส่งผลทันตาเห็นให้ผู้บริจาคมีความปิติสุข แช่มชื่น เบิกบาน เกิดความมั่นใจว่า เมื่อสิ้นอายุขัยของตนเอง จะเป็นการจากไปอย่างสง่างาม จิตใจผ่องใสในมหากุศลเช่นนี้ จะเป็นคุณสมบัติประจำตัวที่ติดตามเราไปทุกภพภูมิ

การได้ตำแหน่งบุญ “อาจารย์ใหญ่” จึงเป็นการทำหน้าที่ครั้งสุดท้ายในโลกนี้ เมื่อได้ทำหน้าที่จบลง ร่างจะได้รับการไปประกอบพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล โรงเรียนแพทย์ทุกแห่งจะขอพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษให้แก่อาจารย์ใหญ่ทุกท่านเพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านและวงศ์ตระกูล ถือว่าเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่บรรดาคณาจารย์ นักศึกษาทุกคน และผู้เกี่ยวข้องได้ตั้งใจจัดให้สมเกียรติด้วยซาบซึ้งในพระคุณของอาจารย์ใหญ่นั่นเอง นับว่า อาจารย์ใหญ่หมดวาระอย่างสง่างาม

คุณสมบัติว่าที่อาจารย์ใหญ่ คือตอนมีชีวิตอยู่ต้องพิจารณาตนเองว่ามีคุณสมบัติที่เขากำหนดไหม โดยหลักๆ จะต้องมีอายุอย่างต่ำ 18 ปีขึ้นไป และอายุไม่เกิน 60-80 ปี ตอนบริจาค ต้องไม่เป็นผู้ป่วยเป็นโรคติดต่อร้ายแรง เช่น โรคเอดส์ โรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ วัณโรค และโรคพิษสุนัขบ้า ไม่เป็นผู้มีแขนขาลีบ คดงอ ไม่ป่วยจากอุบัติเหตุ และไม่เกี่ยวกับคดีตำรวจ และไม่อ้วนจนผิดสัดส่วนอย่างมาก หรือผอมจนไม่มีกล้ามเนื้อ

ต้องสละสิทธิ์ตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ แม้ว่าได้สมัครรอคิว หากผู้บริจาคร่างปกติ ไม่ป่วย มีคุณสมบัติครบ แต่ต่อมาเสียชีวิตด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังกล่าวข้างต้น หรือ หากนำร่างส่งไม่ทันหลังจากเสียชีวิตเกิน 20 ชั่วโมง หรือเกิดลืมแจ้งโรงพยาบาลให้มาฉีดฟอร์มาลีนรักษาสภาพร่าง

การบริจาคร่างกาย เมื่อละสังขารเพื่อเป็น อาจารย์ใหญ่ ให้นักศึกษาแพทย์ เป็นบุญกุศลโดยแท้  ร่างหนึ่งร่างของอาจารย์ใหญ่จะมีนักศึกษาใช้เรียนรวมกันหลายคน ถึง 7- 8 ร่างของอาจารย์ใหญ่ที่ใช้เรียนนี้ จะผ่านการดองด้วยฟอร์มาลีน เป็นเวลา 1 ปี เพื่อให้กล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆของร่างกายได้รับการรักษาสภาพอย่างดี จึงจะสามารถนำมาศึกษาได้

สำหรับแพทย์ฝึกหัดต้องการฝึกผ่าตัด และกลุ่มแพทย์เฉพาะทางที่ต้องการเรียนรู้เทคนิคผ่าตัดแบบใหม่ที่ทันสมัย มีการเปิดแผลให้เล็กลง แต่ให้ประสิทธิผลที่ดีกว่า และแผลหายเร็ว เป็นการฝึกหัตถการและการวิจัยร่างจะเป็นแบบนิ่มกว่า มีวิธีเตรียมและใช้น้ำยาต่างกันโดยหลังจากเสียชีวิตต้องฉีดน้ำยารักษาสภาพศพให้เร็วที่สุด แล้วใช้เรียนเลยภายในเวลา 50 วัน

นี่คือความรู้ในอีกแง่มุมหนึ่งที่น่าสนใจ ดิฉันอ่านพบแล้วอดไม่ได้ที่จะต้องนำมาแบ่งปัน ให้แฟนคลับได้รับรู้ไปด้วย ตัวดิฉันและคุณเชน ได้แจ้งความประสงค์ขอบริจาคอวัยวะหลังจากหมดสิ้นอายุขัยกับ Department of Motor and Vehicle ตอนต่ออายุใบขับขี่ทุกครั้งจะมีแบบฟอร์มบริจาคมาให้

เพราะดิฉันเชื่อว่า การบริจาคร่างกาย หรือ อวัยวะ ให้ผู้รอคอยให้พ้นจากทุกข์ ต่อชีวิตเขาให้ยืนยาวไปได้อีก ย่อมเป็นอานิสงฆ์ส่งให้ได้ผล มีความปิติ เบิกบานใจ เป็นกุศลผลบุญที่จับต้องได้ในชาตินี้