Get Adobe Flash player

สูงวัย..ใจเกินร้อย โดย Super Pat

Font Size:

วันนี้ขออนุญาติเขียนบทความที่ทุกคนคงจะหนีไม่พ้นหากไม่ทิ้งชีวิตไปซะตั้งแต่ยังหนุ่มยังสาว...จะอะไรซะอีกล่ะ ..ก็ความชรา..ความแก่..เขียนให้สุภาพหน่อยจะเรียกกันว่า สูงวัย (ส.ว.)นั่นเอง...

ดิฉันเป็นคนหนึ่งละที่อยู่ในกลุ่ม ส.ว.แต่เป็น ส.ว...ใจเกินร้อย นะเจ้าคะ ประสบการณ์ชีวิตเพียบ ไปมาทั่วหัวเห็ดเจ็ดย่านน้ำ บินเดี่ยวจากอ้อมอกคุณพ่อคุณแม่ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ทั้งที่โรงเรียนประจำ ทั้งใช้ชีวิตและท่องเที่ยวที่เมืองนอกเมืองนาต่างประเทศ พบผู้คนมากมาย หลายรูปแบบ ระดับไฮโซ จนถึงรากหญ้า รู้อะไรควร ไม่ควร(บางทีเด็กอายุคราวลูกที่ไม่รู้รากเหง้าดันสะเออะมาสั่งสอนเราซะอีก น่าสมเพชนัก)

ความที่มีนิสัยส่วนตัวที่คนส่วนมากรับไม่ได้ เพราะเกิดมาด้วยความมั่นใจในตัวเองสูงมากเกินร้อย แต่งตัวไม่เหมือนใคร(แต่...แต่งอย่างถูกกาละเทศะ..จนระยะหลังเริ่มมีคนแต่งตาม) ไม่แคร์ต่อคำวิพากษ์วิจารณ์(เพราะไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใคร) พูดจาตรงไปตรงมา(ใช้ความจริงและความหวังดีเป็นที่ตั้ง) ไม่ประจบสอพลอใครเพื่อผลประโยชน์(เพราะมีความสามารถของตัวเอง) ไม่ชอบเรื่องไร้สาระ..นินทากาเล(เพราะรำคาญ...ขี้หงุดหงิด..มีความอดทนน้อย) ชอบเป็นผู้ประสานงานทำบุญทำกุศล และกิจกรรมต่างๆ(โดยไม่หวังชื่อเสียงและผลตอบแทน) ชอบสร้างสรรค์แบ่งปันความสุขให้กันและกัน พยามยามยึดคติ “คิดดี..ทำดี..พูดดี..” เป็นที่ตั้ง..

นี่แหละค่ะ ทำให้มีบางคนที่ไม่เข้าใจธาตุแท้ของดิฉันที่พระเจ้าประทานมาให้(แต่ละคนท่านประทานมาไม่เหมือนกัน) มีทั้งส่วนดี ไม่ต้องพูดถึง และส่วนเสีย...นั้นคือ เกิดหมั่นไส้..อิจฉาริษยา..ขวางหูขวางตา..คิดไปในทางไม่ดีให้ร้าย..ซึ่งก็เป็นไปตามดวงเกิดของดิฉันที่ต้องมีมารผจญ(ยังโชคดีที่ผลที่สุด..มารทั้งหลายก็จะกลับมาเป็นมิตรด้วย..อย่างแน่นอน) ดิฉันอ่านพบข้อความดีๆในการดำรงชีวิตเพื่อเป็นส.ว.อย่างมีคุณภาพจากหลากหลายบทความขออนุญาตนำมาฝาก...เพื่อทุกคนจะได้ภูมิใจและมีความสุขกับการเป็น ส.ว.ที่มีคุณภาพ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังมีความเคารพ รัก เมตตาต่อพวกเราส.ว.ทั้งหลายอย่างใจจริง..ขออนุญาตคัดลอกบทความบางตอนของนักเขียนชลธิศสา องอาจ มาให้ค่ะ..

 

                วายคติ (Ageism)หรืออคติแห่งวัยที่สังคมมักจะมีความคิดเชิงลบต่อผู้สูงวัย อายุตั้งแต่ ๖๐ ปีขึ้นไปว่าไม่สามารถทำงานได้แล้ว หย่อนยานทั้งร่างกายและประสิทธิภาพการทำงาน ควรจะไปพักผ่อนเลี้ยงหลาน เหลนอยู่กับบ้าน ไม่ควรอยู่ทำงานให้ขวางหู ขวางตาคนรุ่นใหม่ที่อยากจะเป็นใหญ่ เป็นโตและนับวันรอให้ผู้สูงวัยเหล่านี้ร่วงหล่นไปตามกาลเวลาที่กำหนดหรือก่อนกำหนดได้ยิ่งดี อยากจะบอกว่าความคิดดังกล่าวเป็นความคิดที่ผิดถนัด

ข้อมูลจากรายงานผลการศึกษาโครงการวิจัย “ภาพรวมผลการศึกษาและข้อเสนอแนะการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุไทย” โดย ด็อกเตอร์อรพินท์ สพโชคชัยและคณะ ระบุว่าในปี พ.ศ.๒๕๗๓ ประเทศไทยจะกลายเป็น”สังคมสูงอายุที่แท้จริงหรือถาวร”(aged society) ณ เวลานั้น จะมีประชากรผู้สูงวัย อยู่ถึงร้อยละ ๒๕.๑๒ จากจานวนประชากรทั้งประเทศ ในขณะที่อัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่องซึ่งส่งผลกระทบต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองของประเทศ เกิดการขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรงในภาคเกษตร อุตสาหกรรมและอื่นๆ ทำให้ความเจริญเติบโตของประเทศต้องชะงักงัน                            

มโนทัศน์ใหม่ของนิยาม ผู้สูงอายุ ต้องเปลี่ยนไปตามสถานการณ์และเหมาะสมกับสภาวะปัจจุบัน เน้นผู้สูงอายุเป็นพลังของสังคม มิใช่ภาระของสังคม พยายามให้ผู้สูงอายุอยู่ในภาวะสูงอายุแบบมีพลัง “Active Aging” หรือพฤติพลัง มีกายดี ใจเกินร้อย จึงจำเป็นต้องมีการขยายอายุเกษียณออกไปให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ผู้สูงวัย จะเป็นทรัพยากรบุคคลที่สาคัญและมีคุณค่าในอนาคต ดังนั้น จำเป็นที่ผู้สูงวัยทุกคนต้องเตรียมกาย เตรียมใจให้พร้อมรับกับสังคมสูงอายุถาวรที่กำลังคืบคลานใกล้เข้า มาทุกขณะ

การเก็บออมเงินเสียแต่วันนี้ ถือเป็นความโชคดีในอนาคตที่ผู้สูงวัยจะไม่ต้องพึ่งพิง ลูกหลานที่เป็นแรงงานที่เหลือน้อยนิดในสังคม เห็นควรที่คนรุ่นใหม่ต้องเห็นใจและเปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยได้ ขยายอายุการทำงานออกไปอีกตามสถานการณ์บังคับและ “การเป็นสูงวัย...... ใจเกินร้อย”

นพ.เฉก ธนะ สิริ แกนนำชมรมอยู่ร้อยปีชีวีเป็นสุข กล่าวว่า การจะเป็นผู้สูงอายุที่ทรง พลัง อายุยืนต้องมีความพอใจและพอในสิ่งที่ตนมี ตื่นเช้าขึ้นมาให้ยิ้มกับตน เอง ชื่นชมตนเอง ทำตัวเป็นผู้ให้มากกว่าเป็นคนรับ ทำตัวให้เข้าได้กับคนทุก เพศ ทุกวัย ควรคบคนดีเป็นกัลยาณมิตรกันและกัน  เรียนรู้อย่างต่อเนื่องให้ทันสมัย ทันโลก ทันเหตุการณ์ เข้าร่วม กิจกรรมในครอบครัว ชุมชน ชมรม ตามโอกาส ตามสภาพร่างกาย  ประการสำคัญต้อง สร้างความมั่นคงเรื่องการเงิน ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว อย่างน้อยต้องมีพออยู่พอกิน ถ้าจะเริ่มเก็บเงินเมื่อแก่จะไม่ทันกาล การมองโลกในแง่ดี มีพลัง ชีวิต อยากมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ จะเป็นพลังให้คนเรารักตัวเอง เกิดพฤติกรรม สุขภาพดี คือ กินอาหารเหมาะสม ออกกำลังกายพอเหมาะ แต่สิ่งที่พุทธศาสนิกชน พึงตระหนักไว้คือ กฎแห่งกรรม คนทำดีย่อมได้ดี ขอให้หมั่นสร้างสมแต่กุศลกรรม  

ข้อควรปฏิบัติ 9 ประการ เพื่อสุขภาพดี อายุยืนยาว ได้แก่ 

1.อาบน้ำทุกวัน แปรงฟัน สะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง 

2.กินอาหารสะอาดวันละ 3 มื้อ ครบ 5 หมู่ 

3.ออก กำลังกาย 3 ครั้งต่ออาทิตย์ ครั้งละนิด ไม่เกิน 30 นาที 

4.ดื่มน้ำสุก สะอาด อย่าให้ขาดวันละ 6-8 แก้ว 

5.พักผ่อนให้เพียงพอวันละ 6-8 ชั่วโมง ปลอด โปร่งแจ่มใส 

6.งดสิ่งเสพติด คบหาญาติมิตร ใกล้ชิดครอบครัว 

7.ดูแลบ้าน เรือน ของใช้ เสื้อผ้าให้สะอาด น่าใช้ 

8.ตรวจสุขภาพให้ถ้วนถี่ปีละ ครั้งอย่างน้อย และ 

9.ฝักใฝ่ธรรมะ ประกอบกรรมดี อารีต่อทุกคน

เพียงแค่นี้ เราก็จะเป็น ส.ว.ที่มีคุณภาพ ใจเกินร้อยอีกต่างหาก

เมื่อเรามีสังคมดีมีคุณภาพ ทุกๆวันเราจะพบแต่ความสุข เต็มไปด้วยความเมตตา อารี ห่วงใย ต่อกันและกัน เมื่อถึงเวลาละสังขาร จิตวิญญาณของเราก็จะได้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี คุณๆแฟนคลับว่ามั๊ยคะ...รักและปรารถนาดีต่อทุกๆคนค่ะ

ขอโมทนาบุญมายังผู้ร่วมบริจาคซื้อโลงศพให้คนอนาถา ไร้ญาติขาดมิตร ดังนี้ค่ะ..

คณะChinese Dynamite Dance Group..น้อง/จิ๋ม/รัตนา..รัชนี/จ๋อ..มณเฑียร/ประภาพร ลือชา..ครอบครัว Vonee Chantha/Doungsiri..น้อย ตากีล่า..นุชนาถ/ไกรสร  อุงอำรุง..อนงค์/เจมส์..วิชุดา อัถโยธิน..นราศักดิ์ บุญนรากร..ศิริรัตน์ มอร์แกน..ประกาย/นภา..วิวัฒน์ หวังทวีวิท..ครอบครัวกิ่งกาญจน์/สุกิจ/บวร ศิริกุล.บุญญลักษณ์ เจริญกิจการ..ประเสริฐเชาว์ ธุวนุติ..พรรณี อากีล่า..18 ซาลอน..Sasi Benevides..น้องเจี๊ยบ..นิตยา นนทบุตร..Dave/Siriporn McMoyer..รกุณ/วรรณวิภา สุบินทร์..ครอบครัว Larry Lo..สวย/ส้ม วัดเดล..ปรีชา/นฤมลTingkaew..กัลยา ดำริชอบ..จารวี แพ็ตเตอร์สัน..พีรินทร์ สุจริตกุล..เยาว์/เสรี Pungpravat..เราจะประกาศชื่อและรูป..ผู้ใจบุญไปเรื่อยๆจนกว่าจะครบนะเจ้าคะ....โมทนาบุญ