Get Adobe Flash player

เปิดหู เปิดตา เที่ยวทั่วไทย...

Font Size:

จั่วหัวข้อเรื่องวันนี้ ก็เพราะอยากชวนคุณๆไปเที่ยวเมืองไทย จะไปกันเอง หรือ ไปกับคณะทัวร์ที่มีบริการมากมายหลายบริษัท ได้ทั้งนั้น ประเทศไทยมีสถานที่น่าทัศนาจรมากมายหลายแห่ง ธรรมชาติ ขนบธรรมเนียม ประเพณี ที่งดงาม ทำให้ได้รับความอิ่มเอิบใจ ทั้งคนไทยเอง และคนต่างชาติด้วย วันนี้ขออนุญาตนำประสบการณ์ของตัวเองเป็นตัวละคร ในเรื่องจริง (base on the true story) ดิฉันชอบท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ ฟ้าคงลิขิตให้เกิดมาเป็นเช่นนี้ เพราะตั้งแต่เล็กจนโต ดิฉันจะเดินทางตลอดทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ รู้ตัวและไม่รู้ตัว ...มีเพียงเสี้ยวหนึ่งของชีวิตเท่านั้นที่ต้องสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างครอบครัว เปิดธุรกิจมากมาย หลายสาขา เวียนว่ายอยู่ในสังคมแอลเอ ซึ่งต้องอยู่ติดกับที่ แต่ก็เพียงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น พอทุกอย่างลงตัว ก็ไม่เคยหยุดเดินทาง บางทีเดินทาง ถึงปีละ 4-5 ครั้งทีเดียว สนุกดี

 

                                                ดิฉันเดินทางกลับเมืองไทยเกือบทุกปี เพราะมีสัญญาไว้ กับสมาคมนักวิ่งเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี คศ..1999 สมัยที่องคมนตรี พลตำรวจเอกพิจิตร กุลละวานิชย์ เป็นนายกสมาคมฯ ได้ติดต่อผ่านมาทางดิฉัน ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นนายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทยแห่งสหรัฐอเมริกา(Thai Mass Media of USA.) ว่าให้ช่วยนำชาวไทยในแดนไกล และชาวต่างประเทศไปท่องเที่ยวเมืองไทยและสนับสนุนการวิ่งมาราธอน ที่ทางสมาคมฯจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนภายใต้ชื่อ กรุงเทพฯมาราธอน ในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤศจิกายนทุกปี ซึ่งมีนักวิ่งเข้าร่วมการแข่งขันมากมายมาจากทั่วโลก ปีแรกเราได้ผู้ร่วมเดินทางเกือบ 100 คน ได้รับการอนุเคราะห์เรื่องWelcome Dinner ชมการแสดงแสงสีเสียงในงานลอยกระทงที่จ.สุโขทัยจาก สำนักงานท่องเที่ยว ททท.สาขา ลอสแอนเจลิส สมัย คุณนิติ คงกรุต เป็นผู้อำนวยการ และ การบินไทย สมัย คุณเฉลิมเกียรติ สุวรรณามาศ เป็นผู้จัดการใหญ่ ให้ราคาตั๋วเครื่องบินพิเศษ  เพื่อชักชวนให้คนเดินทางไปเที่ยวเมืองไทยมากๆ ประทับใจมากมาจนถึงทุกวันนี้

ดิฉันร่วมกับ บริษัทท่องเที่ยว Int’L Grandway ของคุณ คอนนี่ ยัง ร่วมนำคณะนักท่องเที่ยวไปสนับสนุนการวิ่งมาราธอน มากว่า 14ปี แล้ว ปีแรกมีผู้สนใจร่วมเดินทางเกือบ 100คน บางปีมีมากถึงเกือบ 200 คนทีเดียว ผู้ร่วมเดินทางจะมีมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลกจะอำนวย แต่อยางต่ำก็ไม่พ้น หนึ่งคันรถบั๊ส  สถานที่ท่องเที่ยวจะถูกเปลี่ยนแปลงไปทุกปีรอบๆกรุงเทพฯเช่น สุโขทัย พัทยา ชะอำ ระยอง อยุธยา กาญจนบุรี นครราชสีมา ฯลฯ  ปีที่แล้วก็เช่นกัน ดิฉันและ บริษัท TL. Vacation คุณนันทิพร ทองย้อย ผู้จัดการใหญ่ นำคณะนักท่องเที่ยวไปร่วมสนับสนุนการวิ่งมาราธอน และ ถือโอกาส เปิดหูเปิดตา ท่องเที่ยวประเทศไทย ใต้ชื่อ ทีมว่า “พฤศจิกายน อิ่มบุญกับ ซุปเปอร์แพ็ท ทัวร์เพื่อชีวิต สร้างสรรค์อนาคตเด็กไทย และส่งเสริมสุขภาพ” 10 วัน 8 คืน

ร่วมทำบุญไถ่ชีวิตโค – กระบือ กับ บริษัท พ.บางกอกฟาร์ม เพื่อมอบให้แก่ เกษตรกรตามพระราชดำริทั้งหมด 5 ตัว ตัวละ เกือบ 3 หมื่นบาท ร่วมบริจาคเครื่องเรียนแก่เด็กนักเรียนยากไร้ ที่โรงเรียนบ้านหาดงิ้ว  อ.ไทรโยค กาญจนบุรี เป็นเงินเกือบ 2 หมื่นบาท ก่อนเข้าประเทศไทย อิ่มบุญกันไปตามกัน แวะเที่ยวสะใจที่เมือง โซล ประเทศเกาหลี 3 วัน 2 คืน สุดยอดวาเคชั่นจริงๆ ขอขอบคุณ ททท.สาขาแอลเอ สมัยคุณชาญชัย ดวงจิต เป็น ผู้อำนวยการ เลี้ยงต้อนรับคณะ ทัวร์อิ่มบุญ ที่ สถานตากอากาศ / สโมสรบางปู เต้นรำ ลีลาศ ย้อนยุค กินปู ดูนก เที่ยวป่าชายเลน ได้ พ.ท. วรวิทย์ รัฐประสิทธิ์ ผู้จัดการใหญ่ช่วยดูแล จนอิ่มใจ ชมเมืองโบราณสวยงามประทับใจกับความตั้งใจดีๆของเจ้าของสถานที่ ร่วมสนับสนุนวิ่งมาราธอน กับสมาคมนักวิ่งเพื่อสุขภาพโดยนายกสมาคมฯ พลเอกมนัส คล้ายมณี และคุณสงคราม ไกรสนธิ์ พร้อมด้วยทีมงาน เลี้ยงอำลาส่งพวกเราด้วยอาหารค่ำสุดหรู พร้อมคาราโอเกะที่ โรงแรมอโนมา เฮอากันสนุกสุดเหวี่ยงกันสุดๆ

 ก่อนจะถูกคุณ นันทิพร ทองย้อย ผู้จัดการใหญ่ บริษัททัวร์ TL.Vacation และน้องนิคกี้ ทัวร์ไก๊ด์คนเก่ง พาไปสูดอากาศบริสุทธ์ที่เมืองกาญจนบุรีล่องแพชมน้ำตกไทรโยค แวะสะพานข้ามแม่น้ำแคว นอนแช่น้ำแร่ หินดาดอาบน้ำตกผาตาด แวะทำบุญที่วัดกุ่ยมั่ง ที่อ.เชนวริทธิ์ ศิลปี – ไวทย์ เคยไปสร้างไว้ตั้งแต่สมัยปี ค.ศ. 1976 ซึ่งเป็นวัดแห่งแรก เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้านละแวกนั้นเพื่อเป็นที่พึ่งทางใจ

ก่อนจะเดินทางต่อไปยัง อ.สังขละบุรี ชายแดนฝั่งตะวันตกติดประเทศพม่าที่สมัยก่อนถนนหนทางค่อนข้างลำบากและอันตราย เพราะเป็นทางขึ้น-ลงเขาตลอดเวลาจากตัวเมืองกาญจนบุรีสู่ อ.สังขละบุรี ประมาณ 190กม. ผ่านน้ำตกไทรโยค เลี้ยวขวาก่อนไปอ.ทองผาภูมิ สองข้างทางเป็นป่าเขาที่ยังอุดมสมบูรณ์ เราแวะเที่ยวด่านเจดีย์สามองค์ (ที่ดิฉันวาดภาพไว้ว่าคงใหญ่โต มโหฬาร แต่ที่ไหนได้กลับตรงกันข้าม แต่ก็ดีใจนะที่ได้ไปเห็นภาพในประวัติศาสตร์) เพื่อข้ามเขตแดนไปเที่ยวประเทศพม่ากัน ผู้ที่มีหนังสือเดินทางของไทย แวะทำใบผ่านแดนเท่านั้น เรามี 2-3 คนที่ถือพาสปอร์ต อเมริกัน ต้องทำวีซ่ามาก่อนหาไม่จะไม่อนุญาตให้ผ่านแดนไปได้  มีร้านขายของที่ระลึกอยู่พอสมควร

จากนั้นแวะ ไปเที่ยวสะพานมอญ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ อ.สังขละบุรี เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยถึง 850 เมตร เชื่อมฝั่งไทย และ พม่า ตั้งอยู่ในเมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม เรียกว่า สามประสบ เพราะมีแม่น้ำ3 สาย คือ แม่น้ำซองกาเลีย(ภาษามอญแปลไทยว่า ฝั่งโน้น) แม่น้ำ บิคลี่ และ แม่น้ำรันตี มาบรรจบกัน เป็นที่มาของแม่น้ำแคว

เรานั่งเรือชมแม่น้ำสามประสบ เป็นแนวกั้นชายแดน ไทย-พม่า เพื่อไปชมวัดหลวงพ่ออุตตะมะที่จมอยู่ใต้แม่น้ำ เห็นแต่ยอดเจดีย์เด่นสง่าอย่างชัดเจนแต่ไกล ทัวร์ไก๊ด์บอกว่า ช่วงที่เราไปนั้นเป็นช่วงน้ำขึ้น จึงเห็นวัดจมอยู่ใต้น้ำ แต่พอเดือนเมษายน ฤดูร้อน น้ำจะลด จะเห็นวัดทังหมดสามารถเดินเข้าเที่ยวในวัดสบายๆ แปลกดี หากใครกลับเมืองไทยช่วงเดือนเมษายน หากมีโอกาสขอแนะนำให้ไปเที่ยวพักผ่อนสูดอากาศบริสุทธ์ที่นี่ดู ทาง อ.สังขละบุรี จะมีงานสงกรานต์ที่สะพานมอญ เป็นประเพณีประจำทุกๆปีในวันที่ 14 เมษายน

จะมีขบวนแห่ประเพณี ตักบาตรสงกรานต์สะพานไม้ ที่มีความสำคัญกับพวกชาวมอญมาก ในขบวนแห่แบ่งเป็นหลายขบวน ซึ่งจะได้เห็นชาวมอญแต่งชุดประจำถิ่น แปลกตาดี มีการแห่ช้างที่ถูกทาสีสดใส มีขบวนม้า ขบวนลากเกวียน ขบวนต่างๆจะทยอยเดินกันมาที่สนามกีฬา จบจากการเดินขบวนตอนเย็นจะมีการเล่นในช่วงกลางคืนเหมือนงานวัดของไทย พอวันรุ่งตอนเช้าจะมีพิธีตักบาตรธูปเทียนที่สะพานไม้ มีทั้งคนไทยคนมอญมาใส่บาตรที่สะพานไม้ เป็นบรรยากาศที่หาดูได้ยากมาก ถือได้ว่าเป็นกำไรชีวิตทีเดียวที่เลือกไปเที่ยวสังขละบุรีในช่วงเทศกาลสงกรานต์พอดี เพื่อสัมผัสกับกลิ่ยอายอารยธรรมชาวไทย-มอญ ที่นี่ เสียดายจังช่วงที่พวกเราไปเที่ยวกันนั้นไม่ตรงกันกับงานสงกรานต์ จึงอยากแนะนำให้แฟนคลับของดิฉันที่จะกลับเมืองไทยในช่วงสงกรานต์  ให้แวะไปเที่ยวที่สังขละบุรีสักครั้ง ถึงแม้ความเจริญจะมาถึงแล้ว แต่กลิ่นอายของความเป็นชนบท วัฒนธรรม ประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานของชาวไทย-มอญยังคงอยู่เคียงคู่กับวิถีการดำเนินชิวิตของพวกเขา

และอย่าลืมแวะไปทำบุญทอดผ้าป่าเพื่อฟื้นฟูทำนุบำรุง “วัดกุยมั่ง”  อ. ทองผาถูมิ ที่ อ.เชนฯ เกือบเอาชีวิตไปทิ้งไว้ เพราะ ไข้ป่ามาเลเรีย จากการไปถางป่า กับพระสงฆ์อีก 2 รูปและ เณรอีก 2 รูป เมื่อปี 1976 เพื่อสร้างวัดใช้เวลา 3เดือน จึงแล้วเสร็จ เพื่อให้ชาวบ้านละแวกนั้นได้มีที่ปฎิบัติกิจกรรมสงฆ์ และพิธีกรรมต่างๆ เนื่องจากห่างไกลวัดในตัวเมืองมาก โมทนาบุญกับ อ.เชนฯ และพระเณรที่ได้ร่วมกันสร้างกุศลผลบุญครั้งโน้นด้วย

วันนี้ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเผยแพร่ สถานที่ที่น่าท่องเที่ยวของประเทศไทยที่เป็นประเทศแม่ของดิฉัน ได้ทำหน้าที่ตัวแทนสมัครเล่นให้กับ องค์กรณ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยด้วยความเต็มใจ อย่าลืมไปเที่ยวกันให้ได้นะคะ คอยติดตาม รายการมาราธอนทัวร์เดือนพฤศจิกายนนี้ แวะเที่ยว ดูไบ สิงคโปร์ ก่อนเข้าประเทศไทย สัมผัสเมืองในหมอก เมืองเลย ล่องแม่น้ำโขงกับพวกเรานะคะ