Get Adobe Flash player

ทิป คือ อะไร โดย Super Pat

Font Size:

         "ทิป คือ สินน้ำใจ" ที่มีคนให้บริการเรา

 

ฉบับนี้ขอเขียนเรื่องใกล้ตัว เนื่องจากการที่ทำงานด้านการบันเทิง ด้านบริการ ไม่ว่าจะเป็นดีเจ รับจัดเพลงให้นักร้องสมัครเล่นที่มาพักผ่อนหย่อนใจ ตามห้องอาหารในวันหยุด หรือวันพิเศษ รวมทั้ง อ.เชนฯก็จะคอยเป็นคู่เต้นรำให้ความรื่นเริงบันเทิงใจด้านลีลาศ สอนการเต้นรำฟรีๆให้ได้ออกกำลังกายกันหลังอาหารอีกต่างหาก หรือแม้แต่จะเป็นการบริการด้านท่องเที่ยว ให้คำปรึกษาอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ จึงมีผู้พอใจในบริการ มอบค่าบริการให้ด้วยน้ำใจ โดยไม่ได้เรียกร้อง...

 

การบริการด้านบันเทิงไม่ว่าจะเป็นนักร้องมีชื่อเสียง เมื่อมาแสดงการร้องเพลงต่างก็ได้รับสินน้ำใจ เป็นพวงมาลัยเงินบ้าง ใส่ในโถทิปบ้าง ให้กับมือนักร้องนักแสดงบ้างเป็นธรรมเนียมกันมาตลอด..มาปัจจุบัน มีนักร้องสมัครเล่นขึ้นมาร้องเพลงคาราโเกะกันมากมายจากการบริการของดีเจทีช่วยกดเพลงให้ตามคำขอ ก็มีการให้ทิปดีเจโดยการใส่โถทิป ตามกำลังศรัทธา มากบ้างน้อยบ้างไม่ว่ากัน ขอให้ใส่ทิปค่าบริการบ้าง

 

แต่บางแห่งจะติดป้ายไว้เลยว่าหากจะร้องเพลงคาราโอเกะ คิดเพลงละ 1 หรือ 2.00 เหรียญ อาจเป็นเพราะไม่ค่อยมีใครให้ทิปสักเท่าไร ธรรมเนียมการร้องเพลงคาราโอเกะที่เมืองไทยจะแจกดอกไม้ไว้ติดเงินทิปเพื่อเป็นสินน้ำใจทุกร้าน

 

ความหมายของทิป คือ สินน้ำใจ เป็นเงินจำนวนหนึ่งที่ผู้รับบริการมอบให้แก่ผู้ที่ทำหน้าที่ให้บริการแก่ตนเอง โดยจ่ายเพิ่มให้เป็นพิเศษนอกเหนือการจ่ายค่าสินค้า หรือบริการที่ได้รับไปแล้ว

 

การทิปของแต่ละประเทศนั้นจะไม่เหมือนกันโดยแล้วแต่ประเทศนั้นจะรวมค่าทิปไปในบิลเรียกเก็บเงินหลังเช็คบิล หรือใช้บริการเสร็จ โดยในบิลจะระบุว่า “Service Charge”  หรือ “ค่าบริการ” ไว้แล้ว ซึ่งจะกำหนดเป็นค่าร้อยละของยอดจำนวนเงินทั้งหมดที่ต้องจ่ายให้แก่บริการนั้นๆ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 5-15เปอร์เซ็นต์

 

ซึ่งแต่ละประเทศมีการคิดค่าธรรมเนียมในการทิปที่แตกต่างกัน เช่นประเทศฝรั่งเศส มีกฎหมายให้ภัตตาคารสามารถบวกค่าบริการได้ ทำให้พนักงานเสิร์ฟที่ประเทศฝรั่งเศสมีเงินเดือนและสวัสดิการที่ดี แต่สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกาไม่บังคับ ทำให้รายได้ของพนักงานส่วนใหญ่ได้มาจากการทิป สำหรับเงินเดือนได้น้อยมาก ดังนั้นเมื่อไปกินอาหารที่ภัตตาคารที่ฝรั่งเศสที่ได้บอกค่าบริการไปแล้วในบิลจึงไม่ต้องให้ทิปเพิ่มอีก แต่ถ้าหากได้รับบริการที่ดีอาจจะให้เพิ่มตามความสมัครใจก็ได้ โดยปกติจะอยู่ประมาน 1-5 ยูโรต่อจำนวนสมาชิกในโต๊ะ

 

แต่สำหรับที่ประเทศไทยแล้วเฉพาะร้านอาหารใหญ่ๆ หรือสั่งอาหารตามโรงแรมมักจะเขียนบอกไว้ในเมนูอาหารอยู่แล้วว่ามีค่าบริการเพิ่มกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นกติกาสากล แต่ถ้าหากจะให้เพื่มอีกก็แล้วแต่เรา

 

สำหรับต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรป จะมีธรรมเนียมในการทิปดังนี้

 

1. พนักงานยกกระเป๋าไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใดควรได้ประมาณ 0.50 – 1 ยูโรต่อกระเป๋า 1 ใบ

2. แม่บ้านทำความสะอาดตามโรงแรมควรได้ประมาณ 1 – 1.50 ยูโรต่อวัน

3. ช่างทำผมควรได้ 10% ของค่าทำผม

4. พนักงานประจำห้องน้ำควรได้ประมาณ 0.30 – 0.50 ยูโร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะมีป้ายติดประกาศอย่างชัดเจนว่าต้องให้

5. ไกด์ท้องถิ่นที่พาเราเที่ยวในแต่ละสถานที่ควรได้ประมาณ 1 – 2 ยูโรต่อครั้ง และสำหรับไกด์ที่นำเที่ยวแบบหมู่คณะควรได้ประมาณ 2 – 5 ยูโรต่อทัวร์จากลูกทัวร์แต่ละคน

6. คนขับแท็กซี่ควรได้ประมาณ 10% ของค่าโดยสาร และคนขับรถบัสควรได้ประมาณ 1 - 2 ยูโรต่อวัน

อัตราเหล่านี้เป็นเหมือนราคากลางในการให้เท่านั้น ซึ่งจะให้มาก หรือให้น้อยก็ขึ้นอยู่กับความพอใจของเราทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทุนทรัพย์ และความพึงพอใจของผู้รับบริการที่มีต่อพนักงาน

 

ทิป ....สินน้ำใจให้เท่าไรถึงจะพอดี

 ดิฉันคิดว่าคนส่วนใหญ่รู้จักคำว่า "ทิป" กันค่ะ  "ทิป" นี่ไม่ใช่วัฒนธรรมไทยหรอกนะคะ  เป็นวัฒนธรรมของพวกฝรั่งตะวันตกเค้า  แต่เริ่มต้นมาจากใครนี่  ดิฉันไม่ทราบค่ะ

 

......คนไทยเรารับวัฒนธรรมตะวันตกมาเยอะ  และก็รับเอาวัฒนธรรมในการ "ทิป" มาด้วย  แล้ว "ทิป"  คืออะไรหรือคะ?  แหม!  ตอบยากจังอ่ะ  แต่ก็ไปค้นมานะคะ  เค้าบอกว่า

 "ทิป"  คือเงินรางวัลพิเศษที่เราตอบแทนให้กับผู้ให้บริการที่ดีต่อเรา  เพื่อเป็นสินน้ำใจเล็กๆน้อยๆ

 

......แต่ว่าเดี๋ยวนี้ไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิคะ  "ทิป" เป็นเหมือนมารยาททางสังคมไปเสียแล้ว  ดิฉันเองเวลาไปพักตามโรงแรมต่างๆ  ก็ต้องเตรียมเงินย่อยติดกระเป๋าไว้สำหรับ "ทิป" ค่ะ

 "ทิป" แรกสำหรับพนักงานยกกระเป๋า  และ "ทิป" ต่อๆไปก็แล้วแต่สถานการณ์“แต่ละประเทศมีธรรมเนียมการให้ทิปอย่างไร?” จะได้ทำตัวถูกเวลาไปเที่ยวต่างประเทศมารยาทในการใช้บริการร้านอาหารนั้น แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ

สหรัฐอเมริกา การให้ทิปถือว่าเป็นมารยาทของคนอเมริกันครับ ซึ่งควรให้ทิป 15 – 20% ของค่าอาหาร และ10 – 15% ของค่าแท็กซี่ สำหรับในบางรัฐหรือบางแห่ง ร้านอาหารจะรวมค่าบริการไปแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องทิปเพิ่ม ที่สำคัญห้ามให้ทิปพนักงานของรัฐเด็ดขาดครับ--------เพื่อนๆจะได้เรียนรู้และปฏิบัติตัวให้เหมาะสมครับ

 

......ตามโรงแรมหรือภัตตาคารใหญ่ๆ  ถ้าดูในใบเสร็จรับเงินแล้วเห็นว่ามีค่าบริการบวกมาเรียบร้อยแล้ว  (โดยปกติเห็น 10% ค่ะ)  เราก็ไม่น่าที่จะต้องให้ "ทิป" นะคะ  แต่ถ้าไม่ให้ก็ดูเหมือนจะเสียมารยาทมาก  โดยส่วนตัวของดิฉันถ้าเป็นในประเทศไทย  ในกรณีเช่นนี้ดิฉันก็มักจะไม่ให้ "ทิป" นะคะ  ยกเว้นแต่ว่าถ้ามีการบริการที่ค่อนข้างดี  ดิฉันจึงจะให้ "ทิป" ค่ะ

 

......ในบ้านเราดิฉันเคยทราบมาว่าพนักงานในหน้าที่บริการต่างๆ  จะได้รับเงินเดือนน้อยมาก  โดยส่วนใหญ่แล้วเจ้าของกิจการมักจะบอกว่าพนักงานเหล่านั้นสามารถที่จะมีรายได้เพิ่มเติมจากการ "ทิป" ของลูกค้า  ซึ่งพนักงานเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็หวังเงินจากค่า "ทิป" เพื่อเพิ่มรายได้ของตนเองนั่นแหละค่ะ

 

......ถึงแม้การให้ "ทิป" จะไม่ใช่ธรรมเนียมปฎิบัติในบ้านเรา  แต่การที่เดี๋ยวนี้โลกเราเล็กลง  สำหรับดิฉันว่ารู้ไว้ไม่เสียหายค่ะ  รู้ๆไว้บ้างก็ดีนะคะ  ดิฉันเองถ้าต้องไปไหนๆส่วนใหญ่ก็จะถามคนที่พอรู้บ้างก่อนไป  หรือไม่ก็ไปถามเอาที่เคาท์เตอร์โรงแรมนั่นแหละค่ะ......วันนี้เขียนเยอะมาก  สวัสดีค่ะ

.....ด้วยการ "ทิป" นั้น  ไม่ใช่ธรรมเนียมดั้งเดิมของบ้านเรา  ดังนั้นจึงไม่มีรูปแบบที่แน่นอน  ส่วนใหญ่จะเป็นการให้ตามความพอใจเสียมากกว่า  แต่ถ้าคุณต้องเดินทางไปต่างประเทศล่ะคะ  คุณต้อง "ทิป" แล้วหล่ะค่ะ  แล้วจะ "ทิป" ใคร  มากน้อยเท่าไรจึงจะถูกต้องตามธรรมเนียม

 

......ดังนั้นเวลาเดินทางก็ควรแลกเงินย่อยสกุลต่างๆไปด้วยบ้าง   แต่เค้าว่ากันว่าไม่ควรจะเป็นเศษเหรียญนะคะถ้าเลี่ยงได้ให้เลี่ยง  เพราะเสียมารยาท  และทุกครั้งที่ให้ "ทิป"  ก็ควรพูดขอบคุณทุกครั้ง  เพื่อแสดงถึงมารยาทที่ดีค่ะ 

 

......ดิฉันเก็บข้อมูลมาจากหนังสือที่เคยมีผู้รวบรวมเรื่องการ "ทิป" ต่างๆเอาไว้  ไม่สามารถระบุที่มาได้  เพราะเก็บไว้นานมากแล้ว  จำไม่ได้แล้วค่ะ  ก็ขออนุญาตเอามาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทาน  และขอขอบคุณข้อมูลเรื่องการ "ทิป" มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

 

......ลองอ่านดูนะคะ  เพิ่มพูนความรู้ค่ะ

 

สหรัฐอเมริกา (อัตรา  คิดเป็น  ดอลล่าร์สหรัฐ)

 

ภัตตาคาร......พนักงานเสิร์ฟ  ตามปกติจะทิปประมาณ 2 เท่าของอัตราภาษี  หรือ 15-20% ของราคาอาหาร......บาร์เทนเดอร์  ทิป 15-20% ......เจ้าหน้าที่ห้องรับฝากเสื้อคลุม  ตัวละ 1 ดอลล่าร์......พนักงานประจำห้องน้ำ  ครั้งละ 1 ดอลล่าร์......พนักงานรับจอดรถ  เที่ยวละ 1 ดอลล่าร์  (อันนี้ดิฉันเติมมาให้เองค่ะ)

 

โรงแรม......พนักงานขนกระเป๋า  ทิปตามจำนวนกระเป๋า  ใบละ 1 ดอลล่าร์  ถ้าเปิดห้องแล้วแนะนำข้อมูลในห้องพัก  รวมทั้งวิธีการใช้อุปกรณ์ต่างๆ  ก็ต้องให้อีก 5 ดอลล่าร์.....

 

แม่บ้านหรือคนทำความสะอาดในห้อง  วันละ 2 ดอลล่าร์  แต่ถ้าพักคืนเดียวไม่ต้องก็ได้......แท็กซี่โรงแรม  15-20% ของค่าโดยสาร  แต่อย่างต่ำต้อง 1 ดอลล่าร์......ขัดรองเท้า  คู่ละ 1 ดอลล่าร์......เจ้าหน้าที่บริการของโรงแรม  เช่นช่วยจองที่นั่งดูละคร  หรือร้านอาหารที่จองยาก  ต้อง 5 ดอลล่าร์ขึ้นไป......คนเฝ้าประตู  1 ดอลล่าร์ สำหรับเรียกแท็กซี่  และถ้าช่วยยกกระเป๋าด้วยก็อีก 1 ดอลล่าร์…บาร์......บาร์เทนเดอร์ 15% ของค่าเครื่องดื่มทั้งหมด......แท๊กซี่ทั่วไป 15% ของค่าโดยสาร

 

สหราชอาณาจักร (อังกฤษ  สก๊อตแลนด์  เวลส์  และไอร์แลนด์เหนือ)

ภัตตาคาร......พนักงานเสิร์ฟ  ถ้าบวกค่าเซอร์วิสชาร์จไว้แล้ว (12.5%) ไม่ต้อง  แต่ถ้าไม่ได้รวม  ก็ทิปตามอัตราดังกล่าว......ห้องรับฝากเสื้อคลุม  1 ปอนด์

บาร์......ปกติไม่มีการทิปบาร์เทนเดอร์ (ยกเว้นนั่งโต๊ะแล้วมีคนมาเสิร์ฟ)  ถ้าอยากทิปบาร์เทนเดอร์  ก็นิยมบอกว่า "สั่งให้ตัวคุณเองสักแก้วสิ"  แล้วเค้าจะรินเองหรือคิดรวมไว้ในบิลก็เป็นเรื่องของเค้า

โรงแรม......แม่บ้าน  เมื่อก่อน 1-2 ปอนด์ ต่อวัน  แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีใครเค้าทิปกันแล้ว  ยกเว้นคนที่ทำห้องเลอะจริงๆ ตามมารยาทแล้วควรจะทิป..คนเฝ้าประตู  เรียกแท๊กซี่ 1 ปอนด์  ถ้าเป็นแท็กซี่โรงแรมไม่ต้อง  ยกกระเป๋า 1 ปอนด์......คนขนกระเป๋า  ใบใหญ่ๆใบละ 1 ปอนด์

 

ที่ประเทศเยอรมนี

ปกติบวกค่าบริการไว้ในบิลเรียบร้อยแล้ว  แต่ก็ยังมีประเพณีนิยมว่า  ต้องทิปพิเศษอีกต่างหากประมาณ 5%  แก่พนักงานบริการหรือพนักงานเสิร์ฟ  และยื่นให้กับมือด้วย

 

ที่ฮ่องกง

มีการรวมค่าบริการไว้ในใบเสร็จแล้ว 10% แต่ก็มักต้องให้ทิปอีกต่างหาก 10%  (ไม่ให้มีสิทธิโดนหมวยค้อน)  เช่นเดียวกับอิตาลีและสเปน

 

ประเทศฮังการี

10% เป็นเรื่องปกติ  แม้กระทั่งเวลาไปหาแพทย์  เค้าบอกว่าก็ยังต้องทิป  การทิปในร้านอาหาร  ต้องยื่นให้โดยตรง  ไม่ใช่ทิ้งไว้บนโต๊ะ

 

ประเทศอินเดีย

10% ก็หรูใช้ได้

 

ประเทศอิสราเอล

ตามร้านอาหารหรือโรงแรมมักบวกค่าทิปเอาไว้หมดแล้ว  ไม่นิยมรับทิป

 

ญี่ปุ่น  เกาหลี

ไม่นิยมรับทิป (ก็แหงละรวยอยู่แล้วนิ)  ค่าบริการรวมอยู่ในค่าอาหารหรือค่าอื่นๆอยู่แล้ว

 

เม็กซิโก

ไม่มีค่าเซอร์วิสชาร์จรวมไว้ในบิล  ทิปประมาณ 10-15%

 

เรือสำราญ

พนักงานดูแลห้อง  3-3.50 ดอลล่าร์(สหรัฐ)......พนักงานบริการในห้องอาหาร (dining room waiter)

ในจำนวนที่เท่ากับพนักงานดูแลห้อง......Busboy  ครึ่งนึงของที่ว่ามา......maitre d' (..หัวหน้าบริกร..คิดว่าน่าจะแปลถูกนะคะ)

or dining room captain  or table-side service  ในกรณีที่ขออะไรเป็นพิเศษ 5-10 ดอลล่าร์  (รู้ยังงี้อย่าไปขออะไรเค้าพิเศษเลยนะคะ) ......Bartenders and wine stewards  10-15%  แต่ถ้ารวมไว้ในบิลแล้วไม่ต้อง......

บริการพิเศษ  เช่น salon & spa treatments และ room service  ก็ตัดสินใจเอาเองขึ้นอยู่กับการบริการของหน่วยงานนั้นๆว่าถูกใจเรามากน้อยเพียงใด

 

การให้ทิปในเรือสำราญนี้  โดยปกติถ้าเป็นการเดินทางที่ ไม่เกิน 10 วัน เค้าก็มักจะให้ทิปทีเดียวเลยในตอนจบทริป 

ถ้าเป็นการเดินทางที่มากกว่า 10 วัน  ก็มักจะให้ทิปอาทิตย์ละครั้ง

 

แต่เดี๋ยวนี้เรือสำราญหลายๆเจ้าเริ่มมีระบบการเก็ปทิปรวม  วันละ 12 ดอลล่าร์  ซึ่งก็จะบวกไว้ในบิลค่าใช้จ่ายที่เดียวเลยค่ะ  (ไปกี่วันก็คูณกันเอาเอง  ตอนจ่ายก็ตัวใครตัวเค้าก็แล้วกันนะคะ)

 

ทิป คือ "น้ำใจ" เป็นการแสดงออกถึงการซาบซึ้งที่เขาบริการเรา ดิฉันเกิดมาใกล้ชิดกับคุณป๋า ที่มีลูกน้องมากมายตลอดเวลา เวลาคุณป๋าสั่งให้ทำงานพิเศษนอกเหนือจากงานปกติ คุณป๋าก็มักจะตกรางวัลให้ เช่นเวลาไปซื้อของ หากมีเงินทอนมาให้ คุณป๋าก็จะบอกให้เก็บไว้เป็นสินนำใจและ ถึงวันเทศกาลต่างๆ คุณป๋าก็จะมีรางวัลพิเศษให้อีกต่างหาก...ทำให้ดิฉันสั่งสมความประพฤตินั้นมาด้วย..และทุกครั้งที่ให้ ดิฉันก็จะมีความสุขทุกครั้ง

 

คุณๆแฟนคลับคะ..ถึงแม้การให้ "ทิป" จะไม่ใช่ธรรมเนียมปฎิบัติในหลายๆประเทศ.. แต่ความมีน้ำใจกับผู้ที่ให้บริการเรานั้น เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความภาคภูมิใจและทำให้มีความสุขกับการให้จากใจ..สุภาษิตว่าไว้ " ยิ่งให้ - ยิ่งได้"