Get Adobe Flash player

Tangier เมืองท่าใน ภาพยนตร์ The Bourne Ultimatum โดย Super Pat

Font Size:

ฉบับนี้จะพาคุณไปเที่ยวที่เมืองท่าชื่อ แทงเจียร์ ข้ามช่องแคบยิบรอลต้ามาแทงเจียร์เป็นความฝันที่อยากทำทันทีเมื่อดูหนังเรื่อง The Bourne Ultimatum เราสามารถขึ้นเรือเฟอรี่มาจากท่ายิบรอลต้าเลยก็ได้ หรือจะออกจากท่าอัลจาซีร่าห์ (Algeciras) ฝั่งสเปนซึ่งคณะเราออกจากท่าเรือแห่งนี้ หรือจะขับรถมาที่ท่าทารีฟา (Tarifa) ที่เป็นติ่งใต้สุดของสเปนก็ได้ เพราะตรงนี้จะข้ามช่องแคบได้เร็วที่สุดเพราะแคบที่สุด และเขาใช้เรือเฟอรรี่ขนาดใหญ่ที่ต่อจากเมืองแทสมาเนียของออสเตรเลีย ใหม่ทันสมัยและปลอดภัย และใช้เวลาข้ามฟากจากทวีปยุโรปมาอัฟริกาด้วยเวลาเพียง 35นาทีเท่านั้น เรือใหญ่นี่สำคัญมากเพราะช่องแคบยิบรอลตาร์ (Strait of Gibraltar) นี้ แม้จะแคบแต่ก็ได้ชื่อว่ามีคลื่นลมแรงกระโชก ขาไปเราเจอคลื่นลมแรงพอสมควร แฟนคลับในคณะบางคนต้องหลบไปนั่งที่กลางเรือ หากว่าคลื่นลมแรงกว่านี้คงจะแย่ไปตามๆกัน

ในหนังนั้นบอร์นข้ามฟากไปแทงเจียร์ด้วยเรือเฟอรรี่ มีฉากหนึ่งที่เขาและนางเอกยืนมองวิวแทงเจียร์ เมืองด่านหน้าของโมร๊อคโคที่อยู่เหนือสุดของทวีปอัฟริกาเหนือ ก็เมื่อก่อนใครที่จะมาประเทศนี้ ก็จะใช้เมืองนี้แหละเป็นฐานตั้งสำคัญก่อนเดินทางไปเมืองอื่น ทำให้แทงเจียร์ หรือทองเจียร์ (Tangier, Tanger) เป็นเมืองที่มีความเป็นฝรั่งที่สุด และมีประวัติศาสตร์เกี่ยวเนื่องกับต่างชาติมากที่สุดของโมร๊อคโคอีกด้วย

ในเรือเฟอรรี่ข้ามฟากนี้ มีที่นั่งสองชั้นคือชั้นธรรมดาและธุรกิจ และที่เรานั่งคือชั้นธรรมดาแต่อยู่ชั้นสองของเรือ ติดกับที่นั่งของชั้นธุรกิจ ที่เขากั้นคอกไว้ เรารอคิวสแตมป์พาสปอร์ตอยู่ชั่วครู่ จากนั้นก็มาเดินสำรวจร้านอาหารว่างบนเรือที่ขายแซนวิช มันฝรั่งทอดใส่ถุง และน้ำดื่ม แซนด์วิชอร่อยมาก ราคาไม่แพง ประมาณ US$7.00 70  เดียหำเงินสกุลของโมรอคโค  1 ยูโร = 10 เดียแรม แต่เราเรียกกันขำๆว่า เดียหำ (Dirham) โดยประมาณ ค่าเรือข้ามฟาก 35 ยูโรต่อคน

เราข้ามฟากจากเมืองอัลจาซีร่าห์ สเปน มาถึงแทงเจียร์ ส่วนรถโค๊ชของเราก็โดยสารมาบนเฟอรี่ลำนี้ด้วยกัน แต่พวกเราต้องออกจากรถ เพื่อให้เจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองสแตมป์พาสปอร์ตให้บนเรือก่อนเข้าประเทศโมรอคโค..ในที่สุดเราก็ข้ามฟากมาถึง ผ่านด่านศุลกากร เช็คกระเป๋า ระหว่างคอยรถบั๊ส คุณเชนจัดแถว ออกกำลังกายเต้นไลน์แด๊นซ์ก่อนขึ้นรถมุ่งหน้าไปเมือง Rabbat เมืองหลวงของประเทศโมรอคโค เรามารู้จักประเทศนี้นิดหน่อยกันก่อนนะคะ

ประเทศ Morocco..ชาวอาหรับ เรียกขานดินแดนนี้ว่า “เอล มาห์กริบ อัล อัค ซา”  (EL MAHGRIB AL AQSA) ซึ่งหมายถึงดินแดนทางทิศตะวันตกไกลที่สุด นักเดินทางบางคนบอกว่าที่นี่เป็นดินแดนเมืองหนาวที่มีแดดอันร้อนแรง หรือเป็นประเทศที่เย็นที่สุดในหมู่ประเทศที่ร้อนที่สุด ทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนเป็นคำจำกัดความที่เด่นชัดสำหรับประเทศโมร็อคโค สืบเนื่องจากภูมิประเทศอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณที่ตั้งซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือสุดของทวีปแอฟริกา อาณาเขตทิศเหนือของประเทศติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทิศตะวันตกทอดตัวยาวขนานไปกับมหาสมุทรแอตแลนติก ทิศใต้ติดประเทศมอริเตเนีย และทิศตะวันออกติดประเทศแอลจีเรีย นอกเหนือจากพื้นที่เลาะเลียบริมชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์ทั้งสองด้าน โมร็อคโคยังมีพื้นที่ราบอันกว้างใหญ่สำหรับการเกษตรกรรม ปลูกมันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ แครอท มะเขือเทศ มะกอก ส้ม และเลี้ยงสัตว์ อาทิวัว แพะ แกะ รวมทั้งเทือกเขาที่สำคัญคือเดอะ รีฟ (THE RIF) ที่ขนานกับชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และ เทือกเขาแอตลาส (ATLAS MOUNTAIN) ที่พาดผ่านตอนกลางจากตะวันออกเฉียงเหนือลงไปยังตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ภูเขาสูงหลายแห่งบนเทือกเขาแอตลาสมีอากาศหนาวเย็นและมีหิมะปกคลุม ในขณะที่เลาะลึกเข้าไปในประเทศบางส่วนเป็นพื้นที่โล่งเตียน โตรกเขา แห้งแล้ง ส่วนทางตอนใต้ของประเทศนั้นจะเป็นเขตของทะเลทรายซาฮาร่าอันกว้างใหญ่ไพศาล ลึกลับ มีเสน่ห์ ชวนหลงใหล จนถูกจัดให้เป็นดินแดนที่โรแมนติกติดอันดับโลกเลยทีเดียวโมร็อคโคเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ เคยเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส และสเปน เป็นถิ่นที่อยู่ของชาวยิว และชนพื้นเมืองชาวเบอร์เบอร์ ด้วยเหตุนี้โมร็อคโคจึงรุ่มรวยด้วยศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะศิลปะของแขกมัวร์ที่ประณีตงดงาม นักท่องเที่ยวที่มาโมร็อคโคล้วนมีความชอบที่แตกต่างกัน บ้างมาเพราะอยากเห็นเมืองคาซาบลังก้า (CASABLANCA)  เมืองท่าที่มีบ้านเรือนสีขาวสลับกับต้นปาล์มที่ปลูกเป็นแนวแถวยาวริมมหาสมุทรแอตแลนติก เมืองอาหรับที่ทันสมัยและมีกลิ่นอายของทวีปยุโรป คาซาบลังก้าเป็นเมืองชื่อดังจากภาพยนตร์ ในอดีตเคยเป็นหนึ่งในเมืองท่าโปรตุเกต เหมือนอย่างที่พวกเราอยากมาเที่ยวเมืองแทงเจียร์ และ เมือง คาซาบลังก้า ที่เคยดูในภาพยนตร์

ติดตามมานะคะ ดิฉันจะเล่าให้ฟังฉบับหน้าถึงเมือง Rabbit และ เมือง Casablanca... (ขอบคุณข้อมูลบางส่วนที่นำมาจากอินเตอร์เน็ท)