Get Adobe Flash player

สามัคคีคือพลัง

Font Size:

 

ดิฉันได้ติดตามชมละครอิงประวัติศาสตร์เรื่อง "บางระจัน" จากบทประพันธ์ของไม้เมืองเดิม ที่นำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ เพิ่งจบไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา รู้สึกประทับใจถึง ความรักใคร่ สามัคคี กลมเกลียวกันของชาวบ้านบางระจัน ที่มีใจรักประเทศเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันถึงขนาดตัวตายยังไม่กลัวเป็นอย่างยิ่ง จนอดไม่ได้ที่จะนำมาเขียนถึง "ความสามัคคี" เป็นบทความ ให้คุณแฟนคลับได้ร่วมประทับใจไปกับดิฉันด้วย ผู้ที่มีรสนิยมเดียวกับดิฉันติดตามชมละครเรื่องนี้ได้ ขอแนะนำเจ้าค่ะ การถ่ายทำดี เนื้อเรื่องน่าติดตามไม่ยืดยาด ใช้ คนแสดงประกอบเยอะ แต่ละคนตีรันฟันแทงทั้งหญิงและชายรวมทั้งนักแสดงม้าสัตว์แสนรู้ชื่อเจ้าเลาแสนรู้ ต่างตีบทแตก ละครเรื่องนี้น่าจะนำมาฉายในอเมริกาเป็น International movie ได้สบายๆ บางทีอาจได้รับความนิยมดีกว่าภาพยนตร์ไทยหลายๆเรื่องที่เคยนำมาฉายที่มีการแสดงไม่เนียนเท่าเรื่องนี้

พวกเราชาวไทยที่มาอาศัยอยู่แดนไกลในประเทศอเมริกานี้นั้น ต่างมีเชื้อชาติไทยเดียวกันอพยพมาอาศัยอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ควรที่จะรัก สามัคคี อลุ้มอล่วยกันไว้ อย่าได้แตกสามัคคี อย่าได้ยุยงว่าร้าย อย่าได้แข่งขันเอารัดเอาเปรียบกัน ถึงแม้จะมีความเห็นแตกต่างแต่ไม่ควรแตกแยก อย่าเป็นศัตรูกัน อย่าได้แบ่งพรรคแบ่งพวก อย่าได้คิดร้ายต่อกันและกัน เจอหน้ากันขอให้ทักทายกันไว้ ยิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายซึ่งกันและกัน จะทำให้โลกสวยสดงดงามน่าอยู่ เป็นการทำให้ชีวิตมีความสุข 

เหตุนี้จึงเป็นแรงใจให้ดิฉันอยากเขียนเรื่อง "ความสามัคคี" ไว้เตือนใจตัวเองและพวกเราทุกคน

ความสามัคคี หมายถึง ความพร้อมเพรียงกัน ความกลมเกลียวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง วิวาทบาดหมางซึ่งกันและกัน

สามัคคีคือพลัง ความสามัคคี มีด้วยกัน 2 ประการ คือ

1. ความสามัคคีทางกาย ได้แก่ การร่วมแรงร่วมใจกันในการทำงาน

2. ความสามัคคีทางใจ ได้แก่ การร่วมประชุมปรึกษาหารือกันในเมื่อเกิดปัญหาขึ้น

ความสามัคคี ดังที่ว่ามานี้ จะเกิดมีขึ้นได้ ต้องอาศัยเหตุให้ระลึกถึงกัน กระทำซึ่งความเคารพระหว่างกัน อยู่ร่วมกันในสังคมด้วยดี มีความสุข ความสงบ ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง ทำร้ายทำลายกัน มี 6 ประการ คือ

1.  ทำต่อกันด้วยเมตตา คือ แสดงไมตรีและความหวังดีต่อเพื่อนร่วมงาน ร่วมกิจการ ร่วมชุมชน ด้วยการช่วยเหลือธุระต่างๆ โดยเต็มใจ แสดงอาการกิริยาสุภาพ เคารพนับถือกัน ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

2. พูดต่อกันด้วยเมตตา คือ ช่วยบอกแจ้งสิ่งที่เป็นประโยชน์ สั่งสอนหรือแนะนำตักเตือนกันด้วยความหวังดี กล่าววาจาสุภาพ แสดงความเคารพนับถือกัน ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

3.  คิดต่อกันด้วยเมตตา คือ ตั้งจิตปรารถนาดี คิดทำแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่กัน มองกันในแง่ดี มีหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสต่อกัน

4.  ได้มาแบ่งกันกินใช้ คือ แบ่งปันลาภผลที่ได้มาโดยชอบธรรม แม้เป็นของเล็กน้อย ก็แจกจ่ายให้ได้มีส่วนร่วมใช้สอยบริโภคทั่วกัน

5. ประพฤติให้ดีเหมือนเขา คือ มีความประพฤติสุจริต ดีงาม รักษาระเบียบวินัยของส่วนรวม ไม่ทำตนให้เป็นที่น่ารังเกียจ หรือ เสื่อมแก่หมู่คณะ

6.  ปรับความเห็นเข้ากันได้ คือ เคารพรับฟังความคิดเห็นกัน มีความเห็นชอบร่วมกัน ตกลงกันได้ในหลักการสำคัญ ยึดถืออุดมคติหลักแห่งความดีงาม หรือจุดหมายอันเดียวกัน

ทั้ง 6 ประการนี้ เป็นคุณค่าก่อให้เกิดความระลึกถึง ความเคารพนับถือกันและกัน เป็นไปเพื่อความสงเคราะห์ยึดเหนี่ยวน้ำใจกัน เพื่อป้องกันความทะเลาะ ความวิวาทแก่งแย่งกัน เพื่อความพร้อมเพรียงร่วมมือ ผนึกกำลังกัน เพื่อความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

อานิสงส์ของความสามัคคีนี้ ท่านกล่าวไว้ว่า เป็นบ่อเกิดแห่งความสุข ความเจริญ เป็นเหตุแห่งความสำเร็จในกิจการงานต่างๆ การงานอันเกินกำลังที่คนๆ เดียวจะทำได้ เช่น การก่อสร้างบ้านเรือน ต้องอาศัยความสามัคคีเป็นที่ตั้ง แมลงปลวกสามารถสร้างจอมปลวกที่ใหญ่โตกว่าตัวหลายเท่าให้สำเร็จได้ ก็อาศัยความสามัคคีกัน ความสามัคคีคือพลัง เพราะฉะนั้น การรวมใจสามัคคีกันจึงเกิดมีพลัง ส่วนการแตกสามัคคีกันทำให้มีกำลังน้อย

โทษของการแตกสามัคคีกันนั้น ท่านกล่าวไว้ว่า หาความสุข ความเจริญไม่ได้ ไม่มีความสำเร็จด้วยประการทั้งปวง เหตุให้แตกความสามัคคีกันนี้ อาจเกิดจากเหตุเล็กๆ น้อยๆ ก็เป็นได้ เหมือนเรื่องน้ำผึ้งหยดเดียว แต่เป็นเหตุให้เกิดสงครามได้เหมือนกัน ยกตัวอย่างเรื่องของเมืองไพศาลี แคว้นวัชชี พวกเจ้าลิจฉวีมีความสามัคคีกัน พระเจ้าอชาตศัตรู ทำอะไรไม่ได้ แต่เมื่อถูกวัสสการพราหมณ์ยุยงให้แตกสามัคคีกันเท่านั้น ก็เป็นเหตุให้พระเจ้าอชาตศัตรู เข้าโจมตีและยึดเมืองเอาไว้ได้ในที่สุด

คุณธรรมสำคัญสำหรับคนอยู่ร่วมกันต้องอาศัยหลายฝ่ายร่วมกันคิดร่วมกันทำ ดังนั้น ความสามัคคี ถ้าเกิดมีขึ้นในที่ใด ย่อมทำให้ที่นั้นมีแต่ความสงบสุข ความเจริญ ส่วนความแตกสามัคคี ถ้าเกิดมีขึ้นในที่ใด ย่อมทำให้ที่นั้นประสบแต่ความทุกข์ มีแต่ความเสื่อมเสียอย่างเดียว

ความสามัคคี หมายถึง ความพร้อมเพรียงกัน ความกลมเกลียวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่ทะเลาะ เบาะแว้ง วิวาทบาดหมางซึ่งกันและกัน

(พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา : ๔ ธันวาคม ๒๕๑๗) สามัคคีกัน ปรองดองกัน นี่ความหมายของความสามัคคี ใครๆ ก็บอกว่า ให้สามัคคีปรองดองกัน ช่วยเหลือเพื่อประเทศชาติ แต่แปลว่าอะไรก็ไม่รู้ ถ้าคนหนึ่งคนใดในที่ประชุมนี้ เรียกร้องพื้นที่สำหรับยืนเกินจำเป็น โดยอ้างความสุขส่วนตัว คนอื่นก็ต้องประท้วง เราทั้งหลายอยู่ได้ก็เพราะว่า มีความสามัคคีปรองดองกัน....

ฉะนั้น...ในฐานะที่ เราเป็นคนไทย  อยู่ในแดนไกลด้วยกัน  เราควรจะต้องรักกัน มีความสามัคคีกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน  ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อลุ้มอล่วย มีความกลมกลียวกัน  ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง อิจฉาริษยา วิวาทบาดหมางซึ่งกันและกันนะค่ะ. รัก..รัก..รัก..รัก..กันไว้ดีกว่า...ที่แน่ๆ ดิฉันขอมอบความรักให้คุณแฟนคลับ ทุกคนผ่านคอลัมน์นี้อย่างสุดขั้วหัวใจเลยค่ะ