Get Adobe Flash player

“บุญ” คือ อะไร โดย Super Pat

Font Size:

มีหลายๆคนมาถามดิฉันว่า “บุญ” คืออะไร เลยได้ความคิดว่ามาตอบคำถามในบทความของดิฉันดีกว่าจะได้อ่านกันหลายๆคน และจะได้ให้คุณแฟนคลับช่วยกันตอบ ความคิดของดิฉันว่า “บุญ” คือ...

สิ่งที่เกิดขึ้นในจิตใจแล้วทำให้จิตใจใสสะอาด ปราศจากความเศร้าหมองขุ่นมัว ก้าวขึ้นสู่ภูมิที่ดี เกิดขึ้นจากการที่ใจสงบทำให้เลือก คิดเฉพาะสิ่งที่ดี ที่ถูก ที่ควร ที่เป็นประโยชน์ แล้ว “พูดดี ทำดี ตามที่คิดนั้น” และตามที่ดิฉันได้ไปค้นคว้ามาจาก อากู๋ (Google อินเตอร์เน็ทไงคะ ต้องขอขอบคุณมา ณ.ที่นี้ด้วย.)

คนทั่วๆไปแม้จะมองไม่เห็น "บุญ" แต่ก็สามารถรู้อาการของบุญ หรือผลของบุญได้ คือเมื่อเกิดขึ้นแล้วทำให้จิตใจชุ่มชื่นเป็นสุข สามารถเผื่อแผ่เพิ่มให้แก่ผู้อื่นได้โดยไม่มีประมาณ เปรียบได้กับการจุดเทียนส่งต่อไปเรื่อย ๆ คือผู้จุดก็มีความสว่างอยู่ตามเดิม และความสว่างยังเพิ่มไปอีกกว้างขวางได้[

การทำบุญควรทำด้วยทรัพย์ของตนเอง ถ้าขอหรือยืมใครมาทำบุญ บุญจะตกกับเจ้าของทรัพย์นั้นมากกว่า ถ้าไม่มีเงินเราสามารถทำบุญได้ด้วยการออกแรงกายและแรงใจช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน ย่อมได้บุญมากเช่นกัน

วิธีการทำบุญในพระพุทธศาสนาเรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ ในพระไตรปิฎกระบุไว้ 3 อย่าง ได้แก่

1.ทานมัย คือการบริจาคทรัพย์สิ่งของแก่ผู้ที่ควรให้

2.ศีล คือการสำรวมกาย วาจา ใจ ให้สงบเรียบร้อย ไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเองและผู้อื่น

3.ภาวนา คือการสวดมนต์ ทำสมาธิ อ่านหนังสือธรรมะ ฯลฯ

ตามคัมภีร์สุมังคลวิลาสินี อรรถกถาทีฆนิกาย ขยายความเพิ่มอีก 7 ประการ ได้แก่

1 มีความเคารพอ่อนน้อมต่อผู้มีคุณธรรม..

2 การขวนขวายช่วยเหลือในกิจกรรมที่ชอบ..

3 การอุทิศส่วนบุญต่อผู้อื่น..

4 การอนุโมทนาบุญที่ผู้อื่นทำ..

5 ฟังธรรม..

6 แสดงธรรม..

7 ปรับปรุงความคิดเห็นของตนให้ถูกต้อง

คำว่า “บุญ” หมายถึงการชำระหรือล้างจิตใจให้บริสุทธิ์ ผ่องใส ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญในงานมงคล หรืออวมงคล ถ้าจะทำให้ถูกต้องและได้ผลดี ควรเป็นเรื่องของการทำจิตใจให้บริสุทธิ์สะอาด ไม่ใช่ทำด้วยความโลภ ความโกรธ หรือ ความหลง

คำว่าบุญมี๓ประการคือ..

1.ได้แก่การทำความดีซึ่งรวมถึงการเว้นความชั่วด้วย..

2..ได้แก่ความสุข..

3.. ได้แก่การที่จิตใจได้รับการชำระล้างให้บริสุทธิ์ ผ่องใส ซึ่งสรุปได้ว่า การทำบุญคือการทำความดี นั่นเอง

วิธีการทำบุญ๑๐ประการอย่างย่อ

๑.การเอื้อเฟื้อให้ปัน..๒.การรักษาศีล..๓.การทำใจให้สงบทำปัญญา(ความรู้แจ้งเห็นจริง)ให้เกิดขึ้น

๔.การอ่อนน้อมหรือแสดงคารวะ..๕.การขวนขวายในกิจการที่ชอบที่ควรคือช่วยผู้อื่นหรือช่วยงานสาธารณะ

๖.การให้ส่วนบุญคือการแบ่งส่วนบุญให้ผู้อื่น..๗.การพลอยยินดีในการทำความดีของผู้อื่น

๘.การฟังธรรมหรือฟังคำแนะนำอันเป็นธรรม..๙.การแสดงธรรมหรือให้คำแนะนำอันเป็นธรรม

๑๐. การทำความเห็นให้ถูกให้ตรง (ตามทำนองคลองธรรม)

ในทางพระพุทธศาสนาได้วางหลักเกณฑ์การทำบุญไว้ ๓ ประการ คือ ทาน ศีล ภาวนา  แปลว่า การให้ คือ ตั้งใจให้ สละให้ หรือ บริจาค ในทางพระพุทธศาสนา กำหนดวิธีการทำบุญที่เป็นทานไว้หลายอย่าง โดยมีวัตถุประสงค์ของการให้ทานดังนี้

1.เพื่ออนุเคราะห์ คือ ช่วยเหลือผู้มีความต้องการ เช่นประสบภัย หรือขาดแคลน หรือได้รับความทุกข์ยาก ด้วยความกรุณา คือคิดจะช่วยให้พ้นทุกข์..

2 .เพื่อสงเคราะห์ คือเกื้อกูลกันในระหว่างญาติเพื่อนบ้าน มิตรสหาย เป็นการแสดงไมตรีจิตต่อกัน ด้วยความเมตตา คือคิดจะให้เป็นสุข ทั้งข้อ ๑ และ ๒ เป็นการแสดงออกซึ่งความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ ไม่เห็นแก่ตัว.. 

3 เพื่อบูชาคุณ เช่น บูชาคุณบิดา มารดา ผู้มีอุปการะอื่นๆ รวมทั้งพระภิกษุสามเณร ผู้ประพฤติดี ประพฤติชอบ เป็นการบูชาท่านผู้ควรบูชา

มีแฟนคลับบางคนถามว่า ทำไมดิฉันจัดงานทำบุญบ่อยจัง ไม่รู้จักจบซะที  ได้ตอบไปว่าการทำบุญคือการ “ให้” โดยไม่หวังผลตอบแทน และทำได้ตลอดชีวิต ไม่จำเป็นต้องเป็นการตักบาตร บำรุงวัด ทำสังฆทานอย่างเดียว สามมารถให้ความช่วยเหลือผู้เดือดร้อน และกิจกรรมงานต่างๆทั่วโลก ช่วยผู้ด้อยโอกาส ให้ความสุขผู้อื่น ไม่มีทรัพย์ให้ก็สามารถให้ความคิดแนะนำ ให้แรงงานช่วยเหลือแบบอาสาย่อมได้ นี่คือการทำบุญเช่นกันค่ะ

ดิฉันขอเขียนคร่าวๆเรื่อง “บุญ” เพียงแค่นี้ก่อน ส่วนเจาะลึกนั้นคุณแฟนคลับลองค้นคว้าดูได้จากผู้รู้ทั่วๆไปได้นะคะ

ขอโมทนาบุญมายังผู้ใจบุญทุกๆท่าน และขอแบ่งปันคาถาศักดิ์สิทธิ์ประจำใจดิฉัน “คิดดี ทำดี พูดดี”มาให้ทุกท่านด้วยรักจากใจ

ฝากรูปกิจกรรมดีๆมีสาระจากงานการกุศลราตรีวัฒนธรรมไทยเพื่อสมทบทุนเป็นค่าใช้จ่ายให้งานวันวัฒนธรรมไทยประกาสศักดิ์ศรีเพื่อเชิดชูวัฒนธรรมไทยในแดนไกลต่อไป ขอบคุณช่างภาพกิตติมศักดิ์ คุณเดวิด ฤกษ์ภูริทัต และช่าภาพอื่นๆมา ณ.ที่นี้