Get Adobe Flash player

ให้รางวัลชีวิตกับตัวเองบ้างหรือยัง? โดย Super Pat

Font Size:

บทความที่จะเขียนต่อไปนี้ นำมาจากประสบการณ์ของตัวเอง ที่อยากแบ่งปันให้เป็นบทเรียนของผู้อื่น หรือ เผื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้บ้าง...

ดิฉันเกิดที่กรุงเทพฯ เป็น ลูกสาวคนเดียวของคุณป๋า และ คุณแม่ มีพี่ชาย ซึ่งเสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเล็ก เหลือแต่ น้องชายที่มีวัยห่างกัน 3 ปี ได้ดิบได้ดีเป็นใหญ่เป็นโตอยู่ที่เมืองไทยตอนนี้เกษียณแล้วจากตำแหน่งสุดท้าย เลขาธิการศาลปกครอง ปัจจุบันเป็นอาจารย์ถ่ายทอดวิชาด้านกฎหมายให้นิสิตมหาวิยาลัยต่างๆ...  ครอบครัวเราเป็นครอบครัวนักธุรกิจ ฐานะมีอันจะกิน ไม่อยากเรียกตัวเองว่าเศรษฐี ให้คนหมั่นไส้ เราทั้งสองถูกส่งไปศึกษาที่ปีนัง ประเทศมาเลเซีย สมัยได้รับอิสรภาพจากอังกฤษไม่นานตามสมัยนิยมของคนมีสตังค์สมัยโน้น ดิฉันได้เรียนรุ่นเดียวกับนางงามจักรวาล อาภัสรา หงสกุล ใน คลาสภาษาอังกฤษชั้นเดียวกัน ก่อนที่ดิฉันจะติดตามอดีตสามีที่พบรักกันที่ปีนังมาอเมริกาหลังจากกลับไปแต่งงานที่เมืองไทย มีลูกสาว 2 คนเมื่อ 40 กว่าปีก่อน 

เราถูกสั่งสอนให้เป็นคนกตัญญูรู้คุณคน ใครทำดี ต้องตอบแทน เข้าวัดทำบุญ บำเพ็ญศีล ภาวนา สวดมนต์ ตักบาตร  กับคุณแม่เป็นประจำ รู้จักสัมมาคารวะผู้ใหญ่ ให้เกียรติและเคารพในสิทธิ์ของผู้อื่น จากโรงเรียนประจำ ทัดสิงหเสนีย์ ที่มีคุณย่า ถนอมวงศ์ สิงหเสนีย์ เป็นเจ้าของโรงเรียน ที่อบรมบ่มนิสัยให้เป็นกุลสตรี รู้จักการวางตัว รู้จักกาลเทศะ วางตัวเป็นผู้ดี มีระดับ ในสังคม เรื่องคลาน หมอบ กราบไหว้ เดินตัวเบา จนเข่าด้าน ตาตุ่มแตก เพราะถูกตีเป็นประจำนั้น ส่งผลมาจนถึงทุกวันนี้ นับได้ว่าดิฉันเป็นหนี้บุญคุณท่านมาก สิ่งที่ถูกสอนฝังรากลึกในตัวดิฉัน จากการแสดงออกโดยที่เราไม่ต้องเกร็ง ต้องฝืน ทุกอย่างเป็นไปโดยอัตโนมัติ เป็นที่เจริญหู เจริญตาต่อผู้พบเห็น ได้รับคำชมเชยอยู่เสมอ

พอมาอยู่อเมริกา ดิฉันได้ตอบแทนพระคุณ คุณป๋าและคุณแม่ด้วยการส่งเงินค่าแรง เป็นประจำทุกเดือน ทั้งๆที่ท่านไม่ต้องการ แต่ดิฉันซาบซึ้งในพระคุณท่าน จึงมีความปลาบปลื้มกับการได้แสดงน้ำใจตอบแทน ถือว่าเป็นหน้าที่ของลูกทางหนึ่งจนท่านทั้งสองจากเราไปสู่สวรรค์ ช่วงที่อยู่อเมริกาเป็นระยะเวลาสร้างครอบครัว ดิฉันเป็นนักธุรกิจเต็มตัว ไม่เคยทำงานให้ใคร ได้เปิดธุรกิจมากมายจากร้านไอสครีมกิฟท์ช็อบ ตลาดสะดวกซื้อ มาถึงเปิดร้านอาหาร 7-8 ร้าน เป็นตัวแทนขายประกันชีวิต เปิดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซื้อบ้านขายบ้าน เป็นตัวแทนกู้ยืมเงิน ทำงานคลินิกสุขภาพ อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยชุมชนไทยในหลายๆด้าน อาทิ เช่น เป็นประธานร่วมในทีม Ad Hoc Committee ของศูนย์ส่งเสริมชาวไทย จนได้ ไทยทาวน์มาเป็นเกียรติกับประเทศไทยบนถนนฮอลลีวูด ระหว่างถนนเวสเทิร์น และ นอร์มังดี เมื่อปี 1999, เคยลงเล่นการเมือง ด้วยการสมัครเป็นตัวแทนชุมชนฮอลลีวูดเมื่อปี 2002 ช่วงที่ฮอลลีวูดต้องการแยกตัวเป็นอิสระจากเมืองลอสแอนเจลิส แต่ฮอลลีวูดแยกตัวไม่สำเร็จ

ดิฉันทำมาหมดแล้วค่ะ ไม่ว่าจะเปิดหนังสือพิมพ์ 2 ภาษา ทั้งไทยและอังกฤษ ชื่อ หนังสือพิมพ์ อินเตอร์ไทยเกือบ 10 ปี เป็นคอลัมน์นิสต์ เป็นพิธีกรโทรทัศน์  จนได้รับเลือกให้เป็นนายกสมาคมผู้สื่อข่าว Thai Mass Media ของอเมริกาถึงสองสมัย เมื่อปี 1999 เป็นคนประสานการนำคณะทัวร์ไปวิ่งมาราธอนที่ประเทศไทยตั้งแต่ปี 1999 จนปัจจุบัน  ได้นำคณะทัวร์ไปเที่ยวทั่วยุโรป และรัสเซีย แถบฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน และที่ต่างๆ มีรายการโทรทัศน์ช่วยชุมชน ให้คำแนะนำเรื่องความรู้เกี่ยวกับกฎหมายขั้นพื้นฐาน และสวัสดิการสังคมเพื่อช่วยเหลือชุมชนชาวเอเชีย ในรายการ “กฎหมายชาวบ้าน” สนับสนุนโดยแน็ททีวีเป็นประจำเกือบ 6 ปี แล้วนับได้ว่าสั่งสมประสบการณ์มากมายหลายด้านคนหนึ่ง ภายในเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา

ปัจจุบันดิฉันรีไทร์แล้ว มีเงินเดือนจากเงินสะสมที่ทางรัฐบาลหักไว้ให้เราใช้ตอนรีไทร์ มีประกันสุขภาพจากรัฐบาล ในอดีตเคยมีความโลภ อยากได้อยากรวย(มากๆ) ก็ได้สิ่งที่อยากถึงจะไม่ทั้งหมดก็ตาม อยากรวยก็เคยมีเงินหมุนเป็นล้านๆเหรียญ อยากมีบ้าน ก็ได้บ้านหลายหลัง รวมทั้งเป็นเจ้าของอพาร์ตเม๊นต์ให้คนเช่า หลายแห่ง  อยากได้รถราคาแพงๆยี่ห้อดีๆ ก็มีทั้งรถเมอร์ซีเดสเบ๊นซ์ และ รถโรลส์รอยซ์ อยากไปเที่ยวต่างประเทศก็ได้ไปดังที่หวัง แต่ชีวิตที่ผ่านมานั้นนับได้ว่าเหนื่อยกับความโลภ หนักใจกับความต้องการที่ไม่พอ เข้าตำรา “โลภมาก ลาภหาย” เพราะประมาท กับความสำเร็จในธุรกิจ ทำให้ไม่ไตร่ตรองให้ดี ตัดสินใจผิดพลาด ทำธุรกิจเจ๊งไม่เหลือ แถมเป็นหนี้เพิ่ม แต่กู้สถานการณ์กลับคืนมาได้ คราวนี้จึงยึดถือปฎิบัติตามพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัว “เศรษฐกิจพอเพียง” เข็ดกับการโลภมากซะที

จากประสบการณ์ต่างๆที่ผ่านมา ถึงโค้งเกือบสุดท้ายของชีวิต มานั่งคิดว่าให้รางวัลชีวิตตัวเองบ้างหรือยัง รางวัลที่ทำให้จิตใจสงบ ไม่ทุรนทุราย ไม่ต้องตื่นขึ้นมาแล้ววุ่นวายกับชีวิตมากมาย มีเงินพอเพียง เหลือกินเหลือใช้แม้จะเหลือเพียงนิดหน่อยก็ตาม ทำประกันชีวิตไว้ให้คนที่รักแบบสะสม เผื่อนำมาใช้ได้ตอนยังมีชีวิตอยู่ ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ส่วนเงินทองที่ทำได้ นำมาใช้เป็นรางวัลชีวิตให้กับตัวเอง ด้วยการไปพักผ่อนเดินทางท่องเที่ยว เปิดหูเปิดตาดูโลกกับคนรู้ใจ-เพื่อนสนิทมิตรสหาย หากิจกรรมต่างๆทำ เช่นออกไปสังสรรค์ ออกกำลังกายตามถนัดเหมาะกับวัยและร่างกายตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเต้นรำ หรือไปยิม ไปเล่นกอล์ฟ เล่นโบว์ลิ่งฯลฯ ไปชมภาพยนตร์ เพื่อพักผ่อนสมอง ไปวัดฟังธรรมะ หรือจะนั่งทำสมาธิ กับคนรู้ใจที่บ้าน ไม่ปฎิเสธกับการทำบุญ เพื่อสะสมไว้ในธนาคารบุญของตนเอง บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชนเท่าที่จะทำได้ ใช้ชีวิตให้สมดุล ไม่เอียงไปทางใดทางหนึ่ง

ดิฉันพบกับความสุขในช่วงนี้มาก เพราะใช้ประสบการณ์ในอดีตที่ผ่านมาเป็นบทเรียนกับการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ก่อนตัดสินใจทำอะไร ต้องคิดทบทวนให้ดี เพราะวัยขนาดนี้ หาก พลาดล้มแล้วคงลุกขึ้นลำบาก ต้องการเป็นมิตรกับทุกคน ไม่ต้องการเป็นศัตรูกับใคร อยากใช้ชีวิตที่เหลือน้อยนี้ เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง คนที่รัก เพื่อนสนิทมิตรสหาย และต่อสังคม ให้มากๆ สิ่งใดที่ทำให้รกสมอง รำคาญใจต้องตัดทิ้งทันที หาไม่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพจิตใจ และร่างกาย

จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ของการใช้ชีวิตวุ่นวายมาตลอด เพิ่งจะได้รับความสุขสบายใจอย่างเต็มเปี่ยมช่วงไม่นานมานี้เอง ว่าควรพอใจในสิ่งที่มีอยู่ ไม่ควรขวนขวายเกินตัวอย่างที่เคยทำด้วยการก้าวขึ้นบันไดทีละ 10 ขั้นแทนที่จะ ก้าวขึ้นทีละขั้น ถึงจะได้รับความสำเร็จรวดเร็วก็เถอะ แต่ต้องลำบากทั้งกายและใจ หลงระเริงกับความสำเร็จนอกกาย แต่ใจไม่เป็นสุข

ทุกคนมีทางเดินของชีวิตที่พระเจ้ากำหนดไว้ให้แล้วทั้งนั้น การที่ดิฉันนำประสบการณ์ 40 กว่าปีที่ผ่านมาเล่าให้คุณแฟนคลับฟัง เผื่ออาจช่วยให้หลายๆคนได้คืดถึงตัวเอง ตกรางวัลชีวิต รู้จักใช้ชีวิตให้คุ้มค่าบ้าง ก่อนอำลาจากโลกนี้ไป และไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเกิดอีกหรือไม่ ความสบายใจไร้กังวล เป็นยาวิเศษต่อสุขภาพ นำมาซึ่งความสุขจริงๆ

เราเป็นแกนนำจัดงานสังสรรค์กันทุกสุดสัปดาห์เกือบ 5 ปีแล้วเริ่มต้นทุกวันศุกร์ “สุขสันต์-หรรษา” ที่ ห้องอาหารไทย     คิทเช่น เบอร์แบ๊งค์เรียกกลุ่มของเราว่าชมรมรักสุขภาพ มีแฟนคลับจาก 10 คน จนปัจจุบันหากมาพร้อมๆกันนับได้กว่า 100 คน ได้ขยายขอบเขตเพิ่มเติมความสุขในวันอาทิตย์ “บิวตี้ฟูล ซันเดย์” ที่ ห้องอาหารเครื่องเทศ ฮอลลีวูด และทุกวันอังคาร “อังคาร สบาย..สบาย” และ วันเสาร์ “แซ็ตเตอร์เดย์ไนท์ฟีเวอร์” ที่ห้องอาหารวีไอพี ถนนซานตามอนิก้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้แฟนคลับ ใกล้ที่ไหน สะดวกวันไหน ไปแจมได้ตลอด ขอเชิญผู้ที่ต้องการคลายเครียด หาความสุขจากการร้องเพลง เต้นรำ สังสรรค์เพื่อนฝูง คุยกับคนรู้ใจได้ทุกวันนะคะ

นอกเหนือไปจากนั้น เรายังมีการเดินทางท่องเที่ยวด้วยกันในหมู่คนรู้ใจ ไปทีเป็นกลุ่มใหญ่ 30 คนขึ้นไป เที่ยวทั่วโลก ไปยุโรป รัสเซีย เมดิเตอร์เรเนี่ยน เม็กซิโก ฯลฯ วันที่ 1 กันยายนนี้ จะพากันไป อเมริกาใต้ 11 วัน ราคา $5,379 และวันที่ 4 พฤศจิกายน จะพากันไปเที่ยวเมืองไทยสนับสนุนการวิ่งมาราธอน แวะเที่ยวใต้หวันด้วย 15 วัน ราคา $2,199. รวมเครื่องบิน โรงแรม อาหาร สนใจรายการไหนบ้างคะ?

                 อย่าลืม “ให้รางวัลชีวิตกับตัวเองเพื่อสุขภาพกาย และ ใจ” บ้างนะเจ้าคะ ด้วยรักและห่วงใย

.  กฐิน วัดโพธิ์......เป็นเจ้าภาพทอดกฐินวัดโพธิวารีรังสฤษดิ์ เมื่อปี 2011

 

2...pic s2.....เป็นแขกรับเชิญบรรยายเกี่ยวกับสุขภาพที่โรงแรม Beverly Garland Holiday Inn, Studio City.

 

3...Special pack Europe....ประสานงานจัดทัวร์ท่องเที่ยวยุโรปล่าสุด ปี 2013

 

4...Thai Town....เป็น ประธานร่วมในทีม Thai Town Ad Hoc Committee ของศูนย์ส่งเสริมชาวไทย เมื่อปี 1999