Get Adobe Flash player

พัฒนาบุคคลิคภาพ มารยาทการเข้าสังคม โดย Super Pat

Font Size:

วันนี้เรามาคุยกันถึงเรื่องมารยาทสังคมกันบ้าง เนื่องจากชุมชนไทยในต่างประเทศนั้น มีกิจกรรมต่างๆมากมาย โดยเฉพาะสังคมของชุมชนไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา
ที่แอลเอและเมืองใกล้เคียง ซึ่งสัปดาห์หนึ่งบางทีมีกิจกรรมถึง 5-6 ครั้ง ทำให้คนในชุมชนต้องมาร่วมกิจกรรมสังคมกันบ่อยๆ ดิฉันเห็นว่าบทความพัฒนาบุคคลิคภาพ
มารยาทการเข้าสังคมนี้น่าจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่คอยพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ด้วยการค้นคว้าหาบทความต่างๆ
มาอ่านและเรียนรู้ด้วยตัวเอง จึงนำมาแบ่งปันยังคุณแฟนคลับด้วยความรักและหวังดี
 มารยาทเป็นคุณลักษณะประจําตัวของบุคคล ได้แก่ การสัมมาคารวะ ความสุภาพ อ่อนน้อม ความมี
วินัยและพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ปรากฏแก่สายตาของผู้อื่นนักธุรกิจที่ดีนอกจากจะมีความสามารถในเชิงธุรกิจแล้ว
ยังต้องรู้จักรักษากิริยามารยาท และจะต้องรู้จักการสมาคมกับผู้อื่น จึงจะเป็นบุคคลที่มีเสน่ห์เพิ่มความสนใจ
ให้กับผู้พบเห็นจึงนับได้ว่าเขาผู้นั้นเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสําเร็จ ในการดําเนินธุรกิจในชีวิตประจําวัน
 ความหมายของมารยาท...มารยาท หมายถึง แนวทางในการปฏิบัติหรือการแสดงวาจา ภาษา ท่าทาง และพฤติกรรมต่าง ๆ
ออกมาให้ปรากฏแก่สายตาของผู้อื่นคนทั่ว ๆ ไปจะมีมารยาทดีมาก หรือน้อยขึ้นอยู่กับการฝึกอบรมของแต่ละ
ครอบครัว บุคลิกภาพของแต่ละคนจะบอกให้รู้ว่าคนคนนั้นมีความสุภาพ อ่อนน้อม มีสัมมาคารวะ และมีระเบียบวินัยเพียงใด
 การมีมารยาทเป็นเรื่องสําคัญของมนุษย์ที่อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน เป็นการแสดงความเคารพให้เกียรติกัน
คนไทยปัจจุบันมักเรียกตนเองว่า เป็นคนยุคใหม่ และชอบทําอะไรแบบง่าย ๆ ถือเอาความสะดวกสบายเป็นหลัก
พฤติกรรมที่แสดงออกมาในบางครั้งจึงกลายเป็นคนไร้มารยาทไปโดยไม่ตั้งใจ การเรียนรู้มารยาทในสังคมจึงยังเป็นสิ่งสําคัญต่อคนไทยเป็นอย่างยิ่ง
 มารยาทโดยทั่วไปที่ควรทราบมีดังนี้
1. การแต่งกายให้เรียบร้อย การแต่งกายให้เรียบร้อยเหมาะสมกับเวลา และสถานที่ถือว่าเป็นผู้มีวัฒนธรรม และจะได้รับความเกรงใจจากผู้พบเห็น
2. การสํารวมกิริยาท่าทาง และคําพูด การอยู่ต่อหน้าผู้อื่นต้องสํารวมเรื่องการพูดไม่พูดคําหยาบคาย ตลกคะนอง เอะอะ แสดงกิริยาท่าทางให้สบเสงี่ยมเป็นการเคารพสถานที่
และรักษาบุคลิกของตนให้ดูดีในสายตาของคนอื่น
 การให้เกียรติผู้อื่น การให้เกียรติผู้อื่นมีอยู่ 2 แบบ คือ
ให้เกียรติด้วยวาจา ได้แก่- ไม่พูดใส่หน้าจนน้้าลายกระเด็น- ไม่กล่าวคําล้อเลียน นินทา- พูดข่ม เยาะเย้ย ดูถูก เหยียดหยาม
ให้เกียรติด้วยท่าทาง ได้แก่- ไม่สูบบุหรี่ในห้องแอร์หรือในลิฟต์- ไม่นั่งกางขา นั่งไขว่ห้าง นั่งโยกเก้าอี้- ไม่ถอดร้องเท้า บิดขี้เกียจ อ้าปากหาว- ไม่หวีผม ตัดเล็บ แคะ แกะ เกา
ไม่ยกเท้าไว้บนโต๊ะทํางาน หรือยกเท้าถีบพนักพิงเก้าอี้- ไม่ยกปลายเท้าชี้แทนมือ หรือยกขาพาดตักผู้อื่นการกล่าวคําขอโทษ และขอบคุณ ควรใช้คําขอโทษ
และขอบคุณให้ติดเป็นนิสัย แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม
  การไม่พูดเพ้อเจ้อ หรือพูดสั่งพร่ําเพรื่อ พูดเพ้อเจ้อ คือ พูดออกนอกลู่นอกทาง นอกเรื่อง ที่กําลังเป็นประเด็นสําคัญ เพราะกลัวคนฟังจะลืม หากพูดบ่อย ๆ จะถือว่าเป็นการเสียมารยาท
 การทักทายด้วยรอยยิ้ม และอัธยาศัยไมตรีการทักทายเมื่อพบคนที่รู้จักทําได้หลายวิธีเช่น การยกมือไหว้ผู้ใหญ่การทักทายด้วยความยินดีและการส่งยิ้มให้ก็เป็นการแสดงถึงความเป็นคน
ที่มีอัธยาศัยไมตรีอันดีใคร ๆ ก็ต้องการคบหาด้วย
  การระมัดระวังตัว และอ่อนน้อมถ่อมตน คนที่คอยระมัดระวังตนเองจะไม่เหลียวหน้า เหลียวหลังทําท่าทางเลิกลัก หรือทําตัวเป็นจุดเด่น ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดเหมือนคนมีปัญหา ส่วนคน
ที่นอบน้อมถ่อมตนจะไม่แสดงหรือเย่อหยิ่ง จองหอง ซึ่งจะเป็นที่รักใคร่ของผู้อื่นมารยาทในการแนะนําให้รู้จักคนอื่น
 วันนี้เอาบทความลงย่อๆแค่นี้ก่อนนะคะ ไว้คราวหน้าจะนำมาลงให้เต็มพิกัด ดิฉันคิดว่าการพัฒนาบุคคลิคภาพของเราเป็นสิ่งดีและทำให้มีเสน่หฺ์เพิ่มมากขึ้นอีกต่างหาก
ถ้าบทความที่ดิฉันนำลงนี้สามารถนำประโยชน์มาสู่ผู้ใดได้บ้างก็จะมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ