Get Adobe Flash player

สมาคมนวดไทยและสปาแห่งสหรัฐอเมริกา โดย Super Pat

Font Size:

ฉบับนี้ขอแนะนำสมาคมที่กำลังมาแรงจากการรวมตัวของสมาชิกที่มีจุดประสงค์เดียวกันนั้นคือ “สมาคมนวดไทยและสปา แห่งสหรัฐอเมริกา” ตั้งอยู่ที่ 1254 E. Colorado Blvd., Pasadena CA 91106 โดยมี นางกนิษฐา เพอร์ไรด้า ศรีคง เป็นนายกสมาคมคนแรกของสมาคมที่ถือกำเนิดเกิดมาจากการผลักดันของกลุ่มนักธุรกิจเจ้าของร้านนวดและจากการสนับสนุนโดยกงสุลใหญ่แห่งนครลอสแอนเจลิส นายธานี แสงรัตน์

เนื่องจากขณะนี้ ธุรกิจของคนไทยในอเมริกา โดยเฉพาะที่เมืองนครลอสแอนเจลิสที่กำลังมาแรงแซงธุรกิจอื่นๆแม้กระทั่งธุรกิจร้านอาหารยังต้องตกเป็นรอง คือ ธุรกิจนวดไทยนี่เอง เกือบแทบทุกหัวระแหงจะต้องมี ร้านนวดไทยตั้งอยู่...ป้าย Thai Massage ตั้งเด่นเป็นสง่า เกลื่อนเต็มเมืองไปหมด

ธุรกิจร้านนวดนั้นเปิดง่ายลงทุนต่ำจากร้านเล็กๆเพียง 10,000 เหรียญ ถึงร้านระดับหรูหราที่อาจลงทุนเป็น 100,000 เหรียญขึ้นไป เปิดธุรกิจง่ายเพียงมีพนักงาน 1-2 คนขึ้นไปก็ใช้ได้แล้ว ยังแถมรายได้ดีอีกด้วย เพราะไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายมากมายเท่าไร สิ่งที่ต้องมีคุณสมบัติในการเปิดร้านนวดสมัยเมื่อ 10 ปีที่แล้วนั้น ง่ายแสนง่าย เพียงมีใบอนุญาติทำธุรกิจจากซิตี้ มีใบประกอบศิลป์ในการนวดที่รับรองโดยรัฐบาล เพียงจบการเรียนนวด 300-500-1,000 ชั่วโมง แล้วไปสอบใบอนุญาติจากทางซิตี้ ได้ใบอนุญาติจากกรมตำรวจ หรือ ผู้ใดมีไลเซ่นต์นวดหน้าอยู่แล้วด้วยยิ่งง่ายเข้าไปอีก ร้านนวดจึงเปิดกันเป็นดอกเห็ดเกือบทั่วทุกมุมเมือง

จาการที่เปิดธุรกิจกันง่ายดายดายขาดความรู้ด้านสังคมศีลธรรมจรรยาบรรณ และเป็นอาชีพที่ต้องถูกเนื้อต้องตัว อยู่ในห้องนวดมิอชิด 2 ต่อ 2 กับลูกค้า ทำให้บางคนเผลอไผลลุ่มหลงไปกับบรรยากาศที่ลูกค้าเสนอไม่ว่าจะเป็นการเอาเงินมาซื้อล่อให้ทำสิ่งที่เกินเลยเรียกว่า แฮปปี้เอนดิ้ง ขอร่วมหลับนอนด้วยระหว่างนวดหรือหลังนวด เป็นเพราะอำนาจเงิน หรือความเหงาก็เหลือที่เดา

ทำให้หมอนวดบางคนหลงผิดคิดหาทางลัดอยากได้เงินเยอะๆ หรืออยากได้แฟนมาแต่งงานด้วยเพื่อความอยู่รอดด้านสถานะภาพการอยู่อย่างถูกกฎหมายก็ตาม ทำให้อาชีพนี้ถูกเพ่งเล็งจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ และบรรดาชุมชนที่อาศัยในละแวกนั้นว่าเป็นอาชีพล่อแหลมที่เรียกว่า เปิดธุรกิจโสเภณีโดยเอาธุรกิจการนวดมาบังหน้า ถึงแม้มีจำนวนน้อยในธุรกิจนวดไทยก็ตาม แต่ พวกชาติอื่นๆที่ได้ทำมาก่อนคนไทยก็ได้สร้างชื่อเสียงที่ไม่ดีด้านนี้มาด้วยเช่นกัน จึงถูกต่อต้าน และเพิ่มข้อกำหนดกฎเกณฑ์ในการเปิดร้านนวดจะเข้มงวดและเปิดทำธุรกิจยากมากขึ้น

เหตุผลนี้จึงเป็นที่มาของการรวมตัวจากหมอนวด ที่ถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐ และตำรวจเข้ามากวดขันสร้างปัญหาให้กับร้านนวดที่โปร่งใสพลอยติดร่างแหไปด้วย อีกทั้งเรื่องภาษาที่พูดคุยกันไม่ค่อยจะรู้เรื่องระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐและพนักงานหมอนวดทำให้มีเจ้าของร้านนวดหลายคนรวมตัวกันเป็นแกนนำของร้านนวดผลักดันให้เกิดสมาคมนวดและสปาขึ้นโดยมีกงสุลใหญ่แห่งลอสแอนเจลิส คุณธานี แสงรัตน์ให้ความสนับสนุนเต็มที่เพื่อภาพลักษณ์ชื่อเสียงของการนวดไทยเอกลักษณ์อาชีพของคนไทย และ ทนายความเจ๊ฟฟรี่ แจ๊คสัน จากคลีนิคกฎหมายเจ๊ฟฟรี่ แจ๊คสัน ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิด้านกฎหมายจากการเชิญชวนของสมาคมนวดและสปาไทยแห่งอเมริกา

เมื่อวันที่พุธที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ทางสมาคมนวดไทยฯได้จัดให้มีการประชุมกำหนดการปฎิบัติจริงของการสัมมนาเรื่อง “ทำอย่างไรเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐเข้าตรวจร้านนวด” โดยมีกงสุลใหญ่ธานี แสงรัตน์ เป็นประธานกิตติมศักดิ์ และ ทนายความเจ๊ฟฟรี่ แจ๊คสัน ทนายความผู้ชำนาญด้านกฎหมายนวดและสปา ผู้ปรึกษากิตติมศักดิ์ของสมาคมนวดไทยฯ เป็นวิทยากรกิตติมศักดิ์บรรยายและดิฉัน ได้รับเกียรติเป็นล่ามกิตติมศักดิ์ เรื่องการรับมือเจ้าหน้าที่จากรัฐเข้าตรวจร้าน เช่น เจ้าหน้าที่จากกรมสาธารณะสุข เจ้าหน้าที่จากรัฐ เจ้าหน้าที่จากกรมแรงงาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ จบการบรรยายมีผู้ถามปัญหามากมาย กางสัมมนาจบลงด้วยความประทับใจจากหมอนวดที่มาร่วมงานกว่า 100 คน...ดิฉันขอปรบมือให้และให้กำลังใจกับ สมาคมนวดและสปาไทยแห่งสหรัฐอเมริกา เพื่อภาพลักษณ์ของการนวดไทยที่ประเทศไทยได้อนุรักษ์ให้เป็นอาชีพของคนไทยเท่านั้น