Get Adobe Flash player

ข่าว โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

คนปักษ์ใต้ตื่นเสียที

 

คนปักษ์ใต้ เข้าสู่วงการเมืองในระบบประชาธิปไตย เต็มตัวพร้อมกับพรรคประชาธิปัตย์เกิด เพราะผู้ก่อตั้งพรรคนี้(ในชื่อเดิมคือ พรรคก้าวหน้า) คือ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นหัวหน้าพรรคมีคนปักษ์ใต้ร่วมด้วยสี่คน (ใน 17 คน) คือ นายปริญญา จุฑามาศ กระบี่ นายคล้าย ละอองมณี สงขลา นายสมบุญ(หมูหิน) ศิริธร พัทลุง และ นายไสว สวัสดิสาร นครศรีธรรมราช

บุคคลสี่ท่านนี้ได้ตระเวณประกาศนโยบายพรรค และเชิญชวนคนเข้าร่วมในพรรค กันอย่างกว้างขวางทั่วถึง และเป็นพรรคแรกที่ฝังรากลึกในหมู่มวลชน และขยายผลสู่คนรุ่นต่อๆ มารุ่นต่อรุ่น จนปัจจุบัน และถูกคำถากถางจากคนพรรคอื่นว่า พรรคนี้เป็น พรรคสะตอ

คนปักษ์ใต้มีนิสัยที่ซื่อสัตย์ ต่อเพื่อน ต่อพรรคพวก ดังนั้นพวกสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์จึงมีความภักดีต่อพรรคสูงสุด ไม่เคยสร้างความวิบัติใดๆ ต่อชาติเลย

ทักษิณ ได้พูดกับกลุ่มที่เป็นมือตีนของเขาว่า “ด้วยบารมีคนชื่อ ทักษิณ จะเอาคนใต้มาเป็นทาสรับใช้ให้ได้ และให้บังคับคนใต้มาอยู่ในอำนาจให้ได้ ให้มันรู้ไปว่า ความซื้อสัตย์ กับเงินตรา ชนิดไหนมีอำนาจกว่ากัน”

เขาทำได้จริงๆ ดังต่อไปนี้

คนสงขลา ได้ยก พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็น เอกบุรุษ ทักษิณ จึงเอา วีระ มุสิกพงศ์ คนระโนด สงขลา และคุมพัทลุงซึ่งเป็น “ลูกรัก” ของพลเอกเปรม   เข้ามาเป็นทาสคนแรก

ในตำแหน่ง ประธาน นปช. (นรกป่วนชาติ) และประธานก็ได้สร้าง สัตว์ร้าย สองตัวขึ้นมา เคียงข้าง คือ

คางคก ตู่ จตุพร พรหมพันธุ์ เป็นพวกคางคกตีนเขา แถวพระแสง สุราษฎร์ธานี

เลี๊ยะ เต้น ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ เป็นเลี๊ยะข้างลาย ชอบโขมยผลไม้ชาวบ้าน แถวสิชล นครศรีธรรมราช

ประธาน จบ นิติศาสตร์จาก ธรรมศาสตร์ อีกสองตัวจบรัฐศาสตร์(ที่ประกาศ)จาก รามคำแหง

สามตัวนี้ไม่เคยทำงานอะไรเป็นชิ้นอันมาก่อน นายวีระก่อนเป็น ส.ส. พรรค ปชป. ก็เที่ยวเล่นหนังตะลุง อยู่เป็นประจำ ส่วน คางคกก็เที่ยวกร่างไปในหมู่คน เพื่อสร้างตัวเองให้เด่นดัง  เลี๊ยะเต้น ก็เล่นตลกกับคณะตลกของประเสริฐ ทรัพย์สุนทร อดีต คอมฯ ใหญ่ เรียกว่า “สภาโจ๊ก”

แต่ทำไมทั้งสามคนจึงร่ำรวยมหาศาล มีบ้านราคาแต่ละหลังหลายล้าน มีรถยนต์หรูกันละหลายล้านด้วย มีเงินในบัญชีคนละเป็นหลายร้อยล้านบาท โดยเฉพาะ วีระ มีร้านอาหารหรูในลอนดอนถึงสองร้าน

เมื่อมาถึงตอนนี้ใครหลอกใครระหว่างทักษิณ กับ สามสัตว์

มีคลิ๊พหนึ่งได้แพร่ไปทั่วว่า ไอ้สามตัวคุยกันว่า “พวกกูไม่ใช่ควาย แต่เป็น นายฮ้อย คุมควายต่างหาก จะเอาเงินจากไหนมาใช้จ่าย ถ้าไม่หักหัวคิวค่าคุมควาย”

ด้วยอำนาจเงินจะชั่วหรือดี ก็ช่างเถอะ แต่ทักษิณได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นเวลาสิบห้าปีแล้ว ได้ทำให้คนปักษ์ใต้ที่เคยซื่อสัตย์ จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ยิ่งชีพมาก่อน

มาบัดนี้คนปักษ์ใต้กำลังคุมมวลชนเข้าห้ำหั่นกัน นับวันจะยิ่งบานปลาย

ไอ้คางคก เป็นชาวเขา พระแสง กำลังหลอกพวกที่หลงเงิน สู้กับ กำนัน ชาวบ้านท่าสะท้อน อ บ้านนาสาร ที่คุม กปปส มีจุดยืนเดิมของคนภาคใต้เป็นหลักยึด

ไอ้ตู่ ไอ้เต้น อีนกแสก(ชาวท่าชนะ หนองหวาย สุราษฎร์ธานี เช่นกัน) และไอ้ระ ควักเงินออกมาห้าล้านบาท ใครจะออกมาน้อยกว่ากัน ข่าวไม่ระบุ

เป็นค่าจับหรือเก็บ กำนัน สามล้าน อีกสองล้านจับหัวหอกคนอื่น ๆ ซึ่งจะชี้ให้จับอีกที

พวกมันไม่คิดสักนิดว่า ถ้ากำนันคิดสกปรกเหมือนพวกมัน ๆ จะรอดชีวิตไหม เพราะถ้ากำนันกระซิบบอกชาวบ้าน กปปส ให้ลงขันเก็บไอ้สามตัวนี้ รับรอง พรึ่บเดียวจะได้เงินเป็นร้อยล้านทีเดียว แต่กำนันเขาได้ประกาศมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า จะสู้ด้วยสันติอหิงสา และปราศจากอาวุธ ทุกอย่างตลอดรายการ ถ้าชนะก็ชนะด้วยธรรมมาภิบาล เท่านั้น

คนปักษ์ใต้ที่รู้จัก หรืออยู่รับใช้ไอ้สามตัว ได้โปรดกระซิบ หรือสะกิด(ด้วยมือหรือตีนก็ได้) บอกพวกมันทีว่า

ขณะนี้กำลังชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าทำลายเผ่าพันธุ์กันเอง คนภาคอื่นได้แต่ยืนหยัน และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อย่างสบายใจ

ไอ้สามตัว ดังแล้ว รวยเล้ว ให้รู้จักพอตามคำพระที่ว่า “มัตตามัตตัง สวาหังมัตติ” จงรู้จักความพอดีและไม่พอดี