Get Adobe Flash player

วัฒนธรรมไทยคือต้นไม้ทาบยอด โดย ฌาฒ สหัชชะ

Font Size:

 

หัวข้อที่ได้ลงนำไว้นี้ เป็นคำของ พระเดชพระคุณหลวงพ่อพุทธทาส ได้บรรยายธรรมให้พวกผมฟังที่สำนักฝึกอบรมเนติบัณฑิตยสภา เมื่อกว่าห้าสิบปีมาแล้ว พร้อมทั้งบรรยายว่า เพราะคนไทยจะเห่อ “ของนอก” รับเข้ามาทึกทักเอามาเป็นวัฒนธรรมของไทย ชนิดโก้เก๋ บางอย่างก็เอามาทั้งยวง บางอย่างเอามาดัดแปลงบ้าง เพื่อให้มันดูกลมกลืนกับความเป็นไทย

โดยเฉพาะนักเรียนนอกไปเรียนประเทศไหน พอกลับมาก็นำวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ มาทาบยอดกับต้นไม้ไทยเสมอไป มันจะออกดอกออกผลเป็นประการใดก็ไม่สนใจ

การทาบยอดที่เลวร้ายแทบจะโค่นต้นไทยเดิมทิ้ง คือการปฏิวัติประเทศเมื่อ พ.ศ. 2475 เพราะเมื่อทาบยอดประชาธิปไตยได้สำเร็จแล้ว ต้นไม้ไทยก็เติบโตแบบวิกลวิกาล ไม่เคยสงบราบรื่นเลยตลอดเวลากว่าแปดสิบปี ผลิดอกออกผลก็ให้ประโยชน์แก่เจ้าของต้นไม้ไทยแบบวิปริตตลอดมา

อนึ่ง ผู้นำประเทศในแต่ละยุค ก็จะชี้นำแบบที่ไม่สมบูรณ์มาเป็นบทเรียนให้อนุชนในแต่ละรุ่นได้เรียน เขาคิดแต่เพียงว่า บทเรียนบางบท ต้องการให้เรียนรู้ในขนบประเพณีดั้งเดิมว่าเป็นมาอย่างไร บางบทก็ต้องการสื่อถึงอรรถรสในเชิงกวีที่เยี่ยมยอดเท่านั้น ไม่ได้คำนึงว่าในส่วนอื่นๆ จะเป็นตัวอย่างที่เลวหรือไม่ ทั้งนี้ลืมนึกไปว่าคนไทยมีนิสัยชอบเลียนแบบ โดยอ้างว่า ก็มีแบบนั้น แบบนี้ จะผิดตรงไหน ดังจะยกบทเรียนที่เป็นกวีนิพนธ์ที่ถือว่าเยี่ยมยอดที่สุดของไทยมาให้ดูอีกครั้ง

ความจริงเคยพูดถึงเรื่องวรรณคดีไทยมาครั้งหนึ่งแล้วว่า เป็นตัวอย่างที่เลว มันสะสมวัฒนธรรม ที่ไม่มีความแข็งแกร่งให้กับสังคมทางโครงสร้างเกี่ยวกับครอบครัว ความรัก ความซื่อสัตย์ และความมีศีลธรรม

เพราะพระเอกในเรื่องเป็นคนขาดคุณธรรม เห็นแก่ตัว และไม่เคยคิดสร้างสรรค์ 

พระอภัยมณี สำส่อนไม่เลือกคนหรือสัตว์ (เลวกว่าคนเสเพลที่พูดว่าคลำไม่มีหางก็เอาหมด)

ขุนแผน กล้าทำผิดศีล เสพกามทั้งที่ครองผ้าเหลือง  ฆ่าเมียเพื่อเอาลูกมาทำลูกกรอกฯ

จะเอาของเมืองนอก ก็เอาที่เลว เช่น อิเหนา ก็มากเมียแถมทำสงคราม เรื่องแย่งตัวเมียฯ

ล้นเกล้า ร. 5 พระปิยมหาราช เป็นพระองค์แรกที่คำนึงถึงเรื่องตัวอย่างจากชีวิตจริง ท่านเป็นพระองค์แรกที่สร้างทาร์ซานเกิดขึ้นในโลก เพราะท่านทรงนิพนธ์เรื่อง “เงาะป่า” เอา คนัง เงาะเซียมัง ซาไก ชาวพัทลุง ที่ท่านนำมาเลี้ยงไว้ในพระราชสำนักมาเป็นพระเอก ทาร์ซานของฝรั่งเกิดหลังคนัง ตั้ง 50 ปี

จอมพล ป. พิบูลสงคราม มีความคิดชาตินิยมดี ยกเลิกวัฒนธรรมบางอย่างที่ยึดของอินเดียมา เช่น การเล่นโขนในเรื่องรามเกียรติ์ (เรารับมาจากขอม) มาเล่นต้นสกุลไทย อานุภาพพ่อขุนรามฯ มีรำวงไทย ส่งเสริมการร้องเพลงไทยเดิม กำลังจะเป็นที่นิยมแพร่หลาย ก็ถูกจอมพลสฤษดิ์ ที่เป็นเบ๊ของอเมริกันยกเลิกหมด

จึงตามก้นเมกันเต็มรูปแบบในทุกด้าน

อาจารย์หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้ประกาศขับไล่อเมริกันกลับเมืองภายในสี่สิบแปดชั่วโมง พร้อมทั้งประกาศนโยบายในการปรับปรุงวัฒนธรรมให้เข้ารูปเข้ารอยแบบไทยๆ ให้มากที่สุด เช่น การต้อนรับแขกเมืองคนสำคัญสามวาระ คือ การต้อนรับดาราฮอลลี่วู้ด มาร์ลอน แบรนโด นายกรัฐมนตรีจีนเพื่อนเก่าจากอังกฤษ จูเอลไหล และ รัฐบุรุษอาวุโส เติ้ง เสี่ยวผิง ก็ใช้ระบบไทยเดิมที่แท้จริง เลี้ยงต้อนรับ เช่น กินอาหารไทยแท้ๆ ทุกชนิด และ “เปิบข้าว” ด้วยมือ และนอนบนที่นอนที่ยัดด้วยนุ่น และคลุมด้วยมุ้งตากระเทียมพริกไทย แถมให้ศิษย์ของท่านกลุ่มหนึ่งจากธรรมศาสตร์เป็นคนบริการ (บ๋อย) และต้องพูดภาษาไทยต่อแขกคนสำคัญทั้งสามวาระนั้นด้วย ข่าวก็ลือกระฉ่อน สังคมก็เริ่มจับตาและวิจารณ์กันกว้างขวาง น่าจะได้ผลในระยะยาว แต่เพราะการเมืองผันผวน ก็หมดอำนาจทุกอย่างก็หมดไปด้วยตามธรรมเนียมไทยๆ

พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ดำเนินการแทรกซึมวัฒนธรรมไทย ผ่านกิจกรรมลึกซึ้งหลายอย่างไม่อยากให้คนไทยรู้ตัว เพราะอาจจะเกิดต่อต้านได้ ที่เป็นรูปธรรมก็คือ การสวมใส่เสื้อชุดพระราชทาน นิยมกันจนถึงทุกวันนีั้้ อย่างอื่นก็เกือบจะได้ผลเหมือนกัน แต่.. ก็ออกจากอำนาจตามวิถีทางการเมืองเสียก่อน

มาถึงยุครัฐบาลทักษิณประชานิยม มีอำนาจล้นฟ้า น่าจะสร้างสังคมวัฒนธรรมไทยให้เต็มรูป แต่สร้างชาตินิยมในรูปของ

ทุนนิยม รับวัฒนธรรมฟุ้งเฟ้อเข้ามาครอบงำประเทศ เพื่อจะได้ทำธุรกิจของตัวและคณะ ได้อย่างราบรื่น

ชาตินิยมแบบใหม่ จะทำให้ประเทศมีรากเหง้าเน่าหมด ประเทศใหม่ อย่างสิงคโปร์ยังสร้างวัฒนธรรมของตัวเองแยกจากจีนและมาเลย์สำเร็จ ของเรามีมาเป็นพันปี กลับทำลายจนจะหมดสิ้น

ในไม่ช้านี้ เด็กไทยจะต้องมีครูชาวต่างชาติมาสอนภาษาไทย เพราะเด็กไทยเกิดมาพูดไทยไม่ได้ จะต้องมีคนต่างชาติมาสอนการกินข้าวแกงว่ามีประโยชน์อย่างไร เพราะทุกคนกินอาหารประเภท “แดกด่วน” (Fast Food) ซึ่งไอ้กันเองในปัจจุบันยังแอนตี้เลย เขาเรียก Junk Food แต่ไทยกลับยกเป็นอาหาร

ของคนไฮคลาส น่าเวทนา เสียจริง

ผลของระบบนี้ ผู้ที่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยคือ ทักษิณและนายทุนกลุ่มทักษิณ กับนานาชาติที่ทักษิณลากเข้ามากินประเทศไทย และที่เลวร้ายในยุคนี้ หญิงไทยเสียชื่อมากที่สุด ขนาดจะขอวีซ่าเข้า สหรัฐอเมริกา เขายังไม่ให้เข้า เขาจะอ้างว่า เข้าไป ก็ไปเป็น “โสเภณี” เป็นขยะรกบ้านรกเมืองของเขา คนที่เป็นเครื่องมือของนายทุนแบบนี้เป็นเพียงชนกลุ่มน้อยกลุ่มหนึ่ง แต่ความที่มัน เขมือบ ประเทศเราได้ มันจึง ดูแคลน เราเยี่ยงนี้

วิธีแก้ความสำส่อนทางเพศในเมืองไทยมีสองแบบ คือ เอาผิดกับผู้ชายที่ซื้อบริการให้หนักทั้งอาญาและแพ่ง หรือประกาศให้ฟรีเซ็กซ์ทั้งประเทศ เหมือนกลุ่มสแกนดิเนเวีย เคยทำประสบความสำเร็จมาแล้ว พอเปิดฟรี ความมั่วหายหมด เพราะทุกคนอยากจะมีค่าในตัวเอง

เรามักจะยอมรับว่าของเราสู้ของเขาไม่ได้แม้แต่คำพูดแบบไทยแท้ๆ ที่ใช้มาเกือบพันปี อย่างเช่นคำ

ว่า กู มึง เอ็ง ข้า คิง ฮา เรารังเกียจว่า หยาบ ไม่สุภาพ ทั้งๆ ที่มันเพียงแค่ คำ ที่ มีไว้ใช้เป็นประจำ แถมพ่อขุนซึ่งเป็นพระราชายังใช้ด้วย ดังปรากฎในหลักศิลาจารึกของพ่อขนรามคำแหงมหาราช เป็นหลักฐาน

แต่..บรรดาผู้ยิ่งใหญ่ที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475  บัญญัติคำใหม่ พร้อมทั้งอธิบายว่าเป็นคำสุภาพ ประกาศแกมบังคับว่า ให้ทุกคนใช้คำเหล่านี้เป็นบรรทัดฐาน เช่น

ผม กระผม ท่าน คุณ ฉัน เธอ พณฯ (พณหัวเจ้าท่าน) เรา ครับ ขอรับ ขอรับกระผม เป็นต้น

คนไทยเรามักจะนิยมชมชื่นของคนอื่น ของตัวเองต่ำต้อย ไร้ราคา แม้แต่เมียคนอื่นก็ดูดี ทั้งๆ ของตัวเอง ดีกว่า

อาหารไทยมีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย มีเครื่องยา (herb & spice) ผสมเสมอ ทั้งนี้ โรงพยาบาล ของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอพสกิ้น ได้ประกาศออกเป็นทางการ แต่เราคนไทยในประเทศไทยกลับเริ่มดูถูกอาหารไทย

คนชั้นสูงกำลังนิยมอาหารขยะ (junk food) ที่ทำมาจากเศษเนื้อที่เหลือจากตัดให้หมาแล้ว มาบดผสมกัน

เป็นอาหารประเภท แฮมเบอร์เกอร์ ฮ๊อทดอก

แต่ประเทศที่เขาเจริญแล้ว หันมานิยมอาหารไทย ข้าวแกง ต้มยำ และซุปต่างๆ รวมถึงต้มข่า ด้วย

เมินอาหารขยะ  สังเกตดูเถิด ตามร้านอาหารประเภท ฟาสท์ฟูััั้้ด คนนิยมน้อยลงมาก

ถึงเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้วที่ รัฐบาลของ พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ที่มีอำนาจของ คสช. และกฎอัยการศึกค้ำบัลลังก์ ลองผ่าตัดประเทศไทย เอามะเร็งเนื้อร้าย ออกจากร่างประเทศให้หมดสิ้นเสียที ตามที่บรรดาท่าน กุรุ สาด และ ด๊อก น้อยใหญ่ ได้ชี้นำกันเกรียวกราวอยู่ในขณะนี้ ถ้าสำเร็จ

ประเทศไทยก็จะเป็นประเทศมหาอำนาจที่ไม่มีใครเทียบเทียมได้อย่างเด็ดขาด

พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ก็จะเป็น มหาบุรุษ ไปนิรันดร์กาล