Get Adobe Flash player

บทบัญญัติ ในรัฐธรรมนูญใหม่ พ.ศ. 2558 โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

มาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ที่ยกมาข้างล่างนี้ เป็นความ ฝัน ของ คสช. แม่ทัพบก และผู้ใช้อำนาจของกฎอัยการศึก ว่าจะต้องมีรายละเอียด เท่าที่กำหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2558 ถึงไม่ทั้งหมด ก็ต้องให้มีมากที่สุดเท่าที่จะกำหนดได้ ซึ่งถ้าทำได้ก็จะดีที่สุด

ผมใคร่จะเสนอแนะว่า บทบัญญัติที่จะคุ้มครองผลักดันประเทศให้เดินไปข้างหน้าที่สุดคือ บทที่ว่าด้วยการเข้ามาของ สส ทั้งสภาสูง และสภาล่าง

ถ้ากำหนดบทลงโทษแต่เพียงว่า ถ้าผู้ใดซื้อเสียง ขายเสียง จะต้องได้รับโทษเท่านั้น เท่านี้ และตัดสิทธิการเข้ามาเป็นนักการเมืองเท่านั้น เท่านี้ปี อีกนับร้อยๆ ปี เราก็จะมีสภา ซื้อขายเสียง เหมือนเดิม เพราะคนไทยเสพจนติดเป็นนิสัยแล้ว ซึ่ง เราท่าน ก็ทราบกันดีแล้วว่า คนไทยนิสัย ลืมง่าย และถ้าทำซ้ำซากๆ ก็จะยอมรับได้ในที่สุด ดูสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในสายตาคนไทยเมื่อหนึ่งร้อยปีย้อนหลัง คือ การเป็นหญิงขายตัว หรือ การเป็นกะหรี่ หรือการมักมากในกามกิจของสตรี สังคมจะรังเกียจ และไม่ยอมรับให้เข้าสมาคมด้วย

แต่ในปัจจุบัน สังคมไม่รังเกียจ หญิงชั้นสูง หลายต่อหลายคน เป็น “นางงามเมือง” ชั้นสูงแบบหน้าตาเฉย แถมมีเกียรติเสียด้วย

ดังนั้น ที่มาของนักการเมือง ระดับ สส. และ สว. ต้องเด็ดขาด

ผมว่าลองใช้การมี สส. สว. แบบ เลือกจากอาชีพ ตามอัตราอาชีพเข้ามาน่าจะดีที่สุด กล่าวคือ ให้ในกลุ่มแต่ละอาชีพ เลือกกันเองเข้าสภาตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ซึ่งอาชีพนั้นๆ ก็มีระบุในทะเบียนบ้าน และทะเบียนสำมะโนประชากร ถ้าใครทำปลอม ก็ให้มีการกำหนดโทษให้หนัก แบบไหน ก็กำหนดกันอีกที

อาชีพที่ควรจะกำหนดเป็นแหล่งตัวแทนของ สส. สว. ได้แก่ อาชีพชาวไร่ ชาวนา ชาวประมง กรรมกร เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงไหมและสาวไหม นาเกลือ ศิลปิน ศาสนา ข้าราชการ (ทหาร ตำรวจ พลเรือน) และอาชีพอื่นๆ เช่น นักประวัติศาสตร์ นักกีฬา นักการบันเทิง คนต่างชาติ (นักการพนัน แมงดา โสเภณี ขอทาน ถ้าจำเป็น) เป็นต้น

สส. สว. ที่มาจากแหล่งอาชีพ ก็จะนำ “ตัวปัญหาที่แท้จริงในสังคม” มาอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ตรงกับจุดประสงค์ และจะพบทางออกโดยผู้ที่อยู่ในสภาพที่แท้จริง ซึ่งที่ผ่านมา คนที่ “แสนรู้” กลุ่มหนึ่งพูดแทน อภิปรายแทน รู้มั่ง ไม่รู้มั่ง สส. บางราย ยังพูดไทยไม่ ซัด เลย แล้วเขาจะมีทางออกให้ชาติได้อย่าไร ซึ่งเราก็เห็นว่า เราร่างรัฐธรรมนูญมาแล้วเกือบสามสิบฉบับ ก็ยังไม่ได้ผลเลย เพราะเราเล่น ทาบยอด ลอกเขา และเป็นทาสปัญญาของนานาชาติ เป็นตัวตั้ง

ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เป็นต้นมา ชาติล่มสลายกันมาตลอดเลย เพราะขาดเอกภาพและขาดมาตรฐานของความเป้นไทย

มาตรา 37 คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต้องจัดทําร่างรัฐธรรมนูญให้ครอบคลุมเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย

 (1) การรับรองความเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้

 (2) การให้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่เหมาะสมกับสภาพสังคมของไทย

 (3) กลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกัน ตรวจสอบ และขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งกลไกในการกํากับและควบคุมให้การใช้อํานาจรัฐเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วน รวมของประเทศชาติและประชาชน

 (4) กลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและตรวจสอบ มิให้ผู้เคยต้องคําพิพากษาหรือคําสั่ง ที่ชอบด้วยกฎหมายว่ากระทําการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเคยกระทําการอันทําให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม เข้าดํารงตําแหน่งทางการเมืองอย่างเด็ดขาด

(5) กลไกที่มีประสิทธิภาพที่ทําให้เจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง และพรรคการเมือง สามารถปฏิบัติหน้าที่หรือดําเนินกิจกรรมได้โดยอิสระ  ปราศจากการครอบงําหรือชี้นํา โดยบุคคลหรือคณะบุคคลใดๆ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

(6) กลไกที่มีประสิทธิภาพในการสร้างเสริมความเข้มแข็งของหลักนิติธรรม และการสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรม  และธรรมาภิบาลในทุกภาคส่วนและทุกระดับ

(7) กลไกที่มีประสิทธิภาพในการปรับโครงสร้างและขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมอย่างยั่งยืน และป้องกันการบริหารราชการแผ่นดินที่มุ่งสร้างความนิยมทางการเมือง ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว

(8) กลไกที่มีประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินของรัฐให้เป็นไปอย่างคุ้มค่าและตอบ สนองต่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนโดยสอดคล้องกับสถานะทางการเงินการคลังของ ประเทศ และกลไกการตรวจสอบและเปิดเผยการใช้จ่ายเงินของรัฐที่มีประสิทธิภาพ

(9) กลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันมิให้มีการทําลายหลักการสําคัญที่รัฐธรรมนูญจะได้วางไว้

(10) กลไกที่จะผลักดันให้มีการปฏิรูปเรื่องสําคัญต่างๆ  ให้สมบูรณ์ต่อไป

ให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พิจารณาถึงความจําเป็นและความคุ้มค่าที่ ต้องมีองค์กร ตามรัฐธรรมนูญหรือองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นโดยอาศัยอํานาจตามรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่จําเป็นต้องมี ให้พิจารณามาตรการที่จะให้การดําเนินงานขององค์กรดังกล่าวเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้วย...