Get Adobe Flash player

อยากอธิบายประวัติศาสตร์ไทยบางมุม โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

ผมในฐานะที่ได้เรียนประวัติศาสตร์ ระดับสูงมาแล้ว ขออธิบายอะไรให้ฟังนิดหนึ่ง

"คนไทยไม่เคยหวงดินแดน เพราะคนไทยสืบเนื่องมากว่าหกพันปีในลุ่มน้ำเจ้าพระยา โขง ชี มูลและสาลวิน เป็นคนเร่ร่อน ไม่เคยอยู่ติดที่ ชอบที่ไหนก็อยู่ ไม่ชอบก็ย้าย จนคนจีนโบราณตั้งชื่อให้ว่า ไต๋ หมายถึง ผีไม่มีศาล หรือ คนอยู่ไม่ติดที่ เร่ร่อนไว้ใจยาก เอาแต่ใจ มักง่าย

ดังนั้นที่หลวงวิจิตรวาทการ และนายเจริญ ไชยชนะ (ชาวเวียงพิงค์) ร่วมกันปลอมประวัติศาสตร์ และเสนอชื่อ  ไทย แปลว่า อิสระเป็นชื่อประเทศ  ต่อจอมพล ป พิบูลสังคราม เปลี่ยนชื่อประเทศเมื่อวันที่ 1 มค 2482

และพิสูจน์ได้ว่า คนไทย ไม่เคยรักดินแดน เสียดินแดนฝั่งลาว เขมร คือ เสียมเรียบ บัตตัมบอง(เสียมราช พระตะบอง) สีโสภณ ให้แก่ฝรั่งเศส  เสีย กะลันตัน ตรังกานู เคดาห์(ไทรบุรี) และเปอรลีัส ให้แก่อังกฤษ

พระพุทธเจ้าหลวง ร. 5 น้ำพระเนตรไหลพรากที่เราต้องเสียดินแดนดังกล่าวพระองค์ท่านทรงแถลงว่า ทรงยอมตัดแขน เพื่อเอากายไว้ เพราะกองทัพของสองประเทศกำลังครองโลก แต่..ที่เห็นได้ชัดมวลมหาประชาชนไม่ได้ออกมาคัดค้าน หรือโต้แย้งในการถูกยึดครองดินแดนครั้งนี้

คงมีแต่พวก “กบฎวรรณกรรม” เท่านั้นที่ออกมาคัดค้านอย่างรุนแรงในงานที่กำลังทำอยู่ ในหน้าหนังสือพิมพ์ ในบทความทั่ว ๆ ไป จนถูกข้อหากบฎ และถูกจับใส่คุก ได้แก่

นายสอ เสถบุตร นายมานิตย์ วัลลิโภดม นายกุหลาบ สายประดิษฐ์(ศรีบูรพา) นายสุวัฒน์ วรดิลก เป็น อาทิ

ที่น่าแค้นใจจนแทบกระอักเลือด ตอนที่เสร็จสงครามโลกครั้งที่สอง ได้มีการประชุมของมหาอำนาจเพื่อกำหนดทิศทางของประเทศสมาชิก และ กำหนดแนวแดนของประเทศที่เกิดใหม่ เช่น อิสราเอล เป็นต้น

ประเทศเงี้ยว หรือ ไทยใหญ่ หรือ รัฐฉาน ที่มีเมืองสำคัญ คือ เมืองนาย แสนหวี เชียงตุง และเชียงรุ้ง ซึ่งได้รวมตัวกันขอแยกจากพม่าในนามขบวนการ “ตองโข่ หรือ หนุ่มศึกหาญ” เมื่อมีสหประชาชาติให้โอกาส จึงขอแยกตัวขาดจากพม่า ขอร่วมเป็นราชอาณาจักรไทย เพราะมีเชื่อชาติเดียวกัน แต่..น่าจะเอาหัวของกลุมผู้แทนไทย ที่นำโดยนายควง อภัยวงศ์ (พต หลวงโกวิทอภัยวงศ์) หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนแรก และเป็นนายกรัฐมนตรี กับพระยาไมตรีราชกฤตย์ เป็นหัวหน้า กลับปฏิเสธแบบเอาเป็นเอาตายว่า

ไม่ได้ ๆ เมืองไทย เป็นประเทศเล็ก ๆ และยากจน ไม่สามารถจะเลี้ยงดูกลุ่มคนไทยรัฐฉานได้ สหประชาชาติจึงสรุปให้อยู่ในเครือสหภาพพม่าต่อไป  ความจริงถ้าเราได้ฉานมาร่วมประเทศเราจะมีดินแดนกว้างใหญ่มาก เราจะกลายเป็นกันชนระหว่างอังกฤษ(พม่า) กับจีน แถมเราจะได้ประโยชน์จากวัตถุดิบใต้พิภพ เช่น แร่ธาตุ น้ำมันดิบ แก๊ส รัตนชาติ ประเภท เพชร พลอย เป็นมูลค่ามหาศาล เราจะร่ำรวยขนาดไหน ในปัจจุบันนี้

ที่เป็นไม่ได้ เพราะเรามีผู้นำ ช่วง ปี 2488 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ชนิด โง่ งั่ง งี่เง่า งมงายและงอแง

พอถึง พศ 2505 เราขึ้นศาลโลกในคดีเขาพระวิหาร ไม่มีคนไทยออกมาเพื่อหวงดินแดนให้โลกเห็น

คงมีแต่นักศึกษาที่ไปกิน นอน ที่พระบรมรูป ร. 5 ประมาณห้าหมื่นเศษเท่านั้นที่อาดูรกันหนัก เพราะพวกเราไปกราบทูลพระรูปของท่านว่า เราเสียดินแดนอีกแล้ว เพราะความเลวร้ายของ จอมพลสฤษดิ์ชาวพระตะบอง ไปยอมรับอำนาจศาลโลก ซึ่งพวกเรานักศึกษาจำนวนดังกล่าว ได้ตะโกนกันลั่นเมืองว่าอย่าไปรับอำนาจศาลโลกเด็ดขาด เพราะศาลโลกไม่มีอำนาจแซงชั่นถ้าจะสู้ความกันก็ต้องยึดหลักสันปันน้ำเพียงอย่างเดียวทั้งให้พิจารณา ตามหลักที่แท้จริง สิ่งปลูกสร้างหันหน้าและทางขึ้นลงไปทางไหน ทางนั้นเป็นเจ้าของ ก็ในเมื่อปราสาททุกปราสาทที่อยู่บริเวณเขาพนมดงรัก หันหน้าและมีทางขึ้นลงมาทางไทยหมดไม่มีหลังไหนหันหน้าลงจากเขา ไปหาเขมรเลย

แต่สฤษดิ์ไม่เคยฟัง จนเราต้องเสียเขาพระวิหารให้เขมร ซึ่งคนทั้งโลกยังขำกันกลิ้งเลย

แล้วมาวันนี้ อีกเราไม่ได้สิทธิใดๆ ในพระวิหารเพิ่ม คนไทยยิ่งไม่มีใครเสียดาย เรื่องดินแดน เราต้องฝึกจิตใจคนไทยให้รักแผ่นดินอย่างเข้มข้นให้ได้ในอนาคต