Get Adobe Flash player

พุทธ คืออะไร โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

พุทธ แปลว่า ตื่น เบิกบาน รู้ เป็นหลัก คนจึงเรียกผู้ประกาศว่า พระพุทธะ แต่เพราะท่านเป็นเจ้าชาย เลยเติม เจ้า เข้าไป เป็น พระพุทธเจ้า ดังนั้น ศาสนาพุทธ จึงเป็นศาสตร์ที่ ตื่น รู้ และเบิกบาน ซึ่งตรงกันข้ามกับ ไสยศาสตร์ ซึ่งแปลว่า ศาสตร์หลับ (ไสย แปลว่า นอน หรือหลับ)

สิทธัตถะ เกิดในป่า บวชในป่า ตรัสรู้ในป่า สอนมหาชนในป่าเป็นหลัก สอนในเมืองเป็นครั้งคราวเมื่อมีเจ้าเมืองทูลเชิญ และนิพพานในป่า

พระบรมศาสดา ไม่อนุญาตให้สร้างวัด ให้เป็นภิกขุ อรัญญวาสี แต่เมื่อมีคนกราบทูลเรียนว่า คนที่ครองเรือนไม่สามารถเข้าป่าปฏิบัติธรรมได้ ท่านจึงทรงอนุญาตให้มีอาราม ตามที่คนถวาย เพื่อให้พระองค์และภิกขุอื่นได้มาประชุม และโปรด คามวาสี ได้

อารามแรกที่พระเจ้าอชาตศัตรู โอรสของพระเจ้าพิมพิสารถวายให้เป็นพุทธบูชา คือ เวฬุวนาราม คืออุทิศสวนไผ่ ของพระองค์ที่ใช้เป็นอุทยาน ถวาย

พระอรหันต์ที่ี่เป็นชาวเมืองมีจำกัดมาก ที่มี ก็คือ พระสารีบุตร อัครสาวกขวา พระโมคัลลานะ อัครสาวกซ้ายฯ และมีอีกไม่มากนัก นอกนั้น เป็นภิกขุอรัญญวาสี ทั้งนั้น

ที่วัดธรรมกายจัดให้ภิกษุจำนวนมากมาเดินธุดงวัตร เรียกว่าธุดงค์ธรรมชัย มีการโปรยดอกไม้ให้เดิน แถมในปีนี้ได้โปรดดอกดาวเรือง ซึ่งไม่รู้จักของสูงเอาเสียเลย? ทั้งเป็นการผิดพระวินัยด้วย

ธุดงค์ คือ มรรคปฏิบัติให้กระทำสมาธิอย่างสงบ เพื่อการหลุดพ้น มักจะปฏิบัติกันในป่า เท่านั้น

แต่ที่วัดพระธรรมกายได้กระทำแบบนี้คือ หลักการตลาด สร้างภาพให้ดังไปทั้งโลก ไม่ใช่การหลุดพ้นในหลักการ ปวัชชะ หรือ บวช เลย วัดพระธรรมกายมีพิธีกรรมที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งก็ผิดอีก

เพราะศาสนาพุทธ ไม่มีพิธีกรรมใดๆ เลย ใครทำใครได้ เป็นการรู้ได้เฉพาะตน แม้แต่ศีล ธรรม ก็ไม่ต้องขอ จากใคร เพราะพระพุทธเจ้า ได้ประทานให้ไว้กับโลกแล้ว

แม้แต่การเป็นสมาชิกเพื่อนับถือพระพุทธศานา ก็ไม่ต้องขอใครด้วย ปวารณา ตัวเอาเองปฏิบัติเองเพราะ

ศาสนาพุทธเป็นศาสนาของโลก ด้วยหลักการณ์ง่ายๆ เบื้องต้น คือ งดทำชั่ว กระทำแต่ความดี และทำใจให้ผ่องใส ทุกอย่างต้องดูที่การกระทำที่ได้แสดงออกมา

หลวงพ่อพุทธทาสได้เทศน์ ที่สวนโมกข์ว่า ไปทำไมวัด เพราะวัดแปลว่า นอน ไปนอนทำไมนอกบ้าน นอนบ้านใครบ้านมันด้วยความสงบดีกว่า ส่วนที่ๆ ภิกษุพำนักอยู่ เรียกว่า "อาราม" เราเรียกเสริมคำว่า "วัดวาอาราม" เลยตัดเอาแต่คำหน้ามาเรียกขานกัน

พระไตรปิฎก คำว่า ไตร แปลว่า สาม คำว่า ปิฎก แปลเป็นไทยๆ ว่า ตะกร้า หรือ กระเช้า บรรจุสิ่งของหลายๆ อย่าง พอเอามาใช้กับทางศาสนา จึงแปลว่า คัมภีร์ คือที่รวมหลักธรรมวินัย และคำสอนทั้งหมด มีสามสำรับ หรือสามคัมภีร์ ดังนี้

1 พระวินัยปิฎก ประมวลพุทธพจน์บัญญัติเกี่ยวกับความประพฤติ ความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมและการดำเนินกิจการต่างๆ ของภิกษุ หรือภิกษุณี ซึ่งมี 5 คัมภีร์ ได้แก่ 1 อาทิกัมมิกะหรือ ปาราชิก 2 ปาจิตตีย์ 3 มหาวรรค

4 จุลวรรค 5 ปริวาร

2  พระสุตตันตปิฎก ประมวลพุทธพจน์หมวดพระสูตร์ คือ พระธรรมเทศนาที่บรรยายธรรมต่างๆ ให้เหมาะสมกับบุคคลและโอกาส ตลอดจนบทประพันธ์ เรื่องเล่า และเรื่องราวทั้งหลายในชั้นเดิมของพระพุทธศาสนา มี 5 นิกาย

ได้แก่ 1 ทีฆนิกาย คือ ชุมนุมพระสูตร 34 สูตร 2 มัชฌิมนิกาย คือ พระสูตรยาวขนาดกลาง 3 สังยุตตนิกาย คือ พระสูตรที่จัดเป็นกลุ่มๆ 4 อังคุตตรนิกาย คือ พระสูตรที่จัดรวมเป็นหมวดๆ 5 ขุททกนิกาย คือ ชุมนุมพระสูตร คาถาภาษิต คำอธิบายเบ็ดเตล็ด

3 พระอภิธรรมปฎก ประมวลพุทธพจน์อภิธรรมอันเป็นหลักวิชาสัจจะล้วนๆ มี 7 คัมภีร์ คือ 1 ธัมมสังคณี คือ ข้อธรรมที่เป็นประเภท 2 วิภังค์ คือ หมวดธรรมสำคัญที่แยกอธิบาย 3 ธาตุกถา คือ สงเคราะห์ข้อธรรมในอายตนธาตุ

4 ปุคคลบัญญัติ คือ บัญญัติเกี่ยวกับบุคคลเป็นประเภทชั้นธรรม 5 กถาวัตถุ คือ การวินิจฉัยทัศนะของนิกายธรรมต่างๆ

6 ยมก คือ ถามตอบในข้อธรรมเป็นคู่ๆ 7 ปัฏฐานหรือมหาปกรณ์ คือ อธิบายความสัมพันธ์ที่เกี่ยวเนื่องกันของธรรมะ           

พระไตรปิฎกที่เป็นหลักฐานมั่นคงที่สุด คือ พระไตรปิฎกฉบับทำสังคายนาครั้งที่สาม ซึ่งพระเจ้าอโศกมหาราชแห่งอินเดีย เป็นประธาน เมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว 300 ปี เป็นการสังคายนาอย่างละเอียดที่สุด ยิ่งใหญ่ที่สุดและสมบูรณ์ที่สุด พระเจ้าอโศก ได้ทำไตรปิฎกจดจารในศิลาจารึกเป็นแผ่น 84,000 แผ่น แต่ละแผ่นก็บรรจุพระอภิธรรม 1 ขันธ์ ครบเป็น 84,000 พระธรรมขันธ์ ได้ทำไว้สามชุด ไว้ที่ พุทธคยา 1 ที่วัดแก้วฟ้าจุฬามณี ศรีลังกา 1 และที่วัดพระบรมธาตุ นครศรีธรรมราช อีก 1 (รายละเอียดการนำมาของไตรปิฎกนี้ จะอธิบายให้ละเอียดในตอนสร้างเมืองนครศรีธรรมราช ในโอกาสต่อไป)

พระไตรปิฎก ฉบับที่เมืองนครศรีธรรมราช  ในวันสงกรานต์ ได้เปิดให้ประชาชนเข้านมัสการเพื่อเป็นศิริมงคลและเป็นบุญตากันทุกปี

หลวง พ่อพุทธทาส แห่งสวนโมกขพลาราม ผู้ซึ่งได้ประกาศต่อพระบรมธาตุว่า “ข้าพเจ้ามีชื่อที่แท้จริงเพียงสามชื่อ คือ

1              เงื้อม พาณิช เป็นชื่อดั้งเดิมที่โยมพ่อตั้งให้ตั้งแต่เกิด

2              อินทปัญโญ เป็นชื่อที่พระอุปัชฌาย์แห่งวัดหน้าพระบรมธาตุตั้งให้ตอนที่ เกิดเป็นภิกษุ

3              พุทธทาส เป็นชื่อที่ข้าพเจ้าตั้งเองต่อหน้าพระบรมธาตุ ซึ่งเอามาจากบทสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ

(พุทธทัสสะ)

ส่วนชื่ออื่นๆ รวมทั้งสมณศักดิ์ ทุกชั้น เป็นชื่อสมมติทั้งสิ้น

หลวงพ่อฯ ได้หยิบเอาศิลาจารึกไปแปลทีละแผ่นจนครบ 84,000 พระธรรมขันธ์ ได้หนังสือ 230,000 เล่ม ใช้เวลา 53 ปี จากงานนี้ท่านได้รับคำนิยมจากสหประชาชาติอย่างยอดเยี่ยมและได้รับประกาศให้ท่านเป็น "คนสากล" (Universal Man) ของโลก พร้อมกับสมเด็จย่าพระราชชนนีศรีสังวาลย์ และ ดร. ปรีดี พนมยงค์(หลวงประดิษฐ์มนูธรรม) เพียงหนึ่งองค์ และสองท่านเท่านั้น

บทความนี้มาจากความทรงจำล้วนๆ อาจจะมีข้อผิดพลาด บกพร่องบ้าง ก็ขออภัยมา ณ โอกาส นี้ด้วย และถ้าจะตักเตือน สั่งสอนในข้อผิดพลาด ก็จะเป็นพระคุณ