Get Adobe Flash player

ทำไมคนไทยต้องเป็น ทาสปัญญาชาติอื่นในทุกทาง

Font Size:

 

  สมัยล้นเกล้า ร. 5 นักเรียนนอกชุดแรกๆ คือ พระราชโอรสทุกพระองค์ ได้มาเสริมสร้างงานให้ก้าวหน้าทันกับนานาชาติ แต่ก็ทรงไว้ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ไทย เช่น

พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน พัฒนาการรถไฟ เป็นแบบอย่างจนบัดนี้

พระองค์เจ้าระพีพัฒนศักดิ์ ทรงกรมเป็นกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระบิดาแห่งกฎหมาย

พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ทรงกรมเป็นกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบิดาแห่งทหารเรื่อไทยยุคใหม่ ผู้พิชิตกองทัพเรือวฝรั้งเศสที่มาปิดน่านน้ำไทย

พระองค์เจ้าจีรประวัตรวรเดช กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช เรียนการทหารมาจากประเทศเดนมาร์ค เมื่อกลับมารับราชการก็ได้เป็นนายทหารประจำกลาโหมจนได้เป็นจอมพลคนที่สองของประเทศ และก่อตั้งค่าย จีรประวัติ

พระองค์เจ้าประวิตรวัฒโนดม กรมหลวงปราจิณกิติบดี ไปเรียนการบริหารมาจากประเทศอังกฤษ เมื่อกลับมารับราชการ ก็เป็นเป็นผู้บริหารกระทรวงวังระยะหนึ่ง จนได้ทรงกรมไปครองเมืองเมืองปราจีนบุรี

พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ เจ้ากรมเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งเป็นต้นตำหรับการคลังและการธนาคารในปัจจุบัน

แต่คนไทยในยุคต่อมา ไปชุบตัวเรียนเมืองนอกทั้งโดยทุนหลวง หรือส่วนตัว เมื่อสำเร็จกลับมา ก็ลงมือ สร้างชาติไปในทิศทางที่ดูถูกโคตรเง่า ตัวเอง

อะไรๆ ก็ดูไม่ดี ต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขตามแบบอย่างที่ตัวเองไปรับการล้างสมองมาจากนานาชาติ ว่าดีวิเศษ

ก็จะเดินในรูปแบบถอนรากถอนโคนความเป็นไทย ในหลายรูปแบบ เรียกได้ เป็นการ “ทาบยอด” ทำให้ต้นไม้ไทย ค่อยหมดสภาพกลายเป็นต้นไม้พิกลพิการจนบัดนี้

เริ่มในสมัยรัชกาลที 6 นักเรียนนอกนำคนกลุ่มหนึ่งคิดการกบฎ แต่แผนแตกถูกจับได้เสียก่อน รัชกาลที่ 6 ท่านไม่ทรงเอาเรื่อง ก็เงียบหายไป

ในวันที่ 24 มิถุนายน 2475 นักเรียนนอกกลุ่มหนึ่ง นำโดย ดร.ปรีดี พนมยงค์ (หลวงประดิษฐมนูธรรม) และ พ.ต.แปลก ชีตสังคะ(หลวงพิบูลสงคราม) ยึดอำนาจการปกครองจากรัชกาลที่ 7 รายละเอียดทุกท่านก็ทราบกันทั่วแล้ว

นี่เป็นจุดเริ่มแรกที่มีการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เป็นกฎหมายสูงสุดในการบริหาร ปกครองประเทศ ก็ลอกเอารัฐธรรมนูญปัญญาของฝรั่งเศสเป็นตัวยืน ของอังกฤษ และเยอรมันเป็นตัวประกอบอย่างโก้หรูและมั่นใจ

แต่มันก็เป็นหัวมงกุฎ ท้ายท้ายมังกร ลักลั่นในการใช้ และเป็นต้นเหตุให้มีการปฏิวัติ รัฐประหารกัน แทบจะทุกสองปี

ปฏิวัติทีหนึ่ง ก็ร่างรัฐธรรมนูญ กันทีหนึ่ง จนกลายเป็นประเพณี แต่ละฉบับก็หลับหูหลับตาลอกมาจาก “บิดานานาชาติ” เป็นจุดยืนเสมอมา

แต่ทุกฉบับก็มีจุดบกพร่อง เพราะไม่ได้มาจากเนื้อแท้ ธาตุแท้แห่งความเป้นไทย ก็เกิดขบวนการต่อต้าน จนท้ายที่สุด ก็มีการปฏิวัติฉีกทิ้งทุกที่ไป

ฉบับล่าสุด ก็มีข่าวว่า ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ จะเดินทางไปเยอรมัน เพื่อไปศึกษาแนวทางในการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ซึ่งไม่เข็ดเข้าอีก

ที่สุดได้มีข่าวว่า พม่า ลาว เขมร สิงค์โปร์ และมาเลย์เซีย ต่างก็เสนอแนะให้เอาแนวทางของประเทศของเขา เพราะเขาอ้างว่า มีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกัน น่าจะเหมาะสมและเกิดประโยชน์ได้อย่างสูงสุด  แต่..ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะทำอย่างไร

น่าจะเก็บข้อมูลจากกลุ่มชนหลายๆ กลุ่ม หลายประเภท ทุกหน่วยงาน หน่วยงานวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ศาสนา เอามาวิเคราะห์เพื่อหาจุดยืน จุดมุ่ง และหลักปฏิบัติที่เหมาะสมกับความเป็นไทย นำมาเป็นหลักในรัฐธรรมนูญไทย ปิดประตูสำหรับปัญญานานาชาติดูสักครั้ง มันน่าจะเป้นผลดีสูงสุดก็ได้ ใครจะรู้

จริงๆ แล้ว ไทยเรานี้น่าเจ็บใจเสียจริง ไม่เคยทำอะไรด้วยตัวเองเป็นของตัวเองได้สำเร็จสักอย่าง แม้แต่ของๆ เราอย่างแท้จริง แต่ปล่อยให้ชาติอื่นเอาไปกินเสียแบบ “หวานคอแร้ง” เช่น

เพลงที่ขึ้นต้น “ลาว” เช่น ลาวดวงเดือน ลาวเจริญศรี ลาวเสี่ยงเทียนฯ

เพลงที่ขึ้นต้้น “เขมร” เช่น เขมรไทรโยค เขมรโพธิสัตว์ เขมรละออองค์ฯ

ถูกสองชาตินี้นำไปจดทะเบียนเป็นมรดกโลก เป็นของตนเองไปเรียบร้อย

เวียตนาม นำข้าวหอมมะลิไปจดทะเบียนเป็นของตนเองโดยไทยไม่เคยทำอะไรคัดค้านเลย

ที่สุดอาหารไทย เช่น แกงทุกแกง ต้มยำ ต้มข่า พล่า ยำ ลาบ ก้อย ก็ถูกชาติอื่นเอาไปจัดการขึ้นทะเบียนเป็นของตนเองหมดแล้ว

แม้กระทั่งคนไทยที่ขึ้นชื่อลือชาในการเป็น “กะหรี่” จนขายหน้าไปทั้งโลก แต่พอมีศุนย์

“กะหรี่สากล” ที่พัทยา หนอย  แทนที่จะเป็นของไทย กลับกลายเป็นของรัสเซียไปเสียฉิบ

        น่าขายหน้า หรือ ภูมิใจ กันดีล่ะ

ณาฒ สหัชชะ   03/24/2015