Get Adobe Flash player

ธัมมชโยอยากครองโลก แต่พระลูกวัดดันตกม้าตาย (จบ) โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

 

 

ที่มาของบทความ "ธัมมชโยอยากครองโลก แต่ลูกศิษย์ดันตกม้าตาย" http://kaeake.blogspot.com/2015/03/blog-post.html

ณาฒ สหัชชะ ขออนุญาต นำเสนอเพราะเห็นว่า น่าจะเป็นข้อมูล ที่ทำให้ท่านผู้อ่านได้พิจารณาใช้วิจารณญาณ  


 

(ต่อจากฉบับที่แล้ว)

“เมื่อเงินคนหายก็มีการร้อง แต่จะเอาผิดได้อย่างไรเมื่อคนการเมืองก็ยังเป็นคนของเขา รัฐบาลชุดก่อนจะทำอะไรได้ เมื่อมีอำนาจการเมืองหนุนอย่างนี้ขณะนั้นจะเอาผิดเขาได้อย่างไร กรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าไปดูก็บอกว่าไม่มีมูล ทำคดีไม่ได้ คนก็โวยกันใหญ่ว่าเงินกูหาย เงินสะสมทั้งชีวิตกลายเป็นแค่เศษกระดาษ นี่มันทำร้ายประชาชนใจร้ายมาก คนๆ นี้ไม่เคยปราณีกับใคร คิดว่าตัวเองเป็นคนที่ยังมีคนหนุน ดังนั้น เขาไม่แคร์อะไรทั้งสิ้น ใครจะด่าจะว่าช่างมัน กูไม่สน ทุกวันนี้ธรรมกายเป็นองค์กรข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ กระจายไปแล้วถึง 200 ประเทศทั่วโลก”

ประเมินทรัพย์ธรรมกาย 25 ปี 5 หมื่นล้านบาท

เมื่อถามว่า ประเมินทรัพย์สินของวัดธรรมกายเท่าไร 

นพ.มโน บอกว่า  “เมื่อปี 2533 ธัมมชโยบอกกับผมว่า แกมีทรัพย์สมบัติมากกว่าที่วัดและมูลนิธิมีถึง 5 เท่า ขณะนั้นวัดและมูลนิธิมีทรัพย์สินประมาณ 1 หมื่นล้านบาท แสดงว่า 25 ปีก่อนแกมีมากถึง 5 หมื่นล้านบาท และทุกวันนี้จะงอกเงยไปถึงขนาดไหน”

กระหน่ำต่อจากคำพูดของอดีตศิษย์เอกว่า เป้าหมายของเขาคือการครองโลก ทำให้มีศิษย์เยอะที่สุด และให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของโลกตามรูปแบบธรรมกาย

กลไกการยุติธรรมทั้งหมดเคยมีไหมที่สั่งให้ถอนคดีของพระธัมมชโยทั้งหมดรวม 52 คดี แม้แต่คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของ พระธัมมชโยยังถูกถอดออกเช่นกัน เขาใหญ่แค่ไหนคิดกันเอาเอง

“เหตุผลคือมวลชนมีมาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็วิ่งเข้าหา การเมืองมาหมด เพราะเขามีมวลชนในมือเป็นล้านๆ สั่งให้กระบวนการยุติธรรมล้มลงต่อหน้าทันที เมื่อรัฐบาลก่อนเลือกตั้งชนะ เขาก็ตีปีกทันทีเพราะนี่คือผลงานของเขาทั้งนั้น เขาไม่แยแสต่อกระแสสังคมที่ตั้งคำถาม การยาตราการเดินธุดงค์ที่เป็นข่าวไม่ใช่เผยแพร่ศาสนาอันใดหรอก เขาต้องการโชว์อำนาจเท่านั้น แค่อำนาจเท่านั้นเอง และเรียกเงินเรียกร้องผลประโยชน์ให้ตัวเอง ให้รู้ว่าฉันมีคนนะ มหาเถรสมาคมเขาก็คุมไว้หมดแล้ว”

แต่เมื่อความเสื่อมมาเยือนธรรมกาย ทำไมการโค่นเขาลงอย่างที่หลายคนปราถนาจะให้เกิด จึงกระทำไม่ได้

นพ.มโน พร้อมจะให้คำตอบในฐานะคนเคยอยู่ก้นกุฏิของพระธัมมชโย

“ต้องฝากความหวังไว้ที่บ้านเมืองในยุคทหารเข้ามาควบคุม ถ้าเอาเขาไม่ลงในครั้งนี้ จะเกิดการกินรวบบ้านเมืองในการเลือกตั้งครั้งต่อไปแน่นอน คุณคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะได้หรือ เพื่อไทยจะกลับมาแบบสบาย ๆ ทันที จากนั้นทุกอย่างในประเทศจะเป็นธรรมกายหมด และเกิดจักพรรดิสงฆ์ขึ้นมา เราจะก้าวไปสู่ยุคมืดของศาสนา เป็นประเทศไทยแบบธรรมกาย เขาเปลี่ยนชื่อประเทศยังได้เลย

หมอมโน ย้ำว่า หากเอาไม่ลงเขาจะเป็นมาเฟียที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ถ้าไม่ทำ ไม่จัดการเขา ทุกอย่างจะพังหมด อันที่จริงมันผิดมาตั้งนานแล้ว พระไม่ควรจับเงิน ควรแก้ตรงนี้ แต่พระคุณเจ้าทั้งหลายจะยอมปล่อยมั้ย อย่าลืมว่าธัมมชโยดึงไว้ทั้งหมด ให้ชีวิตหรูหรา ตรงนี้น่าดูฝีมือของผู้มีอำนาจแห่งยุคเหมือนกัน”

“มันน่ากลัวมาก ศาสนาทุกอย่างกลายเป็นระบอบทักษิณหมด และอนาคตพระสงฆ์เราจะได้แบบเณรคำ ยันตระ หรือแม้แต่ว่าที่สังฆราช ดูสิรถหรูมีกี่คัน มีเงินเท่าไหร่ แล้วจะให้คนมากราบไหว้ให้เป็นประมุขสงฆ์หรือ อย่างนี้มันปาราชิกมั้ยล่ะ มันสืบทอดอำนาจกัน” นพ.มโน ทิ้งท้าย

เรื่องลับๆ  เขาใช้ครีมทาหน้าระดับฮอลลีวู้ด!!

นอกจากนั้ นพ.มโน ยังเล่าเรื่องลับในวัดธรรมกายด้วยว่า

1.ภายในวัดพระธรรมกายจะมีโรงครัวอยู่ 2 โรง หนึ่งโรงทำให้ญาติโยม พระในวัด ลูกศิษย์ อีกโรงจะทำให้พระธัมมชโยคนเดียว คนอื่นกินไม่ได้ ซึ่งจะเป็นของดีของแพงที่มาปรุงอาหาร ส่วนใหญ่ของอาหารจะเน้นบำรุงร่างกาย เพิ่มความแข็งแรง

2.พระธัมมชโย ชอบความสำอางค์ การประทินผิว และใช้วิทยาศาสตร์ให้ตัวเองมีหน้าเด็กลง ชอบการนวดหน้าด้วยครีมราคาแพงซึ่งใช้กันในหมู่คนมีเงิน หรือดาราฮอลลีวูด มีการนวดหน้าวันละสามครั้งต่อวัน

3.พระธัมมชโยไม่สนใจว่าใครจะมองอย่างไร เพราะอ้างบุญ หากสงสัยหรือไม่เกิดศรัทธาบุญจะหก

4.ห้องนอนพระธัมมชโยจะปูผ้าปูเตียงใหม่ทุกวัน ในห้องนั้นจะมีสาวคนหนึ่งทำหน้าที่ปูเตียง คนอื่นห้ามเข้าเด็ดขาด เรื่องบิณฑบาตไม่ต้องพูดถึงเพราะไม่เคยทำ ตื่นตอนไหนตามใจฉัน

5.พระธัมมชโยมีอารมณ์สุนทรีย์ และมีความเป็นศิลปินสูง โดยมีพรสวรรค์ในงานปั้น ชอบปั้นรูปผู้หญิง

อันตรายต่อพุทธศาสนา

คำพูดของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เมื่อ 27 ปีก่อนที่ว่า “เป็นห่วงเรื่องวัดพระธรรมกายมากที่สุด” เหมือนมองทะลุปัญหาจนปรากฏเป็นจริงในปัจจุบัน

พระธรรมปิฎก (ประยุทธ ปยุตฺโต) ปราชญ์ด้านศาสนา เขียนหนังสือ “กรณีธรรมกาย” บทเรียนเพื่อการศึกษาพระพุทธศาสนา เมื่อปี 2542 สรุปประเด็นของพระธรรมปิฎกต่อมุมมองปัญหาธรรมกาย ดังนี้   

1.กรณีธรรมกายหมายถึง ชื่อเรียกโดยรวมเกี่ยวกับพฤติการณ์ต่างๆ สรุปแล้วมี 2 ลักษณะ คือ การทำพระธรรมวินัยให้วิปริตและการประพฤติวิปริตจากพระธรรมวินัย

2.การทำพระธรรมวินัยให้วิปริต ที่พบว่ามีสาเหตุมาจากสำนักวัดพระธรรมกายทำลายความน่าเชื่อถือของพระไตรปิฎก การปลอมปนคำสอนในลัทธิของตนลงในพระไตรปิฎก การพยายามยกย่องครูบาอาจารย์ของตน ถึงขนาดที่ใช้ทัศนะอ้างเป็นมาตรฐาน เพื่อตัดสินหลักการสำคัญของพระพุทธศาสนา รวมถึงอรรถาธิบายชักจูงให้คนทั่วไปเข้าใจว่าบุญมีฐานะเป็นดุจสินค้าชนิด หนึ่งและเมื่อทำบุญจะให้ผลสัมฤทธิ์อย่างปาฏิหาริย์

3.การประพฤติวิปริตจากพระธรรมวินัย เฉพาะประเด็นหลัก ได้แก่ การพยายามนำเอาลัทธิทุนนิยม ที่อยู่ในระบบการตลาดเข้ามาผสมผสานกับการบริหารวัด รวมทั้งสร้างความสัมพันธ์กับบุคคล องค์กรทางธุรกิจ การเมือง ส่งผลให้สำนักวัดพระธรรมกายกลายเป็นสำนักที่มีความเจริญอย่างรวดเร็วทั้งใน ทางวัตถุ ทุนทรัพย์ และในทางชื่อเสียง แต่วิธีเหล่านี้เป็นพฤติการณ์ที่สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับพระพุทธศาสนาที่เน้น ความเรียบง่ายและไม่เกี่ยวข้องกับระบบทุนนิยม

4.พฤติการณ์อันสืบเนื่องมาจากสำนักวัดพระ ธรรมกายทั้งหมดนั้นเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของพระพุทธศาสนาและต่อสังคม ไทยอย่างลึกซึ้งถึงรากฐาน ชนิดที่ว่า ถ้าสำนักวัดพระธรรมกายทำสำเร็จตามจุดมุ่งหมายจะส่งผลให้พระพุทธศาสนาในประเทศไทยซึ่งเป็นพระพุทธศาสนาอย่างเถรวาทต้องสูญสิ้น และสังคมไทยก็อาจกลายเป็นสังคมที่มีค่านิยมหวังผลดลบันดาล มัวเมาอยู่ในอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ และถูกหลอกให้เพลินจมอยู่ในสุขอันดื่มด่ำจากสมาธิวิธีที่ถือว่าเป็นมิจฉาสมาธิ และเต็มไปด้วยผู้คนที่ตกเป็นทาสของลัทธิทุนนิยม บริโภคนิยม และวัตถุนิยมอย่างงมงาย ไม่อาจหลุดพ้นเป็นอิสระไปจากการครอบงำของลัทธิเหล่านี้ได้

ที่มาของบทความ

ใหม่ เมืองเอก เพจ

อดีต พระมโน เล่าในรายการตอบโจทย์ว่า มีคนมาบอกสมีนะจ๊ะว่า ที่ดินตรงนั้นมีทองคำ สมีนะจ๊ะ จึงสั่งให้ไปขุดดินมา 1 คิว มาร่อนหาทองในวัด แล้วก็เจอทองคำจริง ๆ

สมีนะจ๊ะ ก็เลยเอาเงินวัด ไปซื้อที่ดินตรงนั้น เผื่อจะรวยเพราะมีทองคำ แล้วก็ใส่ชื่อตนเองเป็นเจ้าของที่ดิน

ถามว่า แบบนี้ยักยอกทรัพย์วัดหรือไม่ ?

ถ้าไม่ยักยอกแล้ว เจือกคืนที่ดินให้วัดทำไม ก็ถือที่ดินในชื่อตัวเองไปตลอดสิ จะคืนมาทำไมในเมื่อคิดว่า ตนเองไม่ผิด

แล้วเมื่อคืนที่ดินแก่วัดแล้ว ก็ถือว่า จบ เหมือนไม่เคยมีการยักยอกทรัพย์วัดเกิดขึ้นงั้นเหรอ

เหอะๆ ตรรกะวิบัติชัดๆ เจ้าอาวาสวัด ถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐยักยอกที่ดินวัด ซึ่งเปรียบเสมือนยักยอกที่ดินหลวงไว้เป็นของตน เป็นคดีอาญายอมความไม่ได้นะจ๊ะ

เขาเรียก คอร์รัปชัน น่าจะเอาไปประหารตามกฎหมายใหม่เลยดีไหม ??