Get Adobe Flash player

ยอดคนไทย ที่คนไทยไม่เคยทราบ (1) โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

เมื่อกลางเดือนตุลาคม 2558 มีข่าวใหญ่ ที่ทั่วโลก รวมทั้งเมืองไทยด้วย ต่างก็แซ่ซร้อง ไชโย โห่ฮิ้ว ไปกับชาวประเทศ อุรุไกว อเมริกาใต้

ที่อดีตประธานาธิบดีของเขา  JOSE’ MUJICA ทั่วโลกได้ประกาศชื่นชม แซ่ซร้อง ในความยอดเยี่ยมซึ่งไม่เคยมีใครเป็น ไม่มีใครทำได้ ซึ่งเป็นของหายากยิ่ง ถ้าจะพูดให้ลึกซึ้งว่า “ไม่มีมนุษย์คนไหนทำได้”

ตามข่าวที่ปรากฎ คือ โฮเซ่ มูฮิกา เป็นชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นคนขยันทำมาหากิน และชอบช่วยคนอื่นทุกเวลาและโอกาส ทั้งงานเล็ก งานใหญ่ ชนิดไม่ขอรับการตอบแทน ไม่ว่าในทางใด

จนที่สุด ได้รับการเลือกให้มาบริหารประเทศในตำแหน่งประธานาธิบดี เป็นอยู่ห้าปี ครบกำหนดในปีนี้เมื่อเดือนกันยายน ปีนี้

เมื่อมาอยู่บ้านก็เป็นชาวบ้านเหมือนเดิม อยู่กระต๊อบหลังเก่า ออกหาผัก ปลา ทำมาหากินแบบเดิมทุกอย่าง ไม่มีเงินเหลือเก็บ ไม่เคยสะสมเงินทอง ไม่เคยแสวงหาช่องทางที่จะกอบโกย คณะกรรมการที่รับมอบงานของเขา ได้แถลงว่า ไม่มีอะไรขาดไปแม้แต่เซ็นต์เดียว ทำงานในหน้าที่แบบประหยัด และมีแนวคิดสร้างสรรค์ เขาสอนเจ้าหน้าที่ที่ทำเนียบอยู่เสมอว่า

“ให้ทำงานเต็มหน้าที่ เต็มเวลา จึงถือได้ว่าเต็มคน แต่ถ้าจะให้ดียิ่งต้องทำให้เกินเข้าไว้ เพราะผลมันจะไปออกรวมให้กับประเทศ เหมือน หยดน้ำที่มาจากทุกแหล่งๆ ละ หยด สักวันหนึ่งถ้ามากแหล่งมากหยด ก็จะได้ “แหล่งน้ำที่จะนำมาใช้ไม่มีวันหมด”

วันที่เป็นข่าว คือวันที่เขาออกเก็บผักในแปลงที่เขาลงไว้ตั้งแต่เขาครองตำแหน่งประธานาธิบดี โดยทำไปและตอบคำถามไป

ยอดเยี่ยมจริงๆ

ข่าวนี้คนไทย สื่อไทย กลุ่มคนไทยหลายกลุ่ม ต่างก็กระพือโหมข่าวกันเอิกเกริก แบบไม่เคยกระทำมาก่อน

ความจริงยอดคนทำนองนี้ หรือมากกว่านี้ เมืองไทยมีมาแล้ว แต่คนไทย ไม่เคยที่จะแซ่สร้องสาธุการให้เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ปลุกจิตใจคนไทยให้ตื่นชื่นชมคนดีกันให้เอิกเกริกกว้างขวางถาวร เพราะคนไทยไม่นิยมคนไทยกันเอง แต่ไปนิยมคนอื่น ชาติอื่น วัฒนธรรมอื่น อย่างสุดหัวใจเสมอมา นี่คือแนวของคนที่เป็นทาส ซึ่งคนไทยไม่เคยหลุดพ้น เสียที ทั้งๆ ที่ เทพเจ้าพระปิยมหาราช โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ปลดปล่อยแล้ว

ยอดคนไทยที่เราจะกล่าวถึงในวันนี้คือ ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์

ศ.สัญญา ธรรมศักดิ์ อดีตประธานองคมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานศาลฎีกา อดีตประธานรัฐสภาอดีตประธานองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก และ อดีตนายกพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เกิดวันที่ 5 เม.ย. 2450 ที่บ้านข้างวัดอรุณราชวราราม บางกอกใหญ่ ธนบุรี บุตรของมหาอำมาตย์ตรี พระยาธรรมสารเวทย์วิเศษภักดี ศรีสัตยาวัตตาพิริยพาหะ (ทองดี ธรรมศักดิ์) และคุณหญิงชื้น ธรรมศักดิ์ สมรสกับท่านผู้หญิงพงา เพ็ญชาติ

ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ตลอดชีวิตของท่านกินเงินเดือนประจำจากตำแหน่งตุลาการศาลทางเดียว โดยท่านอ้างว่า ตำแหน่งอื่นๆ เป็นตำแหน่งพิเศษ เหมือนเป็นการทำหน้าที่ในแวดวงจำกัด  โดยอาศัยฐานของความเป็นตุลาการของท่าน นอกจากนี้ท่านไม่ยอมรับเบี้ยเลี้ยง เบี้ยประชุม เงินรับรองในตำแหน่งต่างๆ อีกด้วย

ที่พิเศษไปกว่านั้น เมื่อวันที่ท่านเข้าพิธีสมรส กับนางสาวพงา เพ็ญชาติ ธิดาของมหาเศรษฐีเจ้าของเหมืองแร่ดีบุก ในเมืองพังงา ภูเก็ต และระนอง เกือบทั้งหมด ท่านได้ทำสัญญากับเจ้าสาวของท่านว่า

 “นับจากนาทีนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต เราจะต้องใช้เงินในการครองชีพทุกๆ กรณีด้วยเงินเดือนของผมเพียงอย่างเดียว ห้ามรับเงินจากที่อื่นมาอย่างเด็ดขาด มิฉะนั้น เราต้องขาดกัน” (ถ้อยคำในสัญญาอาจจะไม่ครบทุกคำตามนี้ก็ได้)

ขนาดมารดาของคุณหญิง นำเงินมาให้ในการ “ออกเรือน” ครั้งแรก ก้อนใหญ่ เป็นการทำทุน อาจารย์สัญญาท่านยังให้เอาไปคืนทั้งหมด ตามสัญญาก่อนสมรส แรกๆ ท่านบิดามารดาของคุณหญิง ก็เสียใจและโกรธแค้นพอประมาณ แต่พอนานไปๆ ก็ได้เห็นความประพฤติ การวางตัวของท่านสัญญาชัดเด่นขึ้น ก็ยอมรับและภูมิใจยิ่ง

ท่านเคยไปประชุมนานาชาติหลายครั้ง ทั้งในตำแหน่งประธานศาลฎีกา นายกรัฐมนตรี และประธานพุทธสมาคมฯ  ถ้าท่านไปเดี่ยว ท่านไม่เคยเบิกเงินค่าเดินทางและบี้ยเลีั้ยง หรือค่าที่พักเลย ท่านจะไปพักที่สถานทูตไทยแต่ถ้าเป็นคณะ ก็ไปอีกเรื่องหนึ่ง

ท่านทราบไหมว่า รถประจำตำแหน่งท่านไม่เคยใช้เลย คงใช้รถเฟียตคันเล็กของท่านตลอดมา ที่บ้านพักของท่าน ตามธรรมเนียมหลักการณ์ต้องมีตำรวจเฝ้าอารักขาให้ความปลอดอย่างเข้มงวด แต่ท่านไม่ยอมให้มี ท่านอยู่บ้านไม้เล็กๆ ในซอยกลาง ใส่รองเท้าแตะ เดินไปตัดผมร้านปากซอย ตั้งแต่ท่านเป็นผู้พิพากษาชั้นต้นจนวาระสุดท้าย

ที่น่าทึ่งที่สุด คือ ท่านและท่านผู้หญิงถึงแก่กรรมในปีเดียวกัน และได้รับพระราชทานเพลิงศพ ณ วัดเบญจมบพิตต ในวันเดียวกัน

เห็นไหมครับ ยิ่งใหญ่ ยอดเยี่ยมขนาดไหน แต่คนไทย สื่อไทย คณะคนไทย สารพัดกลุ่มไม่เคยหยิบยกมาเชิดชูส่งเสริมเลย ผมรับรองว่าคนไทยทั่วๆ ไป ไม่เคยรู้มาก่อนเลย น่าเสียดายที่สุดครับ

ผมยังมียอดคนไทยอีกหลายคนที่จะมาเล่าให้ท่านฟังในโอกาสต่อไปครับ