Get Adobe Flash player

เพลงหนักแผ่นดิน ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

 

 

เพลงหนักแผ่นดิน คำร้อง ทำนอง  พ.อ.บุญส่ง หักฤทธิ์ศึก    

สันติ ลุนเผ่ นักร้องนำชาย จ.ส.อ.ศิริจันทร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา นักร้องนำหญิง และ กลุ่มมวลมหาประชาชนที่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ขับร้อง

คนใดใช้ชื่อไทยอยู่ กายก็ดูเหมือนไทยด้วยกัน ได้อาศัยโพธิ์ทองแผ่นดินของราชันย์ แต่ใจมันยังเฝ้าคิดทำลาย

คนใดเห็นไทยเป็นทาส ดูถูกชาติเชื้อชนถิ่นไทย แต่ยังฝังทำกินกอบโกยสินไทยไป เหยียดคนไทยเป็นทาสของมัน

หนักแผ่นดินหนักแผ่นดิน คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน... หนักแผ่นดิน

หนักแผ่นดินหนักแผ่นดิน คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน..... หนักแผ่นดิน

คนใดหลงชมชาติอื่น ชาติเดียวกันเขายืนข่มเหง ได้สินทรัพย์เจือจานก็ประหารไทยกันเอง ชาติอื่นเกรงดังญาติของมัน

คนใดขายตนขายชาติ ได้โอกาสชี้ทางให้ศัตรู เข้าทลายพลังไทยให้สลายทางสู้ เมื่อศัตรูโจมจู่เสียทีมัน

คนใดคิดร้ายราวี ประเพณีของไทยไม่ต้องการ เกื้อหนุนอคติเชื่อลัทธิอันธพาล แพร่นำมันมาบ้านเมืองเรา

หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดิน คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน

หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดิน คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน

หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดิน

เพลงนี้ฮิตร้องกันทั่วประเทศ เผยแพร่โดยคณะ ลูกเสือชาวบ้าน ภายใต้กิจกรรมของ ตำรวจตระเวนชายแดน โดย พล.ต.ต.เจริญฤทธิ์ จำรัสโรมรัน (ยศขณะนั้น) เป็นผู้บัญชาการ ในช่วงปี พ.ศ. 2518-2519 ร้องกันทุกหมู่เหล่า หญิงชายตั้งแต่วัยเด็ก จนวัยชรา เพราะลูกเสือชาวบ้าน เปิดรับให้คนทุกเพศทุกวัยเข้าร่วมกิจกรรม ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เว้น จะเป็นผู้อาสาช่วยเหลือกิจกรรมนี้เท่านั้น

เกิดผลดีเกินจะบรรยาย เพราะเรากำจัดพวกลัทธิการเมืองเลวๆ ที่จ้องจะทำลายชาติได้อย่างชะงัด โดยเฉพาะตามตะเข็บชายแดนทั่วประเทศ

กิจกรรมลูกเสือชาวบ้าน นี้ เกิดขึ้นครั้งแรกที่จังหวัดเลย เพราะตามตะเข็บชายแดนเกิดปัญหากระทบกระทั่งกันมาก ผบ.ตชด. ท่านนี้ จึงมีแนวคิดจัดกิจกรรมนี้ให้คนชายแดนได้เกิดสนุกสนาน และมีความเข้าใจกันดี เป็นการขจัดความขัดแย้งระหว่างกันดีเยี่ยม ทำให้เกิดสามัคคีกันอย่างกว้างขวาง จังหวัดชายแดนอื่นๆ ก็เห็นดีด้วย ก็จัดตาม ได้ผลดีเช่นกัน

ผมเองขณะที่เป็นทนายความ ก็ได้เข้าร่วมเป็นลูกเสือชาวบ้านกับเขาด้วยในรุ่นที่ 982/2 (ความหมายคือ รุ่นที่ 2982) เมื่อ พ.ศ. 2518 จัดกิจกรรมที่จังหวัดจันทบุรี

กินนอนร่วมกันระหว่าง เด็กชาย เด็กหญิง(ทุกคนจะต้องกลับไปสู่วัยเด็กมีป้ายติดหน้าอกว่า ด.ช. และ ด.ญ. ตามด้วยชื่อจริงทุกคน) จำนวน 898 คน เป็นเวลาสามคืนสี่วัน โดยแยกกันไปกินนอนตามบ้าน อาคาร ของผู้ที่ยินยอมเป็นอาสาสมัตรในกิจการนี้ รอบๆ บริเวณที่จัดกิจกรรม คือ ศาลาประชาชนจันทบุรี และศาลาของโรงเรียนสภาราชินี จันทบุรี

ในจำนวนนี้ มีอดีตรองผู้ว่าฯ และอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภาค 2 และอดีต ส.ส. 2 ท่าน รวมอยู่ด้วย

เด็กที่อายุมากที่สุดคือคุณยายท่านหนึ่งอายุ 93 ปี อายุน้อยที่สุด ด.ช. อายุ 9 ขวบ เหลนของคุณยาย คู่นี้เป็นขวัญใจของลูกเสือชาวบ้านรุ่นนี้มาก

การบ้านและการเมือง รวมทั้ง “การเพิ่มความรักพระเจ้าอยู่หัวและชาติบ้านเมือง” อย่างไม่เคยมี ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้แสดงมาก่อน

เพลงหลักนอกจากเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระมารมีแล้ว ก็มีเพลง “หนักแผ่นดิน” นี่แล้ว ร้องกันสะเทือนเมือง วันละหลายเที่ยว ผู้แต่งก็เคยมาปรากฎตัวให้เห็นครั้งหนึ่ง โดนทึ้ง ช้ำไปทั้งตัว

ในปัจจุบันกำลังเกิดพวก “สวะการเมือง โจรแผ่นดิน สัตว์นรก เนริยโก” บ่อนทาลายชาติมากขึ้น น่าจะฟื้นฟูกิจการลูกเสือชาวบ้านขึ้นมาอีกนะ และร่วมกันร้องเพลง หนักแผ่นดิน กันให้กระหึ่มเมืองอีกครั้งหนึ่ง