Get Adobe Flash player

ผู้ว่า ที่เป็น เจ้าเมือง (1) โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

ในช่วงนี้ใครต่อใครต่างก็พูดถึงและนิยมชมชื่น ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายปิติ แก้วสลับสี

สิงห์ทอง จากรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ซึ่งเป็นความจำเพาะเหมาะสมเสียนี่กระไร เพราะชื่อมหาวิทยาลัย และจังหวัดที่ท่านได้ประจำเป็นชื่อที่เกี่ยวข้องกันเต็มๆ เลย

อาณาจักรสุโขทัย (จากคำสนธิ สุขะ กับ อุทัย แปลว่า ที่เกิดความสุข) ได้รับการสถาปนาร่วมกันของ

พ่อขุนบางกลางหาว

พ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราด (เพชรบูรณ์)

พ่อขุนเม็งราย เจ้าเมืองเชียงแสน

พร้อมกับสถาปนา พ่อขุนบางกลางหาว ขึ้นครองเมืองนี้ ทรงพระนามว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์

พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ เป็น ต้นราชวงศ์ "พระร่วง" (คำว่า ร่วง หมายถึง รุ่ง)

คำว่า พระร่วง มีความหมายเป็นสองนัย คือ พระราชวงศ์นี้ และ เทพที่ที่สร้างเมืองสุโขทัย ซึ่งจะกล่าวถึงในภายหลัง

พ่อขุนศรีฯได้ทรงปกครองอาณาจักรนี้ในระบบครอบครัว คือ "พ่อปกครองลูก" จากรายละเอียดเบื้องต้นจากศิลาจารึกหลักที่ 1 ที่ขุดได้จาก วัดพระปรางค์ วัดในเขตพระราชฐานสุโขทัย ดังนี้

"พ่อกูชื่อศรีอินทรา      ทิตย์   แม่กูชื่อนางเสือง   พี่กูชื่อบานเมือง ตูพี่น้องท้องเดียวห้าคน ผู้ชายสาม ผู้ญิงโสง พี่เผือผู้อ้ายตายจากเผือ เตียมแต่ยังเล็ก" 

"เมื่อชั่วพ่อกู กูบำเรอแก่พ่อกู  กูบำเรอแก่แม่กู   กูได้ตัวเนื้อตัวปลา   กูเอามาแก่พ่อกู   กูได้หมากส้มหมากหวาน   อันใดกินอร่อยกินดี  กูเอามาแก่พ่อกู  กูไปตีหนังวังช้างได้  กูเอามาแก่พ่อกู  กูไปท่บ้านท่เมือง  ได้ช้างได้งวง  ได้ปั่วได้นาง  ได้เงือนได้ทอง  กูเอามาเวนแก่พ่อกู  พ่อกูตายยังพี่กู  กูพร่ำบำเรอแก่พี่กู  ดั่งบำเรอแก่พ่อกู  พี่กูตาย  จึงได้เมืองแก่กูทั้งกลม"

ผู้ที่บันทึกนี้ ใช้คำว่า "กู" และพูดถึงการครองเมืองจากพ่อจนถึงพี่ จึงเป็นการชี้ชัดผู้ที่ได้ทำการจารึก คือ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ซึ่งในราชวงศ์นี้มีพระราชาปกครองเพียง 6 พระองค์ดังนี้

ราชวงศ์พระร่วงมีทั้งหมดหกรัชกาล คือ พ่อขุนศรีอินทราทิตยื พ่อขุนบานเมือง พ่อขุนรามคำแหงมหาราช พ่อขุนลิไท(พญาลิไท) พ่อขุนเลอไท และ พ่อขุนไสลือไท

จากศิลาจารึก ยังได้ระบุว่า เมื่อเจ้ารามอายุได้ 19 ปี ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด(แม่สอด) ยกทัพมาตีเมืองตาก(มาที่เมืองตาก) พ่อขุนศรีฯ และสองราบุตร ก็ยกทัพมาช่วยป้องกันเมือง แต่ขุนสามชน มีทหารมากกว่าก็ตีทัพกลางของพ่อขุนฯ และปีกขวา ที่เจ้าบาน คุมอยู่ แตกกระจาย แต่กองทัพปีกซ้ายที่นำโดยเจ้าราม สู้สุดฤทธ์ จนกองทัพขุนสามชน "หนีญะญ่าย พ่ายจะแจ" และขุนสามชนตายในที่รบ

พ่อกูจึงให้นามกูเป็น เจ้ารามคำแหง ในฐานะที่พิชิตศึกเมืองฉอดได้สำเร็จ

จากตำนานว่า มีพระร่วงที่เป็นเทพลงมาสร้างเมืองสุโขทัย และนอนตะแคงหันเศียรทางตะวันออก หันบาท ไปตะวันตก หันพักตร์มาทางอุดร ทะเลหลวง (ในอดีตก็เป็นทะเลสาปขนาดใหญ่ ปัจจุบัน ยังเป็นทุ่งหลวง) เมื่อพระร่วงนอน พิทักษ์เมือง ก็มีเหงื่อไหลจากองค์พระร่วง เรียกว่า "โซกพระร่วง" (โซก แปลว่าเหงื่อ) เป็นลำธาร ไหลลงมาหล่อเลี้่ยงอาณาจักรด้านล่างอย่างอุดมสมบูรณ์ตลอดมาจนบัดนี้  เมื่อพ่อขุนรามคำแหง ครองราชย์ พระองค์ได้สร้างกำแพงเมือง ค่ายคู ประตูหอรบท้งสี่ด้าน และท่านได้ดำเนินการแกะศิลาที่เป็นภาพสตรีที่หน้าผา โซกพระร่วง อันเชิญลงมาเป็นเทพช่วยคุ้มครองอาณาจักร ทรงนามว่า

สมเด็จพระแม่ย่า จากตำนาน ท่านคือ "นางเสือง" พระ มารดาของ พ่อขุนรามคำแหง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ลือลั่นใครไม่กล้าข้ามล่วงอย่างเด็ดขาด เพราะท่านได้   แสดงปาฎิหารริย์ให้ประจักษ์มานักต่อนัก

นายปิติ แก้วสลับสี ที่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เท่า กับเป็นเจ้าเมือง ในอดีต ได้สร้างประวัติศาสตร์ย้อนหลังได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะสามารถพิชิต "ผู้รุกราน" ได้สำเร็จราบคาบ เป็นคนแรกของประวัติเมืองนี้

กล่าวคือ เมืองสุโขทัย มีแม่น้ำไหลผ่ากลางคือ แม่น้ำยม ชื่อก็ระบุความหมายแล้วว่า"พระยม" คือผู้ทำลาย ไหลบ่าท่วมเมืองทำให้ผลิตผลเสียหายทุกปี จะไปเอ่อท่วม ท้นอยู่ที่ลุ่มบางระกำ ปัจจุบันอยู่ในเชตปกครองของจังหวัดพิษณุโลก

แต่ในปีนี้ ด้วยศักยภาพของนายปิติ แก้วสลับสี ที่มีจิตวิญ ญาณเป็นเจ้าเมือง ดึงข้าราชการทุกหน่วยงานในจังหวัดและมวลมหาประชาชน ร่วมมือกันป้องกันน้ำท่วมอย่างพร้อมเพรียง ด้วยพระ บรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงประทานมาในรูปแบบของ "แก้มลิง" เมื่อหลายปีมาแล้ว ไม่มีใครปฏิบัติจริงจัง เหมือนผู้ว่า ฯ ท่านนี้

ปีนี้ศัตรูตัวฉกาจของสุโขทัย ได้พบความพ่ายแพ้อย่างราบคาบต่อพลังความสามารถของนายปิติ แก้วสลับสี ผู้ว่าราชการจังหวัดนี้

พวกเราในนามของคนไทยทุกหมู่เหล่าขอสดุดีในวีรกรรมของท่านไว้ ณ โอกาสนี้อย่างสูงยิ่ง

จากมวลชนชาวไทยทั้งมวล