Get Adobe Flash player

ผู้ว่าที่เป็น เจ้าเมือง (3) โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

ปัจจุบัน “ท่านผู้ว่า” ที่ไปนั่งเมืองในทุกจังหวัด ท่านไป “นั่งเมือง” จริงๆ ท่านไม่มีความคิดริเริ่ม หรือมีหลักปฏิบัติที่เป็นอุดมการณ์ของท่านในการไปนั่งเมืองเอาเสียเลย
แต่ละจังหวัด งานประจำหรืองานนโยบายที่จะทำซึ่งไม่ขัดหลักกฎหมาย หรือขัดนโยบายของรัฐบาล ก็จะเสนอโดยเสมียนแต่ละแผนก ผ่านประจำแผนก หัวหน้าแผนก หรือฝ่าย หัวหน้าสำนักงาน ปลัดจังหวัด รองผู้ว่าราชการ จนถึง ผู้ว่าราชการ แทงกันเป็นหางว่าว
ท่านผู้ว่า ก็สั่งสรุปสุดท้ายว่า “ชอบ หรือ เห็นชอบ” หรือ “อนุมัติดำเนินการได้” ที่จะสั่ง ไม่อนุมัติ แทบจะไม่มี เพราะถือเป็นงานประจำตามนโยบายอยู่แล้ว
ท่านผู้ว่า จะสั่งลงไปให้กระทำ หรืองดกระทำ อย่างใดอย่างหนึ่ง แทบจะไม่มี เพราะถ้ากระทำเยี่ยงนี้เป็นความเสี่ยงต้องรับทั้งผิด และชอบเต็มๆ
ดังนั้น ท่านก็ไปนั่งเมืองแบบ เจว็ด ปลอดภัยที่สุด แถมไม่ขัดเจ้านายเบื้องบนอาจจะได้รับความดีความชอบ ได้รับเหรียญตรา สายสะพาย เป็นรางวัลเสียอีก
ผมจะกล่าวถึง “ผู้ว่า” ที่ได้ทำหน้าที่เป็น เจ้าเมือง ให้ท่านได้สัมผัสสักสองท่าน และหัวหน้าส่วนราชการพิเศษอีกหนึ่งท่าน เพื่อท่านทั้งหลายได้ทราบและพิจารณา ดังนี้
ดร.ธวัช มกรพงศ์ รัฐศาสตร์บันฑิตเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง รุ่นที่ 5 จากจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยพญามังกรอีสาน(ท่านบอกเองว่า ท่าน แซ่เล้ง แปลว่า มังกร ท่านเปลี่ยนจาก แซ่ มาเป็น มกรพงศ์) ที่มีจุดยืนแจ้งชัด และเป็นนักสู้บนความ “ยุติธรรม” อย่างไม่มีใครทำได้
ท่านเคยย้ำสมัยที่ท่านเป็นอาจารย์สอนวิชารัฐศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า ตำแหน่งผู้ว่าราชการ คือ ตำแหน่งเจ้าเมืองในอดีต แต่ไม่มี “ผู้ว่า” ท่านใดทำหน้าที่เจ้าเมืองเลย
ท่านได้รับการโอนไปเป็นนักปกครอง ประเดิมเป็นปลัดจังหวัดเชียงราย ในสมัยท่านชุ่ม บุญเรือง เป็นผู้ว่าราชการ ประจำการหนึ่งปี ได้รับการบรรจุเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา
วันไปรับตำแหน่ง พวกผมสี่คนซึ่งเป็นศิษย์เก่าของท่านที่ มธ. เดินทางไปส่งท่าน ท่านได้ประกาศว่า ท่านจะเป็น “เจ้าเมือง” ที่จะนำความผาสุกมาให้ประชาชน ไม่ใช่มานั่งเมืองแบบเจว็จ เหมือนท่านอื่นๆ
ประชาชนได้มาร้องเรียนที่จังหวัดมากมายว่า พวกเขาเดือดร้อนจากบริษัทแทมโก้ บริษัทยักษ์ใหญ่จากอังกฤษที่ได้รับสัมปทานเหมืองแร่ในจังหวัดพังงาและในหมู่เกาะอันดามัน ชาวบ้านออกหาเศษแร่ที่มีเกลื่อนเมืองตามธรรมชาติ ก็จะถูกแจ้งจับจากบริษัทในข้อหาลักทรัพย์ในสัมปทาน
เจ้าเมือง “ธวัช” เมื่อได้สอบสวนทวนพยานได้รับข้อมูลเพียงพอแล้ว ได้สั่งยกเลิกสัมปทานของบริษัทแทมโก้ ท่ามกลางการต่อสู้ของบริษัทยักษ์ใหญ่ เหมือนพญาเสือโคร่งกำลังขย้ำเหยื่ออย่างโอชะ กลับมาถูกมังกรตัวน้อยๆแย่งไปซึ่งๆหน้าก็เกิดการต่อสู้กันหลายขนานเป็นที่เลื่องลือ
พวกเขาได้ประกาศว่าจะ “ฆ่าทิ้ง” เจ้าเมืองคนนี้ หรือปลดจากตำแหน่งหรืออย่างน้อยก็ย้ายออกจากจังหวัดพังงาให้เร็วที่สุด
แต่ไม่สามารถจะทำได้ เพราะท่านยืนอยู่บนความถูกต้องตามกฎหมาย ท่านทำด้วย “ธรรม” นำหน้าในการกระทำ จึงเหมือนมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ประชาชนได้รับผลประโยชน์กันถ้วนหน้า
เจ้าเมืองพญามังกร ท่านนี้ยังได้ทำหน้าที่เจ้าเมืองในอีกหลายจังหวัด ดังนี้
1.สั่งปิดเหมืองดินขาวในจังหวัดลำพูน ที่ปล่อยให้เกิดมลภาวะ น้ำและดินเป็นพิษ
2.ปราบเจ้าพ่อ เจ้าแม่ ที่ลักลอบขุดโบราณวัตถุ และหินอ่อนในจังหวัดสุโขทัย
3.กำจัดอภิสิทธิของเจ้า ของโรงงานในเขตจังหวัดสมุทร ปราการ ซึ่งเป็นของเจ้าพ่อ นายทหารใหญ่ นายทุนใหญ่ และนักการเมืองใหญ่ที่ปล่อยให้น้ำเสียลงในแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้น้ำและสัตว์น้ำเป็นพิษเป็นโทษอย่างกว้างขวางต่อมหาชน ท่ามกลางกระแสจะยิงทิ้งหรือกำจัดเจ้าเมืองมังกรท่านนี้อย่างเอิกเกริก ที่สุดท่านก็ชนะ
4.ขัดขวางการสร้างป่ายูคาลิปตัสของนักการเมืองและเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลในจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้สำเร็จเด็ดขาด เพราะถ้าปล่อยให้มีการสร้างป่าชนิดนี้ขึ้น ดินก็จะเสียถาวร ปลูกพืชอื่นไม่ได้ผล
5.ปราบเจ้าพ่อทุกเจ้าพ่อในจังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะดำเนินการจับกุม “กำนันเป๊าะ” ที่เป็นเจ้าพ่อของเจ้าพ่อในจังหวัดนี้มาดำเนินคดีได้สำเร็จ ซึ่งในปัจจุบันก็ยังมีผลทางคดีอยู่
มังกรท่านนี้ไม่มีทรัพย์สินใดๆ ท่านมีรถยนต์เก่าๆ เล็กๆ คันหนึ่ง กับเงินบำนาญไมถึงสองหมื่นบาท ภายใต้การดูแลของแพทย์หญิงประไพพักตร์ มกรพงศ์ ภรรยาคู่ชีวิต จนถึงแก่กรรมในบ้านเช่าหลังเล็กๆ ในจังหวัดชลบุรี
ท่านผู้อ่านรู้สึกอย่างไรกับมังกรท่านนี้ครับ
ผู้ว่าที่เป็นเจ้าเมืองรายต่อไป คือ
นายสมัชชา โพธิถาวร นบ.นบท.รม.
ท่านเป็นศิษย์ของมังกรอีสานคนหนึ่ง เป็นคนเกิดที่ตำบลนานอก อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นชาวนาโดยตระกูล
คำสั่งอันอมตะที่ ท่านชู โพธิภาวร บิดาของท่านได้สั่งแล้วสั่งอีกว่า “รับราชการอย่าโกงกิน อย่ากอบโกย อย่ากังฉิน อย่าผิดศีลธรรม จงสร้างชาติด้วยงานที่ทำทุกหน้าที่อย่างเคร่งครัด”
ตั้งแต่ได้รับการบรรจุเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรี ธรรมราชแล้ว ท่านได้ประกาศว่า ต่อไปจะเป็น “คนกลาง” ของชาติ ท่านเลิกพูดภาษาปักษ์ใต้ เพราะท่านว่า เดี๋ยวก็จะมีการเล่นพรรคเล่นพวกได้ จึงเป็นคนกลางๆ ดีที่สุด
ท่านใจซื่อ มือสะอาด จับของผิดกฎหมายได้ ท่านจะนำมาวางหน้าศาลากลาง ให้คนได้เห็น แล้วโดยความเห็นชอบของประชาชน ท่านก็จะทำลายอย่างเปิดเผย เช่น เผา หรือทำลายอย่างอื่น
ท่านย้ายไปหลายท้องที่ แต่ที่สุดก็มีคำสั่งย้ายไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ตามรอยมังกรอีสานผู้เป็นอาจารย์
ณ ที่นี้ ท่านได้ปราบการลักลอบ การทำและขนแร่เถื่อนไปขายยังต่างประเทศได้อย่างราบคาบ สามารถรักษาประโยชน์ให้ขาติบ้านเมืองได้อย่างมหาศาล
ท่านเกษียณราชการ ณ จังหวัดพังงา ด้วยสมบัติคือ เงินบำนาญและรถยนต์เก่าๆคันหนึ่ง
เหมือนอาจารย์ ธวัช พญามังกร เหมือนก๊อปปี้กันเลยทีเดียว
ในนามมวลมหาประชา ชน เราขอประกาศคำยกย่อง สดุดี ต่อท่านมา ณ โอกาสนี้ด้วย