Get Adobe Flash player

นี่คือ พระพุทธศาสนา โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

"ทำไมรัฐบาลอินเดียจึงยอมจัดงาน 25 พุทธศตวรรษ ทั้งๆ ที่ไม่มีชาวพุทธอยู่ในรัฐสภาอินเดียแม้แต่คนเดียว "

กว่า 700 ปี ที่พระพุทธศาสนาสูญสิ้นไปจากอินเดีย กระทั่งใกล้ถึงปี พ.ศ. 2500 ท่านเนรูห์ นายกรัฐมนตรีอินเดีย พร้อมด้วย ดร. อัมเบดการ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในยุคนั้น แม้จะไม่ประกาศตนเป็นพุทธศาสนิกชนอย่างโจ่งแจ้ง แต่ด้วยความศรัทธาส่วนตัว ได้ดำริที่จะจัดงานเฉลิมฉลอง 25 พุทธศตวรรษขึ้นที่อินเดีย อันเป็นแหล่งกำเนิดพระพุทธศาสนา

ท่านนายกเนรูห์ได้กล่าวโน้มน้าวต่อรัฐสภาว่า

"พระพุทธเจ้าเป็นอภิชาตบุตร ที่ปราดเปรื่องยิ่งใหญ่และรอบรู้ที่สุดของอินเดีย ในโลกนี้ซึ่งเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เคียดแค้น และรุนแรง คำสอนของพระพุทธเจ้าส่องแสงเหมือนดวงอาทิตย์ที่รุ่งโรจน์ ไม่มีคนอินเดียคนใดที่จะนำเกียรติยศ เกียรติภูมิกลับมาสู่อินเดียได้เท่ากับพระพุทธองค์ หากเราไม่จัดงานฉลองท่านผู้นี้แล้ว เราจะไปฉลองวันสำคัญของใครได้อีก"

ด้วยคำพูดของท่านนายกเนรูห์ ทำเอาสมาชิกรัฐสภาทั้ง 500 ท่านซึ่งส่วนใหญ่เป็นฮินดู (ไม่มีสมาชิกที่เป็นพุทธศาสนิกชนเลยแม้แต่คนเดียว) แต่กลับยกมือสนับสนุนเป็นเอกฉันท์ให้จัดงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษทั่วประเทศอินเดียเป็นเวลา 1 ปี อีกทั้งยังได้จัดสรรงบประมาณเพื่อทำถนนหนทางเข้าสู่สังเวชนียสถานทุกแห่ง คือ

1              ที่ประสูติในลุมพินีสถาน ปัจจุบันอยู่ในประเทศเนปาล

2              ที่ตรัสรู้ ในเมืองนาลันทา ประเทศอินเดีย

3              ที่แสดงปฐมเทศนาให้กับปัญจวัคคีย์ ในเมืองพุทธคยา ประเทศอินเดีย

4              ที่เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ในเมืองกุสินารา ประเทศอินเดีย

 

ท่านนายกเนรูห์ กล่าวในภายหลังว่า

"ข้าพเจ้าเป็นคนไม่มีศาสนา แต่หากให้ข้าพเจ้าเลือก ข้าพเจ้าขอเลือกนับถือพระพุทธศาสนา"

ในขณะที่ ดร. อัมเบดการ์ ผู้ที่เป็นผู้นำชาวอินเดียจำนวนถึง 5 แสนคน ประกาศตนเป็นพุทธมามกะ ในโอกาสเฉลิมฉลอง 15 พุทธศตวรรษครั้งนั้น ได้กล่าวว่า

"ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลที่นับถือศาสนาฮินดู แต่ข้าพเจ้าจะขอตายในฐานะพุทธศาสนิกชน"

พุทธศาสนิกชนฯ  คนทั่วไป พิจารณาเองนะครับ...

อ่านแล้วอยากบอกให้คนในโลกนี้ รู้ว่า นี่คือ... ศาสนาพุทธ. ที่หมายถึง “ศาสนาที่ ตื่น รู้ และ เบิกบาน” เป็นคำสรุปให้ง่าย ที่สุด ในการเรียนรู้

ซึ่งจริงแล้วคนอินเดียที่มีความรู้กว้างขวางจะเข้าใจได้ว่า วิทยาการทางความคิดที่เป็นรากฐานมาจากจิต และความเชื่อทั้งมวลในโลกนี้ เกิดมาจากอินเดีย เช่น

ความเชื่อในพระเจ้าที่ได้กำหนดในศาสนาพราหมณ์(ฮินดู)เมื่อ กว่า 6500 ปีมาแล้ว (ก่อนที่จะมีชาตพันธุึ์มนุษย์ก่อตัวเป็นอาณาจักรใด ๆ) ที่กำหนดว่ามีพระเจ้าสามองค์ คือ

พระมหาพรหม เป็นผู้สร้างโลก พระอิศวร(ศิวะ) เป็นผู้ทำลายสิ่งตรงกันข้าม และ พระนารายณ์(วิษณุ) เป็นผู้ปราบยุคเข็ญ ทั้งมวล

อินเดีย เป็นผู้อ่านดวงดาว พยากรณ์ จนเกิดวิชาการโหราศาสตร์ คือ ศาสตร์ ว่าด้วยดวงดาว ขั้นมาในโลกใช้กันมาจนปัจจุบันนี้

แต่...ต่อมาเมื่อ 2559 ปีมาแล้ว จึงได้มีเจ้าขายสิทธัตถะ หรือ สิทธารถ อุบัติขึ้น จนได้สถาปนาความเชื่อในรูปแบบกระทำได้ด้วยตนเอง คือ ตื่นรู้และเบิกบาน อันเป็นหลักอันศักดิสิทธิ์ ของ พระพุทธศาสนา นั่นเอง

และ ทุกศาสนา และลัทธิ ต่างๆ ก็มีรากฐานมาจากอินเดียทั้งหมด ผ่าน ภาษาสันสกฤต และ ปาลี เป็นบรรทัดฐาน