Get Adobe Flash player

คนไทยรุ่นใหม่ แล้วคนไทยรุ่นใหม่ ชอบทำงานอะไร? โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

เห็นแปลงเพศกันจัง แถมจัดการประกวดสาวประเภทสองกันกว้างขวาง ขยับขยายไปในนานาประเทศอีกด้วย จนสาว(นะฮ่ะ)ชาวไทยกลายเป็นสินค้าอย่างดีในหมู่คนลักเพศ เรียกหนุ่มนานาชาติเข้าประเทศ กลุ่มที่ชอบสาวประเภทสองก็มีมากเสียด้วย เลยกลายเป็นตัวนำในเชิงค้าขายสร้างรายได้ให้แก่ชาติไปเสียอีก

ผู้ชายจริง ก็เริ่มจะลดลง กลุ่มที่เห็นได้ชัดคือ วันคัดเลือกทหารประจำปี จะเห็นภาพสาวสวย สุดๆ มากจนไม่เคยคาดคิดมาก่อน มาเขาคัดเลือกทหารหาญ ครั้งแรกๆ คนก็สงสัยทำไมในปัจจุบันมีการคัดเลือกผู้หญิงเข้ามาเป็นทหารด้วย แต่เมื่อความจริงได้เปิดเผย ก็ได้รู้ว่า สาวสวยเหล่านั้น ก่อนนี้ได้มาขึ่นทะเบียนทหารตามกฎหมาย เขาเป็นหนุ่มน้อยเต็มพิกัด แต่ช่วงหลังก็ได้ไปผ่าตัดแปลงเพศตามใจชอบ เลยเป็นสาวสวย มีคำถามว่า ถ้าถูกทหารเขาจะทำกันอย่างไร ทางการตอบว่า ก็ต้องฝึกตามกฎเกณฑ์ก่อน หลังจากนั้นก็ให้ไปสังกัดหน่วยงานที่มีสตรีทำงานอยู่ต่อไป โอ้ กรรมจริงๆ (พระเจ้าคงทรงอุทานออกมา)

สาวจริงก็เริ่มลดลง บางส่วนก็แปลเพศ แต่อีกบางส่วนทำการคุมกำเนิดถาวร คือ ไม่ต้องการมีลูก ต้องการแต่สนุกอย่างเดียว แบบนี้ “ความเป็นมารดาโลก” ก็เริ่มจะร่อยหรอ และขาดความศักดิ์สิทธิ์ไปหลายกระบุงเลย ความเชื่อที่เข้มขลังที่เป็นมาแต่อดีตนานหลายพันปี ที่เชื่อมั่นว่า “พ่อและแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก” ก็เริ่มจะลดความขลังลง เพราะหาแม่ยากขึ้น นั่นแหละ

ฝ่ายชายแทบทุกชาติ มีบางส่วน บางกลุ่ม นิยมซื้อตุ๊กตายางสาวสวยเอามาเป็นคู่ ซึ่งมีข่าวว่าเมื่อสมสู่กลับดีกว่าสาวจริงเสียอีก เพราะไม่มี “กลิ่น” ไม่มีจริตจะก้าน ไม่มีเสียงบ่น ตำหนิ ถึงแม้จะ “ล่มปากอ่าว” ก็ไม่รู้สึกอายเหมือนสาวจริง สาวเทียมนี้ บริษัทที่สร้างก็โหมโฆษณาคุณภาพกันกว้างขวางโจ๋งครึ่ม คนก็นิยมจนผลิตแทบไม่ทัน ราคายางพาราบ้านเราที่สูงขึ้น นัยว่าเพราะเอาไปผสมทำสาวเทียมนี่แหละ จริงเท็จไม่รับรอง

ความนิยมของคนไทยรุ่นใหม่อีกอย่างคือ นิยมที่จะเป็นดาราละคร ภาพยนต์ นักแสดงต่างๆ กํบเป็นนักร้อง เห็นจัดกันบ่อยมาก เพื่อคัดเลือกตัวเอ่นที่จะมาเป็นดารา เช่นว่ากัน เป็นงานใหญ่มากทุกงาน โดยลืมนึกไปว่าความเป็นดารานักแสดง และนักร้องไม่จีรังค์หร่อก จะโดดเด่นยึ่นนานก็เฉพาะคนบางคนเท่านั้น หลังจากหลุดจากความเป็นดาราแล้วก็จะพบแต่ความลำบากในการครองชีพ จนดาราสาวบางคนต้องหันไปแสดงหนังเอ็กซ์ เพื่อความอยู่รอด มีข่าวออกจะบ่อยไป

นวัตกรรมอีกอย่างที่ครองใจคนไทย ไม่เว้น แม่แต่ในวงการสงฆ์ คือ โทรศัพท์มือถือและโน๊ตบุ๊ค จนเกิดระบบสังคมแบบใหม่ คือ “สังคมก้มหน้า” หันไปทางไหนก็จะเห็นคนก้มมองแต่ของที่อีกมือถืออยู่ แม้แต่ในเวลากินอาหาร เดินไปทำกิจ จนข้ามถนน ก็ไม่มองรถ มีข่าวว่าถูกรถชนตายมาหลาย ๆ รายแล้ว แม้แต่ภิกษุบางรูป ยังนั่งเพ่งเครื่องมีอนี้ ในเวลาสวดมนต์ กลางมวลชนเสียอีก

คนไทยติดยึดกับสิ่งที่เป็นกระแสสังคมได้ง่าย เลยลืมค่าแห่ง “ความเป็นไทยแท้” ที่เป็นมาจากอดีต สร้างชาติให้พวกเราได้เสพสุขกันจนบัดนี้ นอกจากไม่สร้างรากฐานให้ชาติต่อเนื่อง กลับถอนรากเดิมทิ้ง ลอยตัวตามสบายเช่นปัจจุบัน

คนไทยชอบงานเบา งานสบาย งานที่ไม่ต้องรับผิดชอบ ได้เที่ยวเฉี่ยวโฉบ ได้กิน ได้แต่งตัวสวยๆ ไปกรี๊ดกร๊าด กรุยกราย ตามห้าง ตามงานสถานมั่วคนมากๆ

คนรุ่นใหม่ชอบลักษณะนี้ ..... งานเลอะเนื้อ-เลอะตัว ไม่ชอบ งานเปลืองเนื้อ-เปลืองตัวละก็ชอบ!ที่จะเติบโตลักษณะ "หนักเอา-เบาสู้" ก่อร่างสร้างตัวขึ้นไปเหมือน "จอมปลวก" มีน้อย ส่วนมาก มักโตแบบ "โอปปาติกะ"!?คือ จู่ๆ ก็รวยพรวดพราด มีเงินในบัญชีหลายสิบ-หลายร้อยล้าน จนตัวเองก็จำไม่ได้ว่า มันมาจากที่ไหนกันบ้าง?!"สังคมดรามา" เป็นกระแสสังคมใหม่มาแรงในยุคไอทีครองโลก อยากรวย อยากจน อยากได้ อยากโชว์ ชอบ-ไม่ชอบอะไร แค่โพสต์ แค่ไลน์ กระจายไปในโซเชียลมีเดีย เดี๋ยวก็ได้!

คนไทยไม่มีรากเหง้า ไม่มีแก่นยึด มากขึ้นทุกที ในอดีตช่วงเวลา 70 ปี ที่ผ่านมาได้มีพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระภูมิพลมหาราชของโลก ที่ทรงย้ำเตือนและทรงนำชาติอยู่กับร่องกับรอยตลอดมาแต่ปัจจุบัน พระองค์ได้เสด็จสู่สวรรค์แล้ว จะมีพลังใดมาฉุดรั้งชาติไทยให้คงเส้นคงว่าแบบเดิมได้