Get Adobe Flash player

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

คุณสุรินทร์ พฤติการณ์ข้างนอกน่าชื่นชม แต่เขาคือมันสมองของอิสลามที่บ่อนทำลายพุทธ

-ออกกฎหมายฮาลาล-เพื่อนำคนของตน เข้าทำงานในสถานประกอบการ

-คนอิสลามเท่านั้นจึงจะอนุมัติฮาลาล

-จะไม่รับคนพุทธเข้าทำงาน

-อนุมัติการสร้างเมกกะที่ยะลา อิสลามจะเข้ามาอย่างมากมาย เพื่อเปลี่ยนไทยเป็นดารุสลาม

-สุรินทร์เสนอนำอิสลาม ไปขึ้นกับกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย ศาสนาทั่วไปขึ้นอยู่ศึกษาธิการแล้ว.. จนท.รัฐต้องสนับสนุนอืสลามตามคำสั่งมหาดไทย ไม่ทำถือว่าผิด ละศีลอดต้องไปร่วม ออกบวชต้องไปร่วม ไปเมกกะต้องไปส่งและรับ

-สุรินทร์ให้มหาดไทยสนับสนุนการสร้างมัสยิดในทุกจังหวัด ให้ได้จังหวัดละ 3 แห่งจะมีตำแหน่งประธานอิสลามประจำจังหวัดและมีกฎกระทรวงตามมา

-ตำแหน่งประธานอิสลามจังหวัด ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัด เสนออะไรผู้ว่าต้องทำตาม -สุรินทร์เสนอตรวจสอบศาสนาพุทธในทุกองค์กรปัจจุบันตำรวจเข้าตรวจสอบวัดและองค์กรชาวพุทธแล้ว สามารถกล่าวหาได้ตามต้องการ พระที่มีบทบาทจะถูกกำจัด  รายรับ-รายจ่าย ต้องรายงานตัดงบสนับสนุน แต่อิสลามเป็นอิสระ

-สุรินทร์เสนอผ่านวันนอร์ ให้อิสลามต้องคลุมหัวเพื่อแสดงตัวตน ทั้งที่การคลุมหัวไม่มีในบัญญัติอิสลาม

-สุรินทร์เสนอตั้งทีวีอิสลาม ปัจจุบันมี 4 ช่อง กล่าวร้ายศาสนาพุทธ-วิจารณ์ได้ตามอิสระ

หัวหอกคือ อามีน ลอนา -ปัจจุบันพระถูกห้ามแสดงทัศนะเกี่ยวกับศาสนา แต่อิสลามทำได้

-ตอนเป็นเลขาอาเซี่ยน สุรินทร์เสนอตั้งธนาคารอิสลามเป้าหมายเงิน จนท.รัฐต้องจ่ายตรงจากธนาคารอืสลาม และธนาคารอิสลามจะทำหน้าที่เป็นธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะอยู่ใน

อำนาจอิสลาม-มีแต่กษัตริย์ ที่อิสลามยังควบคุมไม่ได้ สุรินทร์หวังทำกรุงเทพเป็นเมืองหลวงอิสลาม จึงประกาศลงผู้ว่ากรุงเทพ มีการย้ายคนมุสลิมเข้าไปในทะเบียนคนกรุงเทพมาก ดำเนินการมา 5 ปีแล้วและเมื่อได้เป็นผู้ว่าจะมีการจัดประชุมผู้นำอิสลามทั่วโลกในกรุงเทพ นั่นคือ จะมีการบูรณะอิสลามครั้งยิ่งใหญ่ในกรุงเทพ  ตอนนี้อาคารรับรองในทำเนียบเป็นแบบอิสลามไปแล้ว

บรรพชนกล่าวว่า พบแขกกับพบงู ให้ตีแขกก่อนบรรพชนเราฉลาด แต่..เราไม่ฉลาดเลย.

ผมอ่านข้อความที่เขาส่งกันในไลน์ออกจะกว้างขวาง  ผมไม่วิจารณ์ว่าดีหรือไม่ดี เด่นหรือ ดับ แต่ผมจะกล่าวถึงเด็กคนนี้ คือ สุรินทร์ ผมได้รู้จักเด็กเด่นสองคนในเวลาเดียวกันตอนที่ผมไปทำงานที่เมืองนครฯ เมื่อ 55 ปี มาแล้ว คนหนึ่งเป็นเด็กหญิงหน้าตาคมคาย ผิดคล้ำ แต่ช่างพูดฉลาดมาก เธอคือ ด.ญ. สุพัตรา มาศดิตถ์ ลูกสาวของพี่สุรินทร์ มาศดิตถ์ ซึ่งขณะนั้นเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์เสียงราษฎร์ ประจำนครศรีธรรมราช ดังมากจนกลายเป็นสัญญลักษณ์ของหนังสือพิมพ์ทางภาคใต้ไปเลย คือ จะหยิบ นสพ. ฉบับไหนๆ ชาวบ้านก็จะเรียกว่า เสียงราษฎร์

อีกคนคือเด็กอิสลามรูปหล่อ รุ่นๆ เดียวกับสุพัตรา เป็นลูกของคนอิสลามเจ้าของร้านเครื่องถมอันมีชื่อ ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อเป็นไทยว่า มนัส พิศสุวรรณ เด็กคนนั้นเขามีชื่ออิสลามว่าอย่างไร ผมจำไม่ได้ แตตอนนั้นได้เปลี่ยนชื่อเป็น สุรินทร์ แล้ว ชื่อนี้ก็มีที่มาว่า พี่สุรินทร์ มาศดิตถุ์ เป็นคนที่มีความารู้เพียง มํธยม 3 เท่านั้น แต่เก่งไปเสียทุกอย่างมี่ความรอบรู้กว้างขวาง ทั่งพี่สุรินทร์ได้อธิบายว่า คำว่า “สุรินทร์” มาจากคำศัพท์สองตัวคือ สุระ แปลว่ากล้าหาญ อินทร์ แปลว่า ยิ่งใหญ่ เมื่อมาสนธิคำกันเป็นสุรินทร์ จึงแปลว่า ผู้กล้าหาญที่ยิ่งใหญ่ ภรรยาพี่มนัส จึงชอบชื่อนี้ ขอจากพี่สุรินทร์มาตั้งชื่อไทยให้ลูกหวังให้เก่งกล้าเหมือนเจ้าของฃื่อเดิม

มีเกร็ดสำคัญของพี่สุรินทร์อยู่สองอย่าง คือ ขณะที่เป็นรัฐมนตรีร่วมในรัฐบาลอาจารย์เสนีย์ ปราโมช ในที่ประชุม ครม. ถ้าอาจารย์เสนีย์อยากทราบรายละเอียดในคำวินิจฉัยของศาลฎีกา แทนที่จะถาม รมต. ทึ่จบกฎหมาย ทานกลับถามว่า คุณสุรินทร์ เรื่องนี้มีฎีกาไหม ซึ่งคุณสุรินทร์ก็จะตอบได้ทันทีว่า มีหรือไม่ ถ้ามีก็จะร่ายยาวให้ท่านทราบ มันเป็นเรื่องแปลก เพราะแกมีความรู้เพียง ม. 3 เท่านั้น อีกเรื่องคือ ตอนเล่นการเมืองครั้งแรก คุณสุรินทร์มีที่ดินสวนผลไม้ 88 ไร่ ที่ ตำบลพรหมโลก และอีก 4 ไร่ อยู่หัวอิฐเขตเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช  ทีสองแปลงราคายุคนั้นก็หลายล้าน ปรากฎว่าหายหมดจากการเล่นการเมือง แทนที่จะรวยเหมือนคนอื่น จนเป็นเหตุทะเลาะกับภรรยาจนต้องแยกบ้านกันอยู่

เรื่องของเด็กคู่นี้ ผมรู้เพียงผ่านๆ อาจจะไม่ละเอียดพอก็ได้ เพราะเป็นการเล่าสู่กันเล่นๆ

เด็กชายหญิงคู่นี้ เรียนหนังสือเก่ง ทำกิจกรรมอะไรๆ ก็เด่น และเป็นคนดีของ “ศรีเมืองนคร” โดยแท้ แต่เพราะเข้าวงการเมือง ชีวิตที่ดีก็ต้องถูกการเมืองเล่นงานเสียยับเยิน ทั้งคู่ ก็เป็นหน้าที่ของท่านทุกคนพิจารณาความจริง ที่ จริงๆ ด้วยเหตุผลอันเหมาะสมด้วย

ในกรณีมีผู้กลัวเรื่องศาสนาพุทธถูกกลืนกิน ผมไม่กลัวหรอก ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟฉันใด พุทธศาสนาก็ไม่กลัวนิกายใดๆ ในโลกฉันนั้น เพียงแต่ “จ้าวกู” ที่นุ่งห่มเหลือง จงพึงปฏิบัติให้ตรงตามพระธรรมวินัยของพระพุทธองค์ให้มั่นคงเถิด อย่าเป็นพระอลัชชี ไสยศาสตร์ เวทมนต์คาถา สะสมทรัพย์สินจนเป็นอาเสี่ยใหญ่ เป็นเจ้าพ่อตั้งแก๊งสู้บ้านเมือง อะไรเทือกนี้เท่านั้น.