Get Adobe Flash player

บทความจาก โลกโซเชียลฯ ปัญหาขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดย..กิตติธัช ชัยประสิทธิ์

Font Size:

นายกิตติธัช ชัยประสิทธิ์ อาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Kittitouch Chaiprasith ระบุว่า

1.คำแถลงการณ์ Balfour สัญญาระหว่างเจ้าอาณานิคมอังกฤษกับนายทุนยิวแห่งตระกูล Rothschild-ปัญหาขัดแย้งในตะวันออกกลาง เริ่มต้นจากอังกฤษซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมเข้าไปยึดครองประเทศในตะวันออกกลาง ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 (1914)นอกจากขูดรีดภาษีจากตะวันออกกลาง และเข้าไปยึดครองสัมปทานน้ำมันในภูมิภาค-มรดกบาป ที่อังกฤษทำไว้ครั้งใหญ่ คือประกาศคำแถลงการณ์ Balfour (1917) ซึ่งนาย Arthur Balfour รมต.ต่างประเทศอังกฤษ เวลานั้น ส่งถึงผู้นำชุมชน-คือท่านลอร์ดแห่งตระกูล Rothschild ถึงสัญญาที่จะตั้ง "รัฐอิสราเอล" โดยอนุญาตให้ชาวยิวและยุโรปที่สืบเชื้อสายจากชาวยิว สามารถไปตั้งถิ่นฐานในดินแดนอาณานิคม

(หมายเหตุ: ตระกูล Rothschild เป็นตระกูลนายธนาคารใหญ่ของยุโรปที่ทรงอิทธิพลมาก คุมระบบการเงินในทวีป โดยมีสาขาตระกูลในอังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส ออสเตรีย และ อิตาลี)

-ในแถลงการณ์ ใช้คำว่า #Zionist หมายถึงชาวยิวหรือผู้มีสายตระกูลเป็นยิว ที่เชื่อว่าการกลับไปตั้งถิ่นฐานและสร้างรัฐในตะวันออกกลาง ณ เมืองเยรูซาเลมคือ "พันธกิจ" ที่พวกเขาต้องกระทำ เนื่องจากเป็นดินแดนที่พระผู้เป็นเจ้ามอบให้พวกเขาไว้ครอบครอง (ตามคัมภีร์ Torah หรือพระธรรมเก่าของคริสต์และบทแรกๆ ของอัลกุรอาน)

2.Semitic พงศ์พันธุ์ในตะวันออกกลางในเวลานั้น ดินแนปาเลสไตน์มีผู้อาศัยอยู่ และผู้อาศัยอยู่นั้น ไม่ได้เป็นคนต่างถิ่นที่เพิ่งอพยพมาประการใดเดิมในภูมิภาคตะวันออกกลางนั้น มีผู้อยู่อาศัยหลากหลายพงศ์พันธุ์ ในทางมนุษยวิทยาเรียกคนเหล่านี้ว่า "ชาว Semitic"หมายถึงกลุ่มคนที่สืบเชื้อสายอยู่ในดินแดนนั้นตั้งแต่สมัยเมโซโปเตเมีย ไม่ว่าจะเป็นบาบิโลเนียน อัสซีเรียน อานาอัน ฟีนิเชียน อิสราเอล ฯ

-คนทั้งหมดในกลุ่มชาติพันธุ์นี้เกี่ยวดองกัน ทั้งเรื่องของเชื้อสาย ภาษา ตลอดจนศาสนา ชาติพันธุ์ เหล่านี้เรียกจิตวิญญาณสูงสุดหรือพระผู้เป็นเจ้าว่า "El" (เอล) คำว่า El ปรากฏในหลายเชื้อสายแถบนี้ คำว่า El นี้เป็นที่มาของ Elohim คำเรียกพระผู้เป็นเจ้าในคัมภีร์ ที่ "โมเสส" เขียนไปถึง Allah ในภาษาอาหรับซึ่งเป็นการผสมคำระหว่าง al-ilah(al = the)ไม่ว่า Elohim ElohaElahaAlaha Allah ฯ ล้วนมีรากศัพท์มาจาก El ที่นำไปผสมคำแปลงรูปเป็นMusculine/ Feminine form รวมถึงแปลงเอกพจน์เป็นพหูพจน์สลับไปมา-พงศ์พันธุ์ Semitic อาศัยกระจายอยู่แถบตะวันออกกลางไปจนถึงแอฟริกาตอนบนแถบลิเบียและแอลจีเรีย (ในปัจจุบัน) ซึ่งนั้นคือ สาเหตุที่ทำไมคน Algeria อย่างซีดาน หรือคนลิเบีย อย่างกัดดาฟี ไม่ได้เป็นคนผิวดำแต่เป็นการผสมระหว่างพวก Semitic กับคนผิวดำที่อยู่ถัดลงไปด้านล่างของทวีป

3.ประวัติศาสตร์ดินแดนตะวันออกกลาง

.3-*-ดินแดนแห่งนี้ มีผู้ครอบครองสลับไปมา เช่นเดียวกับดินแดนอื่นๆ ทั่วโลก อาณาจักรไหนแข็งแกร่ง ก็ขึ้นมาปกครองแต่ละช่วงเวลา มีช่วงหนึ่งที่เผ่าพันธุ์ย่อยที่เรียกว่า "อิสราเอล" ซึ่งสืบสายจากลูกของ "อับราฮัม" กับ "นางซาราย์" ได้ปกครองดินแดนนี้ แต่ก็ไม่ได้ครอบครองไว้ตลอดเวลา บางช่วงอาณาจักรก็ล่ม เพราะมีเครือญาติที่เป็นผู้ปกครองแข็งกว่ารบชนะและกวาดต้อนผู้คน ไปเป็นแรงงานก็มีพวกอิสราเอลอยู่เมื่อประมาณ 1,000 ปีก่อนคริสตกาล ปกครองได้สักสองร้อยกว่าปี อาณาจักรก็ล่มสลายดินแดนถูกปกครองโดยอัสซีเรีย บาบิโลน เปอร์เซีย มาเซโดเนีย (ไล่ไปตามลำดับ) อยู่ถึง 600 ปี หลังจากนั้น "อาณาจักรอิสราเอล" ก็ได้กำเนิดใหม่อีกครั้ง-โดยตั้งขึ้นใหม่ราวร้อยกว่าปี "ก่อนคริสตกาล" อยู่ได้ราวๆ ร้อยปี ก็โดนโรมันยึดและปกครองยาวถึง 400 กว่าปี ก่อนที่อาณาจักรโรมันตะวันตกล่ม (แยกเป็นตะวันออก-ตะวันตก)อาณาจักร "โรมันตะวันออก" เปลี่ยนชื่อมาเป็น "อาณาจักรไบแซนไทน์" แทนและครอบครองอยู่ราวสามร้อยปี ก่อนที่กำเนิดอาณาจักรอิสลาม (ซึ่งพัฒนามาจากความเชื่อในท้องถิ่น) และปกครองดินแดนมายาวนานเป็นพันปี จนถึงอาณาจักรออตโตมัน ที่แพ้ให้อังกฤษ และกลายมาเป็นดินแดนภายใต้อาณานิคม

ก่อนที่อังกฤษจะประกาศให้ชาวยิว ที่อาศัยในยุโรปอพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐาน โดยเริ่มค่อยๆ ไล่ที่ และยึดครองดินแดนของคนท้องถิ่น ซึ่งมีทั้งยิว คริสต์ อิสลาม อยู่ร่วมกันมาก่อน ไล่ไปเรื่อยๆ ทำให้เหลือเพียงแค่พื้นที่ของชาวยิวเท่านั้น ส่วนค-*/889**/นอื่น ก็โดนถีบหัวออกไปอยู่ในพื้นที่รอบข้างเรื่อยๆ

4.การบิดเบือนคำว่า "ปาเลสไตน์" และแบ่งแยกผู้คนออกจากความจริง

-ในอดีตคำว่า "ปาเลสไตน์" ไม่ได้หมายถึงเชื้อชาติหรือพงศ์พันธุ์ที่แยกตัวออกจากยิวต้นศัพท์คำว่า "ปาเลสไตน์" พบได้ตั้งแต่ยุคอียิปต์ ก่อนอิสราเอลปกครองดินแดนแห่งนั้นเป็นครั้งแรกเสียอีก และหลังจาก "อาณาจักรอิสราเอล" ล่มไป พวกบาบิโลน อัสซีเรียน กรีก มาซิโดเนียนที่มาปกครอง ก็ล้วนแต่เรียกดินแดนแห่งนี้ว่า "ปาเลสไตน์" (แต่เป็นคำออกเสียงโบราณ)-เพราะปาเลสไตน์ในที่นี้ หมายถึงดินแดน ดังนั้น ไม่ว่าคนที่มาครอบครองจะเป็นเผ่าใด ก็ถือเป็นพวกอาศัยอยู่ในแถบปาเลสไตน์ (มองจากคนนอกดินแดนเข้ามา) ทั้งสิ้น. ก่อนที่ยิวอพยพจากยุโรปจะเข้ามา แถบนี้ก็มีชาวยิวพื้นถิ่นอาศัยอยู่ดั้งเดิมแล้ว ชาวยิวพวกนั้น ถูกเรียกว่า "ยิวปาเลสไตน์" (Palestinisn Jew) คือคนปาเลสไตน์ที่นับถือ "ศาสนายูดาย" ไม่ต่างจากคนคริสต์ปาเลสไตน์ มุสลิมปาเลสไตน์ ฯลฯ-แต่เมื่อยิวยุโรปเริ่มอพยพและยึดดินแดน ยิว Zionist พวกนี้ก็เริ่ม "แบ่งแยก" ผู้คนออก โดยบอกว่าตนเองนั้น "ไม่ใช่ชาวปาเลสไตน์" (ก็แน่นอนละ ในเมื่อพวกตัวเองอพยพมาทีหลัง) โดยไม่สนว่าปาเลสไตน์จะเป็นยิวหรือไม่ โดยแบ่ง "ถ้าคุณเป็นปาเลสไตน์ คุณไม่ใช่ยิว" "ถ้าคุณเป็นยิว คุณก็ไม่ใช่ปาเลสไตน์" ด้วย!!