Get Adobe Flash player

ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

คุยเรื่อง "ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช" ไปหลายวันก่อน ทำให้เจอ "ตัวจริง-เสียงจริง" ทีเดียว ๒ รายซ้อนรายแรก "นางสาวพุทธพร ธรรมาธิกุล" ผู้บุตร รายที่สอง "พล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล" ผู้บิดา ผู้บุตรส่ง "จดหมายชี้แจง" ทางอีเมล์ แต่นานๆ ครั้ง ผมถึงเปิดอ่าน เพราะไม่สะดวกเหมือนก่อน จึงไม่ได้ตอบรับผู้บิดา ส่งเอกสาร-หลักฐานมาวานซืน ประเด็นเรื่องเดียวกัน แต่มีรายละเอียดมากกว่า

ก็ขออนุญาตใช้ฉบับบิดาชี้แจงรวมไปทีเดียวกันแต่เรียนให้ทราบก่อน เพื่อประหยัดเนื้อที่ ผมตัดข้อ "อ้างถึง" ออกไป และตรงไหนหมิ่นเหม่ต่อการตกเป็นจำเลย ขออนุญาตตัดด้วย

๒๐๒ ซ.อมรพันธ์ ๙ ซอย ๘/๘ เสนานิคม ๑พหลโยธิน เขตลาดพร้าว กทม. ๑๐๒๓๐

๑๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๐

เรียน ท่านผู้อ่านที่นับถือ ทุกท่าน

ผมคือ "พ.ต.อ.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล" ปัจจุบันเป็นตำรวจแก่คนหนึ่ง ที่ว่าเอาอยู่หรือเอาไม่อยู่ไม่ขอออกความเห็น ขอให้ถามชาวนครศรีธรรมราชดูว่า ที่เคยเดือดร้อนนอนตาไม่หลับทุกวันนี้ อยู่เย็นเป็นสุขเพราะใคร

ผมดีใจที่คุณเปลว สีเงิน รื้อฟื้นเรื่องราวเมื่อ ๓๐ ปีก่อน มาเล่าให้รู้กันว่า "ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช" ยังคง "เหนือฟ้า-เหนือดิน" อยู่เสมอ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๐ นายปวิช อินรินทร์ ร่วมกับชาวนครศรีฯ ที่ไม่เคยเห็นด้วยกับการบูรณะศาลหลักเมือง ยื่นหนังสือคัดค้านขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้หยุดการบูรณะทันที

จะว่าเป็นเหตุบังเอิญหรือว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติก็สุดแล้วแต่ เกิดพระอาทิตย์ทรงกลด ๒ ชั้นขึ้นกลางฟ้า ไม่ค่อยจะมีใครเคยเห็นมาก่อน หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันศุกร์ที่ ๓๐ มิถุนายน ตีพิมพ์ภาพทรงกลดเจิดจ้าให้คนทั้งประเทศได้เห็น

ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งพระราหูย้ายราศี เกิดลมพายุพัดเต็นท์พิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองพังระเนนระนาด เกิดงุนงงสงสัยกันว่า การบูรณะคือทำให้ดีขึ้น ทำไมทำพิธีบวงสรวงแล้วยังมีปัญหา

ถ้าคุณเปลวอ่านหนังสือ "ความจริงความลับที่ไม่เคยมีใครรู้เรื่องจตุคามรามเทพ" ปกสีดำที่ผมมอบให้ "คุณสนธิ ลิ้มทองกุล" จัดพิมพ์ที่สำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๐

นับจากนั้นเป็นต้นมา ขบวนการสร้าง "พระจตุคามรามเทพปลอม" เจ๊งไม่มีเหลือ

พวกเซียนพระที่เคยหลอกลวงว่า "พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช" ศิษย์เอกสำนักตักศิลา ไสยเวทวัดเขาอ้อ เป็นผู้สร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราชและ "พระจตุคามรามเทพ" ตาสว่าง

รู้ความจริงว่า ผมเป็นผู้ออกแบบและเป็นผู้สร้าง "วัตถุมงคลหลักเมืองนครศรีธรรมราช" จำนวน ๓๕ รายการ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้จดสิทธิบัตรไว้ ใครทำปลอมหลอกลวงประชาชน ผมแจ้งจับทุกราย

ไม่เว้นสมภารสำนักตักศิลา.....ลูกชายขุน.....๒ คน สมภารวัดช้าง....หลวงพ่อวัดโส...หลวงพ่อวัดไร่....และอีกมากมาย ถูกแจ้งจับดำเนินคดี เพื่อไม่ให้หลอกประชาชน

ถ้าสารภาพผิด ยอมรับว่าพระเครื่องพระบูชาเป็นอุเทสิกเจดีย์ในพระพุทธศาสนา สร้างขึ้นอุทิศถวายพระพุทธเจ้า ไม่ใช่ของศักดิ์สิทธิ์ ผมถอนฟ้องให้ พวกเซียนพระหากินไม่ได้ จึงบิดเบือนให้ผู้คนไขว้เขวต่อต้านผม

แต่ถ้าคุณเปลวไปในพิธีเททองหล่อพระนาคปรก ๗ เศียร ต่ออายุให้คุณสนธิ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เห็นพระอาทิตย์ ๒ ดวงวิ่งเข้าหากัน ทุกคนถ่ายภาพมหัศจรรย์บนท้องฟ้าไว้เป็นหลักฐาน

ใครจะเชื่อว่ารถยนต์คุณสนธิ ถูกยิงถล่มด้วยอาวุธสงครามนานาชนิดกลางเมืองหลวง แต่ไม่มีใครตาย "ไทยโพสต์" ฉบับเดียว ถ่ายภาพพระผงจตุคามรามเทพ สีขาว-แดง-ดำ ที่คุณสนธิห้อยคออยู่ ทำให้รู้ว่าเรื่องทั้งหลายไม่ได้เกี่ยวกับ "พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช" แต่อย่างใดเลย

ผมเรียนเชิญ "พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช" ในฐานะผู้อาวุโสชาวนครศรีธรรมราช เป็น "ประธานกิตติมศักดิ์" ในการสร้างหลักเมือง ส่วนการแกะสลักเสาหลักเมืองและการสร้างวัตถุมงคล ทำที่บ้านผมในโรงพัก นานๆ ครั้ง เมื่อถึงคราวทำพิธี ผมจึงเชิญท่านไปช่วยเชิญเทวดา หรือถวายสังฆทานการสร้างหลักเมืองเป็นความลับของแผ่นดิน ไม่แพร่งพรายให้คนภายนอกที่ไม่ใช่เชื้อสายล่วงรู้ ผมยืนยันว่าไม่ใช่พิธีพราหมณ์ ไม่ใช่เวทมนตร์คาถาอาคมขลัง ตามที่เข้าใจกันมาแต่เป็นความรู้ในวิชาวิทยาศาสตร์จิตวิญญาณ เช่นเดียวกับวิชาวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ ซึ่ง "พระพุทธเจ้า" ทรงยอมรับ เรียกว่า "คันธารีวิชา" เล่าเรียนในกรุงศรีวิชัย ศูนย์กลางพุทธจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ในน่านน้ำทะเลใต้ ก่อนจะล่มสลายกลายมาเป็นประเทศสยามพิธีกรรมตามที่คุณเปลวนำมาเขียน เป็นแต่เพียงส่วนหนึ่งที่ "จตุคามรามเทพ" ผู้สถาปนาจักรวรรดิสุวรรณภูมิ อนุญาตให้ผมเผยแพร่ให้ลูกหลานรู้ พอเป็นแนวทางว่า บรรพบุรุษชาวศรีวิชัยใช้วิทยาการเหล่านี้ สร้างจักรวรรดิให้มีอำนาจยิ่งใหญ่ ยั่งยืน ยาวนานกว่า ๖๐๐ ปี ยิ่งกว่าอาณาจักรใดในสุวรรณภูมิความจริงความลับที่ไม่เคยมีใครรู้ นำมาเปิดเผยอีกครั้งหนึ่ง เมื่อ "ป๋าเปรม" กำลังจะถูกโค่นล้ม ไม่รู้หันหน้าไปพึ่งใคร "จตุคามรามเทพ" นี่แหละช่วยทำพิธี "ดับสุริยา"บังเอิญในวันที่ "พลเอกอาทิตย์" ไปเป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬากองทัพบก ที่นครศรีฯ รัฐบาลไม่ต่ออายุ "ผู้บัญชาการทหารบก" ภายหลังจากพระอาทิตย์ตกดินที่นครศรีฯ แล้ว ทำให้ต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ

ป๋าเปรม "บิดา-มารดา" เป็นชาวจังหวัดนครศรีฯ ผมจึงได้เรียนเชิญท่านไปรับมอบเสาหลักเมืองขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" เพื่อทรงเจิมและทรงพระสุหร่าย"ป๋าเปรม" ช่วยเหลือสร้างศาลหลักเมืองนครศรีฯ เสร็จทันเฉลิมพระเกียรติ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ในพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ

"สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร" เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปทรงทำพิธีเปิดศาลหลักเมือง ทรงพระกรุณาห่มผ้าแพรเสาหลักเมือง ทรงเจิมและทรงปิดทอง "ปลียอดชัยศาลหลักเมือง" เสร็จสิ้นใน พ.ศ.๒๕๔๓

ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช เป็นศาลหลักเมืองที่ชาวนครศรีฯ ร่วมกันสร้างขึ้น ด้วยศิลปะสถาปัตยกรรมศรีวิชัยให้งดงามที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยเงินของชาวบ้าน ไม่ได้ใช้เงินงบประมาณของแผ่นดินแม้แต่บาทเดียวเป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดิน ซึ่ง "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ๒ พระองค์ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ รับไว้ใต้เบื้องพระยุคลบาทบรมโพธิสมภาร ชาวนครศรีฯ เคารพเทิดทูนไว้เหนือเกล้าฯ ผู้ใดจะล่วงละเมิดมิได้

การบูรณะปรับปรุงศาลหลักเมืองที่กำลังมีปัญหาอยู่ขณะนี้ ผมจะไม่กล่าวถึง เพราะว่านายปวิช อินรินทร์ ได้ร้องเรียนต่อผู้ว่าฯ นายสายัณห์ ยุติธรรม ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ศาลรับฟ้องไว้แล้ว สั่งให้ผู้ว่าฯ และนายกเทศมนตรี ส่งเอกสารชี้แจงโครงการบูรณะศาลหลักเมืองให้ทราบภายใน ๑๕ วันนายปวิชและนายสายัณห์เกรงไม่ได้รับความเป็นธรรม ขอให้ผมทำหนังสือร้องเรียนต่อ "ปลัดกระทรวงมหาดไทย" และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอให้สอบสวนอีกทางหนึ่ง เพราะสงสัยผู้ว่าฯ และนายกเทศมนตรีได้....จากคิงเพาเวอร์ จึงปฏิบัติหน้าที่และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้ศาลหลักเมืองได้รับความเสียหาย อีกไม่นานคงรู้ผลปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนบูรณะศาลหลักเมือง ที่คนทั่วไปไม่รู้คือ "เจ้าคุณ....." ได้จัดสร้าง "เหรียญพระปิดตาพังพะกาฬรุ่นธงชัย" และ "ผ้ายันต์ธงชัยนวหรคุณ" นำไปทำพิธีปลุกเสกใหญ่บนศาลหลักเมืองต่อมาสร้าง "เหรียญพระปิดตาพังพะกาฬ พระนารายณ์ทรงครุฑประทับบนพระราหู รุ่น รวย รวย รวย" นำไปปลุกบนศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชอีกครั้งหนึ่ง ถือเป็นการกระทำมิบังควร ลบหลู่ปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดิน "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ๒ พระองค์ทรงรับไว้ใต้เบื้องพระยุคลบาท โดยไม่ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต...ฯลฯ...กระทำผิดกฎหมายละเมิดสิทธิบัตรโดยการทำซ้ำ "เหรียญพระปิดตาพังพะกาฬ พ.ศ.๒๕๓๐" ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้จดสิทธิบัตรให้ผม ตามเลขคำขอที่ ๐๕๘๔๗๘ ทะเบียนข้อมูลที่ ศ.๑๘๕๖ การสร้างเหรียญพระปิดตาพังพะกาฬ พระนารายณ์ทรงครุฑประทับบนพระราหู รุ่น รวย รวย รวย เป็นการละเมิดสิทธิบัตรโดยการดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาต การละเมิดสิทธิบัตร คือการลักทรัพย์...ฯลฯ...

ผมได้ร้องเรียนไปยัง "มหาเถรสมาคม" ตามหนังสือที่แนบมาท้ายนี้อาจช่วยให้คุณเปลวเข้าใจว่า เหตุใด "นายวิชัย ศรีวัฒนประภา" แห่งคิงเพาเวอร์จึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับการบูรณะศาลหลักเมือง ทำเสาค้ำยันตามพิธีทางไสยศาสตร์ตามคำแนะนำของใคร ทำไมชาวนครศรีธรรมราช จึงร้องเรียนให้หยุดบูรณะ แต่ผู้ว่าฯ และนายกเทศมนตรี สนับสนุนให้ทำไปจนเสร็จสิ้น ชาวบ้านสงสัยว่า อาจได้...จากเจ้าสัว

บังเอิญ "อสุรินทราหู" เจ้าแห่งธาตุลม สำแดงเดช พัดเต็นท์ในพิธีพังราบ เสมือนลางอาเพศบอกให้รู้ ใครบังอาจลบหลู่ต้องวิบัติ"พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท" ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๘ เหยื่อพระราหู รายแรก ถูกย้ายเข้ากรุ ถูกสอบสวนเรื่องซื้อขายตำแหน่ง "นายเชาวน์วัศ" นายกเทศมนตรี เหยื่อรายที่สอง ถูกสังหารด้วยมาตรา ๔๔ "พล.ต.ต.........." มีข่าวว่านายให้ไปเก็บ...........มีอนาคตสดใส ทำไปทำมา สังคมเรียกร้องให้ปฏิรูปตำรวจ นายโกรธ เดือดร้อน นอนตาไม่หลับ แอบไปขอให้ศาลหลักเมืองช่วย แต่โชคร้ายถูกคนเฝ้าศาลต้มตุ๋นว่าเป็นร่างทรงจตุคามรามเทพ ไม่รู้ว่าทำพิธีให้เฮงหรือว่าให้ซวยกันแน่

แต่ผมว่าเรื่องเงินทอนศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ต้องมีคนถูกสอบสวน ถูกดำเนินคดี หรือติดคุก ถ้าไม่อย่างนั้นถือว่าหลักเมืองไม่ศักดิ์สิทธิ์จริงผมจึงส่งข้อมูลที่มีอยู่มาให้คุณเปลว จะได้หายสงสัยว่า บูรณะให้ดีขึ้นแล้วทำไมกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตบานปลายทำท่าว่าจะไม่จบง่ายๆ

ขอแสดงความนับถือ

(พลตำรวจโทสรรเพชญ ธรรมาธิกุล)

ประธานสร้างเทวาลัยจตุคามรามเทพ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

หรือถึงวาระ "องค์จตุคามรามเทพ" ณ เหนือฟ้า เสด็จลงมาอภิบาล ณ เหนือดิน อีกครั้ง? (ที่มา เปลว สีเงิน นสพ.ไทยโพสต์)