Get Adobe Flash player

แม่ๆ..ที่เคยพบเห็น โดย ป. ปัญญาชน

Font Size:

                วันเวลาผ่านไปรวดเร็วมากเหลือเชื่อ ทั้งๆที่ความจริงมันไม่ได้เดินเร็วหรือช้าอย่างที่เราคิดและรู้สึกแต่ประการใด มันทำหน้าที่ของมันอย่างสัตย์ซื่อ ไม่เคยรอหรือลังเลให้ กับใครในโลกนี้ ยอมรับว่า เวลายุติธรรมที่สุด แต่ละคนมีเวลา 24 ชั่วโมงต่อวันเท่ากันหมด ไม่ว่าจะมีหรือจน จะยิ่งใหญ่คับฟ้า หรือตัวเล็กน้อยขนาดไหน....

                ทุกปีวันอาทิตย์ที่สองของเดือนพฤษภาคมในสหรัฐอเมริกา ตรงกับวันแม่แห่งชาติ ปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2014 สื่อต่างๆพากันประโคมข่าว ส่วนมากเป็นการโฆษณาขายสินค้าเพื่อเป็นของขวัญวันแม่                 ทั้งๆเป็นวันที่ให้เราระลึกถึงคุณงามความดีของแม่ ไม่ใช่เพียงส่งแค่ของขวัญหรือดอกไม้ให้เพียงวันนี้วันเดียวก็พอ... ทุกวันน่าจะเป็นวันแม่ !

                ตามประวัติ จำได้ว่าคนที่ริเริ่มวันแม่แห่งชาติโดย แอนนา จาร์วิส (Anna Jarvis) ในปี ค.ศ.1908 ต่อมากลายเป็น วันแม่แห่งชาติ ของสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ ในปี 1914 โดยถือเอาวันอาทิตย์ที่สองของเดือน พฤษภาคมของทุกปี

                เรื่องราวความยิ่งใหญ่และบุญคุณแม่นั้น เอากระดาษมาเขียนให้ยืดยาวขนาดรอบโลกกี่รอบก็ไม่สามารถเขียนได้หมด พูดได้เพียงสั้นๆว่า ความรักและบุญคุณแม่นั้น ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะเขียนหรือจะพูดได้ ไม่ว่าจะเป็นภาษาใดหรือวิธีใดก็ตาม...

                คริสตัล หญิงร่างท้วมผิวสีดำแดงชาวเม็กซิกันกำลังหั่นเนื้อบนโต๊ะยาวที่ปูด้วยเขียงพลาสติกสีขาวร่วมกับเพื่อนร่วมงานอีกหลายคน ยืนเป็นแถวรายรอบโต๊ะนั้นอย่างรวดเร็วแม่นยำเนื่องจากมีประสบการณ์ทำงานกับโรงงานทำอาหารสำเร็จรูปนี้มานานหลายปี

                ทันใดนั้นก็มีเสียงหัวหน้าแผนกหั่นเนื้อเข้ามากระซิบว่า "มีคนโทรศัพท์มาหา ให้ไปรับโทรศัพท์ที่ห้องทำงานพนักบัญชีด่วน" เธอหันมาถามด้วยความสงสัย

                "ใครกันนะ โทร.มา แหมกำลังทำงานอยู่ เดี๋ยวก็โดนเจ้านายไล่ออก" แอนเพื่อนร่วมงานที่ยืนทำงานอยู่โต๊ะเดียวกันกล่าวปลอบใจ

                "มันต้องมีเรื่องสำคัญมากน่ะ ไม่งั้นเจ้านายคงไม่ให้ไปพูดหรอก..เชื่อเหอะ" คริสตัลรีบผละจากโต๊ะหั่นเนื้อเดินไปล้างมือ แล้วเดินออกจากห้องนั้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ลืมถอดเสื้อคลุมสีขาวชุดทำงานและหมวกออกแขวนไว้หน้าปฏิบัติการแล้วเดินไปห้องบัญชีทันที

                หลังจากพูดคุยโทรศัพท์ได้พักเดียว เธอถึงกับทำหน้าตกอกตกใจ เมื่อเจ้าของโรงงานถามว่า "มีเรื่องอะไรสำคัญถึงได้โทร.มาตอนทำงาน" เธอไม่พูด เดินก้มหน้าถอยห่างออกมา

                หัวหน้าแผนกหั่นเนื้อพยายามถามไถ่จนได้ความว่า ตำรวจไปที่บ้านของเธอเพราะลูกคนโตอายุราวสิบกว่าปีถูกตำรวจจับโทษฐานชกต่อยกับเพื่อนบ้าน ความจริงเธอมีลูกสามคนเป็นชายทั้งสาม คนโตอายุ 14 ปี กำลังเข้าสู่วัยติดเพื่อนและมักมีเรื่องมีราวกับเพื่อนๆเสมอ ส่วนอีกสองคนไล่ เลี่ยตามกันมา ส่วนสามีก็ทิ้งไปมีเมียใหม่

                เมื่อทุกคนทราบเรื่องแล้ว ต่างก็ให้ความเห็นใจและสงสารเธอเป็นอย่างมาก สรุปแล้วเธอคนเดียว เป็นแม่คนเดียวที่ทำงานเลี้ยงลูกอีกสามคน...มันไม่ง่ายเลย แต่..ด้วยหัวใจของแม่ที่ไม่ยอมงอมืองอเท้าขอความช่วยเหลือจากใคร เธอคงก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างอดทน เลี้ยงครอบครัวตามมีตามเกิดเรื่อยมาหลายปีมาแล้ว

                เนื่องจากเจ้าของโรงงานเป็นคนจีน ซึ่งดูแลคนงานทั้งหมดเหมือนครอบครัว ดังนั้นเธอจึงได้รับความช่วยเหลือด้านการเงินและทนายของโรงงานจนสามารถนำลูกออกจากการถูกตำรวจจับไปยังสถานพินิจ หรือสถานที่ควบคุมเยาวชนผู้กระทำความผิดชั่วคราว ได้ในเวลาไม่นานนัก

                เรื่องนี้ทำให้คริสตัลรู้สึกขอบคุณเจ้านายอย่างยิ่ง และรวมไปถึงเพื่อนร่วมงานทุกคนที่ต่างก็ให้ความช่วยเหลือไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ซึ่งเธอทราบซึ้งถึงกับน้ำตาไหลอาบแก้ม

                ความจริงการทำงานหน้าหั่นเนื้อนั้นอย่างเดียวคงไม่เพียงพอสำหรับเลี้ยงดูทั้งครอบครัวได้ แต่เธอโชคดีที่เจ้านายเลี้ยงอาหารสามมื้อให้กับลูกจ้างทุกคน ซึ่งรวมทั้งหมดสิบกว่าคน ทำให้สามารถประหยัดเงินไปได้บ้าง อีกอย่างเวลาขาดเหลือก็สามารถเบิกล่วงหน้าได้ง่ายดายในแต่ละอาทิตย์ บางครั้งเจ้าของก็ให้นำเอาเนื้อวัวเนื้อไก่สดที่โรงงานห่อไปฝากเลี้ยงลูกที่บ้านอีกด้วย

                หลังจากนั้นเธอได้กลับมาทำงานในตำแหน่งเดิมอีกครั้งหลังจากต้องเสียเวลาในการดูแลและเดินเรื่องนำลูกออกจากเรื่องดังกล่าวไปหลายอาทิตย์

                จู่ๆก็เกิดเรื่องอีกจนได้ขณะที่เธอกำลังดูเจ้าตัวเล็กอยู่ที่บ้าน เจ้าลูกชายคนโตซึ่งเป็นเด็กเกเรมากติดเพื่อนงอมแงม จนได้เข้าไปอยู่กับแก๊งวัยรุ่นแถวบ้านย่านตะวันออกของเมืองลอสแองเจลิส

วิ่งเข้ามาในบ้านอย่างรวดเร็ว โดยมีตำรวจวิ่งตามหลังมากติดๆ

                เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่ เธอปรี่เข้าไปขวางทางตำรวจ เมื่อเจ้าหน้าที่อีกหลายคนติดตามเข้าไปรวบตัวเจ้าลูกคนโต

                เธอเข้าขวางทางตำรวจอย่างคาดไม่ถึง แถมยังฉุดกระชากลากแขนและคอเสื้อตำรวจเพื่อให้ลูกพ้นจากการถูกจับ ทั้งๆที่เธอก็ไม่รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น

                ในที่สุด คริสตัล ถูกตำรวจจับตัวไปด้วยโทษฐานทำร้ายร่างกายตำรวจ คราวนี้คงแก้ตัวยาก เท่าที่รู้จากเพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็บอกว่า คริสตัลได้ต่อสู้กับตำรวจขัดขวางการจับกุมลูกชายของเธอสุดแรงเกิด ชนิดยอมตายแทนลูกชายเลยทีเดียว

                ผู้จัดการและเพื่อนๆต่างก็เป็นห่วงเป็นใย ไปเยี่ยมหลายครั้งหลายครา โดยไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้มากกว่านั้น นอกจากช่วยกันดูแลลูกๆของเธอโดยนำไปฝากเพื่อนบ้านของคริสตัล             จากนั้นเรื่องราวก็หายเงียบไปหลายปี เท่าที่ทราบได้รับรายงานจากเพื่อนๆร่วมงานว่า คริสตัลพาลูกๆย้ายกลับไปใช้ชีวิตเรียบง่ายในเม็กซิกาหลังจากพ้นโทษ แต่...เธอต้องสูญเสียทุกอย่างที่มีไม่ว่าจะเป็นบ้าน ลูกคนโตที่หายตัวไปก็ไม่ยอมมอบตัวกับตำรวจ

                ...เพราะวันหนึ่งถูกพวกแก๊งซึ่งเป็นคู่อริของลูกชายเข้ามาทำร้ายถึงในบ้าน จนได้รับบาดเจ็บไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่พักใหญ่ ทั้งๆที่บอกพวกเขาว่า ไม่รู้จริงๆว่าลูกคนโตไปอยู่ที่ไหน ไม่ได้ส่งข่าวคราวให้รู้เลยหลังจากวันนั้น แม้แต่โทรศัพท์ก็ไม่เคยโทร.มาหา

                แม่ยอมปกป้องลูกด้วยชีวิต ไม่ว่าจะผิดหรือถูกอย่างไร แม่รักลูกเสมอ ยอมแม้กระทั่งติดคุกติดตารางแทน ถูกทำร้ายอย่างสาหัส..ต้องสูญเสียทุกอย่าง นี่แหละความรักของแม่ ! ...

                เรื่องราวของเด็กสาวอีกรายหนึ่ง เธอชื่อ มาเรีย ตอนมาสมัครงานในโรงงาน ยังเป็นเด็กสาวสวย ผิวขาวรูปร่างสูงโปร่ง ดวงตากลมโต ผมสีบรอนซ์อ่อนยาวสลวยเลยบ่าลงไปพองาม

                เมื่อผู้จัดการโรงงานถามด้วยความสงสัย

                "หน้าตาสวยๆแบบนี้ ทำไมไม่ไปสมัครงานดีๆหรือแสดงหนัง กลับมาสนใจเป็นสาวโรงงาน"

                เธอตอบน่าตาเฉย

                "ชอบทำงานโรงงานมากกว่า ไม่ต้องยุ่งกับคนมากๆ"

                ผู้จัดการนิ่งไปสักครู่

                "แล้วเรื่องค่าจ้างก็ได้ไม่มากนะ รายได้เหมือนคนอื่นๆทั่วไป งานที่พอให้ทำได้ในตอนนี้ก็มีเพียงพนักงานหั่นเนื้อเท่านั้น"

                "ไม่เป็นไรค่ะ มาเรีย ยินดีทำหน้าที่นี้ เพราะมีเพื่อนทำงานอยู่แผนกนี้ด้วย จะได้พูดคุยกันได้ ไม่เหงาและจะได้อาศัยรถกลับบ้านด้วยกันได้ ที่พักอยู่ใกล้กัน"

                จากนั้นมาเรียก็เข้ามาเป็นพนักงานแผนกหั่นเนื้อ เธอทำงานได้ดีพอสมควร ตอนแรกฝึกงานก็ไม่มีปัญหาแต่ประการใด ไม่ว่าจะเป็นการลับมีด หั่นเนื้อ และอื่นๆ สิ่งเดียวที่เธอไม่ชอบเลยก็คือไม่อยากเจออินสเปคเตอร์ เพราะชอบมาจู้จี้จุกจิกกับเธอ เช่น ห้ามทาเล็บ ทาปาก เครื่องสำอาง ผมยาวต้องมัดแล้วยัดไว้ในหมวก ห้ามให้เห็นผมสักเส้นเดียวหล่นลงมาบนโต๊ะหรือข้าวของเครื่องใช้เด็ดขาด....

                เธอเข้ากับคนได้ดีเพราะคุยเก่งเอาใจคนรอบข้าง...นอกจากนี้ยังเป็นคนชอบสนุก ยิ้มแย้มแจ่มใส หัวเราะได้ทั้งวัน ไม่มีความทุกข์กับใคร ขนาดกล้าหยอกล้อกับอินสเปคเตอร์ได้อย่างยอดเยี่ยมซึ่งเป็นที่พอใจกับเจ้าของโรงงานเป็นอย่างยิ่ง เวลาเกิดมีปัญหาเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือโดนคาดโทษจากอินสเปคเตอร์ เธอมักจะถูกจัดให้เป็นคนดูแลและแก้ปัญหาเสมอๆ

                จากนั้นไม่นานมาเรียก็ลาออกจากโรงงานไปทำงานอะไรไม่มีใครรู้ คราวนี้หายไปหลายปีทีเดียว จู่ๆวันหนึ่งมาเรียโผล่เข้ามาพร้อมกับจูงเด็กๆวัยกำลังซนมาสามคนด้วย กัน มาเรียแนะนำให้เจ้าของซึ่งเป็นชาวจีนว่า

                "ทั้งสามคนนี้เป็นลูกแท้ๆ ห่างกันคนละปีสองปี" เจ้าของโรงงานถามด้วยความสงสัย

                "แล้วทำไม สามคนหน้าตาไม่เหมือนกันเลย..คนโตผิวขาวผมสีทอง คนที่สองผิวดำแถมเส้นผมหงิกงอ คนที่สามผิวดำแดงแบบฉบับลาติโน" มาเรียหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

                "อ๋อ..พ่อของเด็กคนละสีทั้งสามคน พอท้องทีไร พวกมันหนีไปทุกที"

                เจ้าของโรงงานยิ้มแล้วกระซิบถาม "เออ...อยากเห็นมีลูกอีกสักคน หน้าตาหมวยๆ หรือ อาตี๋เหมือนไอ...จะได้ครบทุกสี สนใจไหม?" มาเรียยืนนึกสักพักแล้วเอ่ยขึ้นช้าๆว่า 

                "โรงงานปิดแล้วค่ะ เจ้านายสมัครช้าเกินไป...." ???

---------------------------