Get Adobe Flash player

ก่งก๊ง..ลืมจนได้ โดย : ป. ปัญญาชน

Font Size:

                หลายวันมานี้ ตาอยู่รู้สึกหงุดหงิดหัวฟัดหัวเหวี่ยง เห็นอะไรต่อมิอะไรขัดหูขัดตาไปหมด คนรอบข้างโดยเฉพาะยายเนียนภรรยาก็ไม่สามารถเข้าใจได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตาถึงได้กลายเป็นเหมือนคนขี้บ่นไปได้ แต่ไหนแต่ไรเห็นแกมักจะพูดน้อยยิ้มเยอะนี่นา...

                "นี่ๆตาอยู่... แกเป็นอะไรไป ระยะนี้ท่าทางโมโหง่ายจัง ไม่สบายหรือเปล่า?"

                ยายเนียน ถามด้วยความเป็นห่วง

                "ช่างมันเหอะ"

                ยายซักต่อ "ช่างมันได้ยังไง เราอยู่กันเพียงสองคนในบ้าน หากแกเป็นอะไรไปแล้วฉันจะทำอย่างไร แหม...เป็นอะไรก็บอกมาจะได้บอกลูกๆหลานๆ พาไปหาหมอ"

                "อุ้ย...ยุ่งจริงเรานี่ บอกว่าไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไรซิ กวนหัวใจอยู่ได้...."

                จากนั้นตาอยู่ก็เอาผ้าขาวม้าคาดพุงแล้วเดินออกจากบ้านริมคลองข้ามสะพานสูงทำด้วยไม้แผ่นเก่าๆไปอีกฝั่งหนึ่งซึ่งมีเรือจอดขายของอยู่หลายลำอยู่ริมคลอง ผ่านร้านค้าหลายแห่ง บ้างก็เป็นร้านขายของชำ ถัดมาก็เป็นร้านขายเสื้อผ้า และอื่นๆอีกมากมายซึ่งสร้างมานานตั้งแต่ตาอยู่จำความได้ ส่วนมากก็อยู่ในสภาพเดิมคือทำด้วยไม้เก่าๆ อยู่กันมานานแสนนานแล้ว

                ตาอยู่กวาดสายตาไปทั่วคลองกั้นระหว่างสองฟาก ฝั่งที่แกเดินข้ามไปนั้นมีเรือจอดเกาะกลุ่มกันสิบกว่าลำ บ้างก็เอามือจับยึดเรืออีกลำ บ้างก็เอาเชือกมาผูกกับเสาเพื่อไม่ให้เรือลอยห่างออกไป มีของกินขายหลายอย่าง ขายผลไม้เช่นกล้วย มะละกอ ชมพู่ มะม่วงสีเขียวน่ากิน และอีกลำขายข้าวเหนียวมะม่วง มะม่วงเหลืองเปล่งปลั่งน่ากินทีเดียว

                แกเดินมาหยุดอยู่ตรงเรือขายผัดไทย หอยทอด ซึ่งลอยลำอยู่แถวที่สองจากฝั่งโดยมีเชือกผูกโยงไว้กับเสาไม้และมีเสาไม้ปักอยู่ข้างๆลำเรือ

                "เออ..แม้ค้า ขอผัดไทยหน่อย"

                แม่ค้าตะโกนตอบอย่างคุ้นเคย "เดี๋ยวค่ะ แป๊บนะ" โดยไม่ได้หันมามองแต่ประการใด เพราะมือเธอไม่ว่างกำลังผัดเจ้าหอยทอดใส่ไข่ บนกระทะกลมใหม่ เอาตะหลิวปัดเจ้าหมูสับไว้ข้างๆกระทะ ตรงกลางกำลังตอกไข่ใส่อยู่สองสามฟอง

                "จะรับอะไรดี..ตา"

                "เอ...จะกินอะไรดีเน้อ เห็นเจ้าหอยทอดก็อร่อย ผัดไทยก็ท่าทางจะแซบ"

                แม่ค้าหันมายิ้มกับตาอยู่

                "เอาสองอย่างปนกันเลยดีไหมตา จะได้กินทั้งสองอย่าง"

                ตาอยู่นึกสักครู่

                "เออ..เข้าท่าดี ถ้างั้นเอาสองอย่างนั่นแหละ"

                หลังจากนั้นแกหันไปสั่งข้าวเหนียวมะม่วงกับแม่ค้าซึ่งลอยลำอยู่แถวที่สาม วางกะละมังมะม่วงไว้ตรงกลางลำเรือข้างหน้าและรอบๆเรือก็เต็มไปด้วยมะม่วงสุกงามตาน่ากิน

                "แม่พริ้ง นั่นมะม่วงที่สวนเอ็งหรือ.."

                "ไม่ดอกตา ไปรับมาจากปากคลอง แหมเหนื่อยจริงๆสมัยนี้ ต้องตื่นแต่เช้ามืด เมื่อไหร่มันจะสบายกะเขาสักที"

                ตาอยู่ปลอบใจ

                "อยู่กันอย่างนี้ก็ดีแล้วนะแม่พริ้ง ดูลูกๆข้าพวกเขาย้ายไปอยู่ในกรุงเทพฯบ้างไปอยู่ทางเหนือบ้าง แต่ข้าก็ยังชอบที่นี่ ไม่อยากไปไหน เราอยู่กันแบบนี้แหละมีความสุขกว่า"

                แม่พริ้งถามต่อ

                "พวกมันมาเยี่ยมตากับยายบ้างไหม"

                "นานๆมากันที พวกมันไม่ชอบที่นี่ มันบอกว่าไม่สะดวก แหม..จำได้ไหมแม่พริ้ง เมื่อก่อนสะพานก็ไม่มี ถนนก็ไม่มี พวกเราก็อยู่กันได้ ไม่เห็นจะลำบากตรงไหน ดีเสียอีกสบายออก อยู่กับคลองนี่แหละ ลมเย็นสบายดี ผู้คนก็ไม่เร่งรีบอะไร แถมก็รู้จักกันไปหมด จริงไหม..แม่พริ้ง"

                แม่พริ้งเห็นด้วย แถมออกความเห็นเชิงบ่น

                "ความจริงฉันว่า หากไม่สร้างถนนข้างหลังแล้วกลายเป็นบ้านจัดสรร พอเป็นบ้านจัดสรร ยุ่งจะตาย รถราก็วิ่งกันวุ่นไปหมด แถมเจ้าแมงกาไซค์มันก็พลอยทำเสียงดังลั่นคลองไป ทำมาทำไปกลายเป็นเสียงดังรบกวนจนหลับไม่ค่อยจะลง ไหนจะรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ไหนจะเรือหางยาว โอ๊ย..เบื่อจะตายแล้วตาเอ๊ย"

                ตาอยู่พยักหน้า

                "คิดอยู่อนาคตมันคงถมคลองสร้างเป็นบ้านจัดสรรด้วย ข้าน่ะคิดแล้วเสียวไส้จริงๆ บ้านเมืองมันจะเจริญทางวัตถุอย่างเดียว ไม่ยอมให้วิถีชีวิตแบบไทยๆเดิมๆอยู่บ้างเลย...น่าเสียดายหว่า"

                "เออ...แล้วตาจะเอาไหม ข้าวเหนียวมะม่วงน่ะ"

                ตาหัวเราะ "เกือบลืมเหมือนกัน เอาใส่ถุงไปฝากแม่เนียนที่บ้าน เห็นมันบ่นๆอยู่เหมือนกันว่าอยากกินข้าวเหนียวมะม่วง"

                ตาอยู่ยืนคุยกับเพื่อนบ้านรายอื่นๆอย่างออกรส อยู่นานพอสมควร แถมสั่งกาแฟโบราณมากินกับปลาท่องโก๋ไปพลางๆด้วยความใจเย็นตามภาษาชาวบ้าน

                ทันใดนั้นตาก็ได้เสียง

                "ผัดไทยหอยทอดได้แล้วตา"

                ตาอยู่เอามือไปรับโดยผ่านแม่ค้าในเรืออีกลำ อย่างกันเอง แล้วเอามือล้วงกระเป๋าตบซ้ายตบขวา ทำหน้าตาตกใจ ยืนนึกอะไรของแกอยู่พักใหญ่

                "เอ๊ย..ข้าลืมกระเป๋าตังค์ สงสัยไม่ได้เอามาจากบ้าน งั้นเอาของไว้ที่นี่ก่อนเดี๋ยวกลับมา"

ตาอยู่รีบเดินออกจากที่นั่นแล้วเดินกลับบ้าน ผ่านสะพานไม้ทางเดิม พอไปถึงบ้าน

                "แม่เนียน ข้ากลับมาบ้าน จะมาเอาอะไรน๊า ลืมแล้ว..."

                "แหม แกก็ขี้ลืมแบบนี้ทุกที ลืมโน้นลืมนี่อยู่เป็นประจำ อีกหน่อยก็กลับบ้านไม่ถูกหรอก"

ตาอยู่เดินไปเดินมา เอามือกุมหัว คิดๆๆคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่าจะกลับมาเอาอะไร

                "งั้นแกลองบอกมาว่า ตอนเดินออกจากบ้านเห็นอะไรบ้าง พอนึกได้ไหม เผื่อจะช่วยจำอะไรได้บ้าง" ตาอยู่ตั้งสติอยู่พักหนึ่ง

                "ข้าเห็นสะพาน เห็นคลอง...เห็นเรือ...เห็นแม่ค้า..."

                "แล้วเห็นอะไรอีก ลองนึกไปเรื่อยๆเผื่อจะคิดออก"

                "เออ...ใช่แล้ว ข้าสั่งผัดไทยหอยทอด..."

                ยายเนียนพยายามช่วยซึ่งเคยทำเป็นประจำจนชิน

                "แล้ว..กลับมาเอาอะไรล่ะ หรือ ว่าจะกลับมาเอากระเป๋าตังค์"

                "เออ...ใช่แล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าจำได้แล้ว จะกลับมาเอากระเป๋าตังต์ ลืมเอาไป"

ว่าแล้วแกก็รีบออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว ก่อนออกจากบ้านก็พูดอยู่คนเดียวดังๆว่า

                "ไปเอาหอยทอด ข้าวเหนียวมะม่วง ๆๆ "

                "เอ้าท่องเข้าไป จะได้จำได้" คนโบราณบอกไว้ว่า หากขี้ลืมให้พยายามมองของทุกอย่างที่หยิบและวางทุกอย่างในที่ๆวางประจำ จะได้ไม่ลืม อีกอย่างหากกลัวลืม ก็ให้พูดดังๆหลายๆครั้งมันจะช่วยได้อยู่"

                ตาอยู่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี "เหมือนท่องบทละครน่ะหรือ สนุกดีนะ"

                "เหมือนอะไรก็ช่างเหอะ ท่องไว้เหอะ อย่างน้อยก็ช่วยความจำได้บ้าง"

                ยายเนียนมองสามีเดินออกจากบ้านด้วยสายตาเป็นห่วง เพราะตาอยู่ระยะหลังความจำไม่ค่อยดีแล้ว มักลืมโน้นลืมนี่เป็นประจำ บางครั้งก็ลืมแม้กระทั่ง กินข้าวหรือยัง เป็นต้น

                "เออ...แล้วจำได้หรือยังว่าจะเอากระเป๋าตังค์ไปจ่ายใคร?"

                ตาอยู่ตอบอย่างมั่นใจ

                "จำได้แล้ว เอาไปจ่ายแม่ค้า"

                "เหรอ..งั้นฝากซื้อกล้วยทอดมาฝากหน่อย"

                แกพยักหน้า เดินกลับไปอย่างเร่งรีบ แต่ไม่นานนักแกก็เดินกลับมาถามยาเนียนน่าตาเฉย

จำไม่ได้แล้วว่า เมียแกฝากซื้ออะไร

                "นี่ๆ ช่วยจดให้หน่อยว่าฝากซื้ออะไร"

                "โห...ฉลาดขึ้นนี่ รู้จักจดด้วย ความจริงจดมันทุกอย่างนั่นแหละดี จะได้ไม่ลืม ใครสอนล่ะ" ตาอยู่ทำท่าเขินๆ ไม่มีใครสอนหรอก ข้าเคยเห็นทางทีวีน่ะ...ตาอยู่เดินกำเจ้าแผ่นกระดาษจดเอาไว้แน่น รีบเดินออกไปนอกบ้าน ภรรยาก็ถามอีกครั้ง 

                "ก่อนไป ถามหน่อยที่แกทำท่าโมโหหงุดหงิดหลายวันมาแล้วนั่นน่ะ มันมีเรื่องอะไรในใจ บอกหน่อยได้ไหม?" ตาอยู่ทำท่าทางก่งก๊ง (งง) ...

                "สงสัยลืม....ลืม...ลืม..ลืมจด...หอยทอด..แล้วกระดาษจดอยู่ไหน.... ???