Get Adobe Flash player

ผมเชื่อ..เลยรอด ป. ปัญญาชน

Font Size:

                ระยะนี้มีข่าวเรื่องชาวบ้านขุดพบทองโบราณในสวนปาล์ม ที่เขาชัยสน จังหวัดพัทลุง เห็นขุดได้ไปหลายราย จนกรมศิลปากร ออกมาขอให้ชาวบ้านนำทองมาคืนเพื่อเก็บรักษาเป็นทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน แต่จะแลกเป็นเงินให้จำนวนหนึ่งในสามของราคาทองให้แทน...

                พูดถึงเรื่องนี้ ทำให้ผมคิดถึงเรื่องหนึ่งซึ่งเคยมีประสบการณ์โดยตรง เคยตีพิมพ์อยู่ในหนังสือรวมเรื่องสั้นของผมเล่มหนึ่ง ชื่อ "หักบ่วงฯ" พิมพ์โดยสำนักพิมพ์กนกบรรณสาร เมื่อปีค.ศ.2002

                ขุดทอง...ผมร่ำเรียนวิชามนตร์ดำ เวทมนต์คาถา ไสยศาสตร์ จนชำนาญ ถึงขนาดคิดว่า ตนเองเป็นผู้วิเศษ ชอบลองของอยู่ร่ำไป ใครชวนไปผจญภัยที่ไหน หรือขอให้นำวิชาลี้ลับนี้ไปค้นหาสมบัติ ผมไม่เคยขัด

                ครั้งหนึ่งมีพระธุดงค์จากจังหวัดกาญจนบุรีได้มาหาผมที่บ้าน เล่าให้ฟังว่า ได้พบร่องรอยบางอย่าง ที่ทำให้คิดว่า ทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่สองได้ฝังทองคำไว้ที่ป่าแถวแม่น้ำน้อยเมืองกาญจนบุรี ท่านคิดว่าจะมีทองและทรัพย์สมบัติอยู่จำนวนมาก

                ท่านยืนยันอย่างแน่นอนว่า ลองขุดด้วยมือเปล่าก็พบข้าวของเครื่องใช้หลายอย่างฝังอยู่ใต้ดินแถวนั้น เช่น เสื้อผ้า เป้ ธง ของใช้ประจำตัว แถมยังมีลายแทงอีกต่างหากตกอยู่ใกล้ๆ รับรองว่าขุดลงไปให้ลึกกว่านั้นต้องเจอแน่นอน...ท่านย้ำนักหนาด้วยความมั่นใจ

                ฝังอยู่ใต้ดินเป็นจำนวนมาก อยากให้ผมไปสำรวจด้วยตัวเอง...

                ด้วยความอยากรู้อยากเห็นและอยากลองวิชาที่ได้ร่ำเรียนมา ผมจึงตอบตกลงโดยไม่ลังเล ผมขนลูกหาบพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์เดินป่าเต็มที่

                การเดินทางสมัยนั้นยังไม่สะดวกสบายเหมือนสมัยนี้ กว่าจะถึงเมืองกาญจนบุรีก็ใกล้ค่ำ เหนื่อยไปตามๆกัน พวกเราตกลงพักกันที่แพริมน้ำแควนั่นเอง

                ระหว่างที่พวกลูกหาบนอนอยู่บนแพ ผมกับหลวงพ่อซึ่งเป็นพระธุดงค์ชาวมอญชวนกันออกเดินเข้าไปในป่าเพื่อสำรวจล่วงหน้าและหาทำเลสำหรับพิธีเข้าฌานและหาตำแหน่งที่ฝังทองคำ

                ได้ยินเสียงสัตว์ป่านานาชนิดร้องระงมลั่นไปหมด เราเดินมาใกล้ถึงบริเวณนั้นกลับเงียบสงบ ร่มรื่น ราวกับป่าช้า !!

                เราจัดการปักกลดแล้วนั่งลงเริ่มสวดมนต์ทำสมาธิกันทันที เรานั่งเพ่งจิตดูทั้งคืน จนกระทั่งแน่ใจว่าบริเวณแถวนี้น่าจะเป็นที่ฝังทองคำเป็นแน่ เราจึงจัดแจงเก็บสัมภาระเพื่อเตรียมตัวเดินกลับที่พัก...

                พอหันหน้ากำลังจะเดินกลับผมต้องผงะ เมื่อเห็นเงาทะมึนขนาดใหญ่ยืนอยู่หลังพุ่มไม้ ผมกับหลวงพ่อไม่รอช้า เริ่มสวดมนต์ท่องคาถาทันที

                ปรากฏว่าเจ้าเงาทะมึน มันเริ่มขยับใกล้เข้ามาทุกขณะ พอมันเข้ามาในรัศมีที่ตาทั้งสองข้างของผมมองเห็น หัวใจผมแทบตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม

                "ช้าง...! "

                ผมตะโกนลั่น

                ทั้งหลวงพ่อและผมต่างวิ่งหนีกันเตลิดเปิดเปิงแทบเอาชีวิตไม่รอด หลวงพ่อถึงกับล้มลุกคลุกคลานได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย  

                พอไปถึงแพ พวกลูกหาบก็เล่าให้ฟังว่าถูกงูรบกวนทั้งคืน แทบไม่ได้หลับได้นอน โชคดีที่ไม่มีใครโดนกัด พอรุ่งเช้าแทบจะไม่ได้ทำอะไร ต่างนอนสลบไสลด้วยความอ่อนเพลียไปตามๆกัน

                ความคิดที่จะหาสมบัติยังไม่ลดละ ถึงแม้จะโดนช้างไล่เหยียบ ผมรีบเดินทางกลับกรุงเทพฯ แล้วสั่งซื้อเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์อีกหลายอย่างส่งไปให้พรรคพวกที่ยังอยู่เมืองกาญจน์ ส่วนผมเองเนื่องจากติดงานที่กรุงเทพฯจึงไม่ได้ตามไป แต่คอยฟังข่าวอยู่ตลอดเวลา

                เวลาผ่านไปหลายอาทิตย์ ได้ข่าวคืบหน้าว่า เริ่มขุดพบเป้และเครื่องใช้บางชิ้นของทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามแล้ว ส่วนทองคำนั้นยังหาไม่เจอ พวกลูกหาบเริ่มท้อแท้และหมดแรง

                ผมจึงสั่งพรรคพวกให้พักและกลับมาเจอกันที่กรุงเทพฯ วางแผนกันใหม่แล้วค่อยกลับขึ้นไป อย่างน้อยก็หาเครื่องจักรที่จำเป็นเพิ่มเติมมากขึ้น เพื่อสะดวกแก่การขุดค้นครั้งนี้

                ระหว่างขับรถเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอีก ปรากฏว่ารถโดยสารของคณะขุดทอง เจออุบัติเหตุรถคว่ำบาดเจ็บไปหลายคน โชคดีที่ผมไม่ได้ไปด้วย ก็เลยรอดไป

                หลังจากได้รับข่าวร้าย ก่อนนอนคืนนั้น ผมเลยทำพิธีสวดมนต์บนบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พอล้มตัวลงนอนก็ได้เรื่อง....

                ปรากฎว่า มีผู้หญิงแต่งชุดขาวผมยาว หน้าตาดูไม่ชัด มายืนอยู่ใกล้เตียงนอนด้านปลายเท้า ผมยังรู้สึกตัวอยู่ รับรองไม่ได้ฝัน !!!

                เวลานั้นผมไม่กลัวเพราะเคยเจอมาแล้วหลายครั้ง จึงถามไปว่า

                "ใคร"

                มันตอบเสียงยานคางกลับมาว่า

                "กูเป็นผีเฝ้าทรัพย์"

                ผมขยี้ตาก็ยังเห็นยืนอยู่ที่เดิม เลยถามมันไปอีกว่า

                "ต้องการอะไร"

                มันพูดเสียงยานกลับมาว่า

                "ถ้าไม่ขนเครื่องมือกลับ จะต้องมีคนตาย"

                ผมสวนกลับไป

                "เอ็งเป็นผี มนุษย์มันเก่งกว่ามึง หากมันอยากได้มันต้องได้"

                เจ้าผีเฝ้าทรัพย์ยังคงไม่ยอมอยู่นั่นแหละ

                "ถ้าไม่หยุด จะต้องมีคนตาย..." ในที่สุด ผมก็ตกลงหยุดตามที่เธอขอ

                จากนั้นร่างหญิงแต่งชุดขาวผมยาวก็เดินผ่านทะลุกำแพงหายไป

                ผมลุกจากเตียงนอนเข้าไปในห้องพระซึ่งเป็นห้องใหญ่พอสมควร แล้วทำพิธีตามความเชื่อในขณะนั้น ปกติทุกคืนก่อนนอนผมต้องทำพิธีบูชาฯ ต้องมีลูกมะพร้าวสดสี่ห้าลูก หมากพลู และอื่นๆตามที่แม่บ้านจัดให้ เอาเทียนไขตั้งไว้ที่บนถาดยี่สิบเอ็ดเล่ม

                จากนั้นก็นั่งสวดภาวนาคาถา และทำตามที่เคยร่ำเรียนมาจากพระธุดงค์ในป่าแถบอีสาน ซึ่งนับว่าเก่งกาจสามารถมากในเรื่องอาคาอาคมยิ่งนัก

                หลังจากเสร็จพิธีแล้ว ก็เอากระดาษว่าวที่เขียนด้วยยันต์แผ่นขนาดสองนิ้วคูณหนึ่งนิ้วเผาเหลือแต่เถ้าใส่ในน้ำมนต์ที่อาจารย์ท่านให้ไว้แล้วดื่มกินทุกคืน

                คืนนี้เป็นรายการพิเศษ เพราะก่อนเข้านอนก็ทำมาแล้ว แต่หลังจากเจอผีเฝ้าทรัพย์มาหาถึงบ้านเลยกลับมาทำอีกครั้ง...กันเหนียว !

                รุ่งเช้าผมรีบจัดการให้คนไปขนเครื่องมือทุกชนิดกลับ ประกาศยกเลิกการขุดหาทองคำและสมบัติทุกชนิด ส่วนเครื่องมือบางอย่างไม่ทราบจะเอาไปทำอะไรเลยถวายวัดไป ผมตัดสินใจเลิกยุ่งเรื่องขุดทองอีกต่อไป !!

                หลังจากที่ผมเลิกยุ่ง ผมได้ข่าวว่าหลวงพ่อท่านได้ไปเข้าร่วมกับนายทุนรายใหม่ เพื่อขุดหาสมบัติต่อโดยไม่ยอมรามือ ผมห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง ไม่ทราบเหมือนกันว่า ทำไมคนเราถึงได้โลภมากขนาดนั้น เมื่อมันไม่ใช่ของเราก็ไม่ใช่ของเราวันยังค่ำ ทำไมต้องไปรบกวนไปขุดไปเจาะเพื่อเอามาเป็นของตนเองให้ได้.....

                จากนั้นไม่นาน ข่าวร้ายก็มาถึง มีชาวบ้านมาบอกว่าหลวงพ่อถูกช้างเหยียบตายเสียแล้ว ผมรีบตามไปดูศพ เห็นแล้วเศร้าสลด สภาพน่าสงสารมาก เละเป็นโจ๊กเลย !

                ในที่สุดก็เดือดร้อนผมอีกตามเคย ต้องจัดการหาซื้อโลงศพและทำพิธีสวดศพเสียเงินไปอีกหลายพัน......

                ความจริงผมเคยเตือนหลวงพ่อไปแล้ว แต่ท่านดื้อดึงไม่ยอมฟัง เป็นพระอยู่ดีๆไม่ชอบ ดันผ่ามาเป็นผีเฝ้าทรัพย์จนได้ !!!

                เรื่องทองคำที่ฝังอยู่ใต้ดินในป่าจังหวัดกาญจนบุรีตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สองนั้น มักจะเป็นข่าวอยู่เสมอๆ

                ทุกวันนี้ยังมีคนไม่น้อยให้ความสนใจ ยอมลงทุนซื้อเครื่องมือเข้าไปขุดไปค้นหากันเป็นระยะๆ ซึ่งท่านที่ตามข่าวคงได้เห็นได้ยินกันมาบ้างเป็นแน่

                บางทีก็มีข่าวลือว่าคนนั้นคนนี้ขุดเจอทอง เรื่องจริงจะเป็นประการใดผมไม่ทราบ เพราะหลังจากผู้หญิงผมยาวผีเฝ้าทรัพย์ มาขอร้องถึงที่บ้าน

                ผมก็ขนเครื่องมือกลับตามสัญญา และไม่ได้ให้ความสนใจอีกต่อไป ผีเฝ้าทรัพย์มาขอร้องถึงที่นอน มีหรือผมจะใจจืดใจดำไปรบกวนมันอีก แต่ผมก็มีข้อแม้ต่อรองกับมันเหมือนกัน คือ ผมขออย่างเดียวเท่านั้น......

                อย่ามาหาผมถึงที่นอนอีก.... !!!