Get Adobe Flash player

อยากเห็นหน้าเธอ..นก ! โดย : ป. ปัญญาชน

Font Size:

                ชัยณรงค์ เด็กหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆกำลังตั้งอกตั้งใจฟังการแข่งขันฟุตบอลโลกกับเพื่อนๆอีกหลายคน พร้อมกับส่งเสียงเชียร์กันอย่างสนุกสนาน บางคนในนั้นเป็นคนพิการทางสายตามองไม่เห็นรวมทั้งตัวเขาด้วย ซึ่งก็ไม่เป็นอุปสรรคในเรื่องกีฬาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวเกี่ยวกับฟุตบอลแต่ประการใด

                แน่กว่านั้น พวกเขารู้ไปหมด ไม่ว่าใครเล่นอย่างไร ตำแหน่ง สังกัดอยู่ทีมใดของประเทศ ดิวิชั่นไหน เป็นต้น ขนาดคนตาดีอย่างเรายังต้องถอยห่างออกมาด้วยความงุนงง

                พวกเขารู้ไปหมดได้อย่างไร เก่งจริงๆ !

                ถ้าหากเราไม่อยู่ที่นั่น หรือเห็นกับตาคงไม่มีโอกาสรู้ว่า พวกเขาเป็นคนตาบอด เพราะการวิพากษ์วิจารณ์ ผู้เล่นแต่ละคนนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ แถมการเชียร์ก็ออกรสถึงพริกถึงขิง แสบทรวงจริงๆ และยอมรับว่าพวกเขารู้จริง ไม่ใช่วิจารณ์ส่งเดชเหมือนคนบางคน !

                ทั้งๆที่ตาดีแต่หาสาระไม่ได้เลยจริงๆ เตะเฉียดประตูก็โดนด่าเปิงไปก็มี....

                นก นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่งของประเทศไทย ยามว่างมักจะออกไปเป็นอาสาสมัครและวันนี้เธอมาเป็นอาสาสมัครฝึกหัด เพื่อช่วยเหลือคนพิการทางสายตา ถึงแม้ว่าตัวเธอจะไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ของกีฬาฟุตบอลเหมือนเด็กคนอื่นๆที่รวมกลุ่มกันอยู่ในขณะนี้ แต่ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและจิตอาสาจึงทำให้เธอมีความสุขมาก ที่ได้มามีส่วนร่วมในการ เชียร์ฟุตบอลโลกกับพวกเขาด้วย ทำให้เธอถึงกับพลอยตื่นเต้นไปด้วยอย่างมาก

                เธอหันมามองนาฬิกาที่ข้อมือ

                "โห..พวกเรา จบหรือยัง...นี่เกือบสว่างแล้วนะ พวกเรากลับไปนอนเหอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ลุกไม่ไหวจะโดนอาจารย์ดุเอานะ"

                ชัยณรงค์ตอบกลับมาอย่างตื่นเต้นว่า

                "ไม่ต้องห่วงหรอกคุณนก พวกเราขออนุญาตอาจารย์ไว้เรียบร้อยแล้ว ท่านอนุญาตให้เราดูฟุตบอลนัดพิเศษนี้ได้ พรุ่งนี้ตื่นสายหน่อยก็ไม่เป็นไรครับ"

                อีกคนหนึ่งพูดเสริมขึ้นด้วยอาการดีใจเหมือนทีมของตนกำลังจะชนะ

                "พี่นก...ไม่ต้องห่วงน่ะ พวกเราจะแยกย้ายกันไปนอนหลังจากจบเกมนี้แล้ว คงไม่เกินอีกสิบห้านาที แหม...พี่นก...สงสัยต้องตัดสินด้วยการเตะลูกโทษแน่เลย..."

                เมื่อเธอทราบว่า พวกเขาได้รับอนุญาตจากผู้ใหญ่เรียบร้อยแล้วตามที่ได้ยินมาก็รู้สึกโล่งใจไปเพราะตัวเองก็ไม่ทราบว่า ที่นี่เขาอนุญาตพิเศษในวันนี้ให้พวกเขาได้มีโอกาสได้ชมหรือได้ฟังการแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งความจริงก็ดีมากเหมือนกัน ทำให้คนเหล่านี้ สนุกสนาน ตื่นเต้น รักใคร่กลมเกลียวกัน อย่างน่าทึ่ง

                นก ไม่อยากถามต่อเพื่อขัดความสุขของพวกเขาเหล่านั้น ได้แต่คิดในใจว่า

                "มันเป็นความสุขเล็กๆน้อยๆหรือมากมายของพวกเขา เธอก็ยินดีที่จะทนอยู่เกือบสว่าง ดูบอลจากทีวีบ้าง หลับไปบ้างตื่นบ้าง แต่ก็พลอยตื่นเต้นไปกับพวกเขาด้วยจริงๆ"

                นก ถามดังๆกับทุกคนว่า

                "ฉันง่วงมากเลยนะพวกเรา ขอตัวไปนอนก่อนได้ไหม คิดว่าจะนอนที่นี่แหละ พรุ่งนี้ค่อยกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วค่อยไปมหาวิทยาลัยตอนบ่าย..."

                ชัยณรงค์ หันมาตามเสียงของนก

                "ไม่เป็นไรครับคุณนก พวกเรากลับไปห้องพักได้เอง ไม่ต้องเป็นห่วง หากคุณง่วงก็ไปนอนพักผ่อนก่อนก็ได้ พวกเราคงต้องอยู่กันยันสว่างแน่นอนเลย"

                หลายวันต่อมา นกเริ่มสนิทสนามกับชัยณรงค์มากขึ้น จึงทราบว่า ชัยเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้พิการทางสายตาแต่กำเนิด เขาเกิดมามองเห็นเหมือนคนทั่วๆไป แต่เนื่องด้วยประสบอุบัติเหตุรถชนทำให้สายตาพิการ และเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างยากเย็น

                แต่ด้วยรักและการทุ่มเทเอาใจใส่ของพ่อแม่ เขาจึงได้มาอยู่ที่โรงเรียนนี้เพื่อเรียนรู้การใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่ง ทุกอย่างต้องเริ่มต้นใหม่หมด แม้กระทั่งการเข้าห้องน้ำ การซักรีดเสื้อผ้า แม้แต่การหัดเดินด้วยไม้เท้านำทาง

                หลังจากนั้นก็เริ่มเรียนอักษรเบรลล์ (อังกฤษ: Braille) และพิมพ์ดีดตลอดจนการใช้คอมพิวเตอร์ เท่าที่ชัยเล่าให้ฟัง มันต้องใช้ความอดทนและพยายามอย่างมากมาย เหมือนอยู่คนละโลกทีเดียว แต่ในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จ สามารถอ่านออกเขียนได้และใช้คอมพิวเตอร์สื่อสารได้เหมือนคนทั่วไป แต่ที่พิเศษกว่านั้นชัยชอบเรื่องกีฬาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะฟุตบอล

                "นก เธอรู้ไหม กว่าผมจะสามารถทำได้ ช่วยตัวเองได้ ทุกวันนี้ ล้มลุกคลุกคลาน หกล้มจนเกือบตาย เหมือนเด็กๆหากไม่ยอมล้มเสียบ้างก็ไม่สามารถลุกขึ้นมาเดินได้ บางทีก็หัวแตกไปก็มี แต่ด้วยความคิดที่ว่า เราต้องชนะ เราต้องทำได้ ในที่สุดก็ทำได้จริงๆ"

                นกตั้งใจฟังอย่างตาไม่กระพริบ เพราะตัวเองก็เพิ่งจะมาฝึกการดูและคนตาบอดไม่นานนี่เอง ตอนนี้ก็มาอ่านหนังสือใส่ซีดีให้คนตาบอดฟัง แต่ทำมาทำไปรู้สึกมีความผูกพันและอยากเรียนรู้ชีวิตคนพิการทางสายตามากขึ้น เลยขอเข้ามาฝึกการดูคนตาบอด ซึ่งเป็นสถาบันสำหรับคนตาบอดโดยเฉพาะ ก่อนที่นกจะคิดอะไรต่อไป

                "นกๆ พี่มีข่าวดีจะบอก ไม่รู้สนใจไหม?"

                "เรื่องอะไรหรือ อยากรู้จัง"

                "คือว่า พวกเรามีทีมฟุตบอลของเราด้วย ผมก็เล่นเป็นผู้รักษาประตูในทีม เราจะมีการแข่งขันกับทีมจังหวัดอื่นเดือนหน้านี้ อยากชวนนกไปเชียร์พวกเราด้วย"

                "เย้...ดีใจ..นี่ไม่ได้หลอกกันเล่นนะ นกก็อยากรู้เหมือนกันว่าพวกเขาเล่นกันได้อย่างไร แล้วกติกาเหมือนที่เขาเล่นกันทั่วๆไปไหม"

                ชัยณรงค์เห็นว่าสนใจและตื่นเต้นไปด้วยเลยเล่าให้ฟังย่อๆ

                "ก็เหมือนทั่วๆไปนั่นแหละ แต่..ทีมหนึ่งจะมีผู้เล่นเพียง 7 คนเท่านั้น มีคนพิการตาบอด 4 คนและคนที่เห็นเลือนลางอีกสูงสุดไม่เกิน 3 คน"

                "แล้วอย่างอื่นเหมือนกันไหม?"

                ชัยอธิบายต่อ

                "เล่น 20 นาที พัก 10 นาที ส่วนลูกฟุตบอลนั้นเขาเจาะรูเอาลูกปืนอัดลมใส่เข้าไป เพื่อให้มีเสียงเวลาเล่นคนตาบอดจะได้ยินเสียงฟุตบอลวิ่งไปทางไหน"

                นก รับปากทันที "นกไปด้วยแน่นอน รับรองไม่พลาด"

                นกเห็นชัยณรงค์กำลังจะก้าวลงบันไดเพื่อเดินไปอีกตึกหนึ่ง เธอรีบคว้ามือของเขาไว้แน่น กะว่าจะจูงมือนำทางเขา แต่ก็ต้องหยุดสะดุดลง

                "เออ..นก พี่จะบอกอะไรให้นะ เวลาเห็นคนตาบอดไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ตาม หากต้องการจะช่วยนำทาง อย่ารีบคว้ามือเขาทันที จะทำให้เขาหรือคนตาบอดตกใจและอาจไม่แน่ใจว่าเป็นคนดีหรือคนร้าย ทางที่ถูกต้อง ควรเอาเดินเข้ามาใกล้แล้วแนะนำตัว ใช้เพียงหลังผ่ามือทาบเข้ากับหลังมือของคนตาบอด หากเขารู้จักหรือไว้ใจก็จะขยับมือขึ้นมาจับแขนให้เรานำทางไป แบบนี้จะเป็นวิธีที่สุภาพและให้เกียรติกัน"

                "ขอโทษค่ะ นกไม่ได้คิดเรื่องนี้ ขอบคุณที่บอก เป็นความรู้ใหม่ที่มีค่าสำหรับนกจริงๆ"

จากนั้นทั้งสองก็เดินกันไปยังอีกตึกหนึ่งด้วยความสุขทั้งสองคน

                และแล้ว...วันแข่งขันฟุตบอลก็มาถึง

                เสียงสองทีมต่างขนแฟนๆมาเชียร์กันอย่างสนุกสนาน ไม่น่าเชื่อว่าพวกเขาจะเล่นได้ดีขนาดนั้น เล่นกันเจ็บๆเอาจริงเอาจังกันเลย บ้างก็โดนแตะแข้งนอนดิ้นด้วยความเจ็บปวดไปก็มี แต่ก็ไม่มีใครบ่นว่าอะไร หายแล้วก็ลุกขึ้นวิ่งต่อ

                เสียงเชียร์ดังกระหึ่มกึกก้อง เสียงคนพากย์ผ่านไมโครโฟนดังพอสมควร ทำให้การเล่นออกรสชาติมากยิ่งขึ้น คิดว่าเสียงพากย์ที่ดังนั้นมีส่วนช่วยในการเล่นฟุตบอลของพวกเขาเหมือนกัน ยอมรับว่าการเล่นกีฬาทำให้พวกเขาถึงแม้จะพิการทางสายตา

                แต่..ก็สามารถทำให้ความเขาเกิดความสุข ร่าเริง สนุกสนาน ไปพบเพื่อนใหม่ๆ ประสบ การณ์ใหม่ๆ เกิดความเชื่อในตัวเองมากยิ่งขึ้น

                วันนั้นหลังจากการแข่งขันจบลงแล้ว ปรากฏว่าทีมของณรงค์ชัยชนะ 6 ต่อ 2 ซึ่งได้รับของรางวัลไปตามระเบียบ ทุกคนในทีมต่างดีอกดีใจอย่างเห็นได้ชัด

                จากนั้นไม่นาน นกได้รับข่าวว่า ณรงค์ชัย ไปเล่นฟุตบอล หัวไปโหม่งเข้ากับเสาข้างประตูอย่างแรงจนเลือดตกยางออก ต้องเข้าห้องผ่าตัดฉุกเฉิน หลังผ่าตัดนกได้เข้าเยี่ยมเกือบทุกวัน จนวันหนึ่งณรงค์ชัย บอกว่าเอียงหูมาใกล้ๆ แล้วกระซิบด้วยเสียงที่แผ่วเบา...

                "อัศจรรย์ เธอรู้ไหม ผมเห็นลางๆแล้ว เย้..ดีใจกับผมไหม?"  "ดีใจที่สุดในโลกเลย บอกไม่ถูกว่าจะพูดอย่างไรดี" ณรงค์ชัย ยังพูดต่ออีกว่า วันนั้นหลังผ่าตัด พอรู้ว่าเห็นลางๆแล้วหมอถามว่า "สิ่งแรกที่ชัยอยากเห็นที่สุดในโลก คืออะไร? รู้ไหมผมบอกว่าอย่างไร" "แล้ว..ชัยบอกหมอว่า...?"

                "ผมอยากใบหน้านางฟ้าที่แสนดีคนหนึ่งชื่อ นก.. ! !"