Get Adobe Flash player

คิดถึงแกะ..เก็บรวง ! โดย..เชิงภู

Font Size:

              

“ข้าวกำลังออกรวง คิดถึงพุ่มพวงคู่ควงของพี่...” พี่สาวร้องเพลงเสียงดังอยู่หลังบ้าน ปลุกให้ปลาผู้เป็นน้องสาวตื่น ลืมตาออกไปรับแสงของวันใหม่

“ตื่นแล้วเหรอ อีผอม” แม่ทักเมื่อประตูห้องนอนเปิดออก แม่มักจะเรียกปลาว่าอีผอมเสมอด้วยรูปร่างเล็กบางและกินข้าวน้อย ปลายิ้มนิดๆเอามือปิดปากหาวและบิดตัว ด้วยเธอเป็นลูกคนเล็กอายุเพิ่งจะสิบขวบหน้าที่แต่ละวันจึงไม่มากมายเท่าพี่สาวที่อายุสิบแปด

ปลาสาวน้อยตัวเล็กผอมบางนุ่งกางเกงขาสั้นสีเทาใส่เสื้อยืดเก่าๆสีฟ้าอ่อน ผู้เป็นแม่ฝึกลูกสาวสองคนให้นุ่งผ้าถุงเหมือนตนเองจนถึงตอนนี้ปลาก็ยังนุ่งผ้าถุงให้กระชับไม่ได้แตกต่างจากพี่สาวที่หัดนุ่งผ้าถุงตั้งแต่แปดขวบจนตอนนี้ผ้าถุงเป็นอาภรณ์สวมใส่หลักของพี่สาวและแม่ แต่ปลานั้นยังต้องนุ่งกางเกงไม่สามารถนุ่งผ้าถุงทบชายให้แน่น เธอได้แต่แปลกใจและชื่นชมพี่สาวที่ทำได้

ปลาลงบันไดบ้านเดินไปหาพี่สาวที่ปากร้องเพลงส่วนมือนั้นล้างจานด้วยความคล่องแคล่ว

“อารมณ์ดีแต่เช้าเลยนะพี่” ปลาเอ่ยปากทักพี่สาว พี่หันมายิ้มให้และร้องเพลงต่อ

“ไอ้ปู อย่าลืมเตรียมแกะ (อุปกรณ์เก็บรวงข้าวของทางภาคใต้เป็นสามเหลี่ยมคางหมู รูปร่างคล้ายเรือ เป็นแผ่นกระดานเล็กด้านหน้าเป็นเหล็กคมคล้ายใบมีดเล็ก ตรงกลางด้านหลังแผ่นกระดานเจาะรูเพื่อเข้าด้ามแกะเป็นหลอดทำด้วยไม้ไผ่กลวงเล็กยาวประมาณสิบเซ็น) ไปหลายๆอันนะ เผื่ออันไหนหักจะได้เปลี่ยนได้” แม่ตะโกนบอกพี่สาว เธอไม่ตอบแต่หันมาพยักหน้ารับรู้

แม่หยิบเปี้ยว (หมวกปีกกว้างทรงแหลม) ที่แขวนอยู่ข้างบันไดมาใส่สวมเสื้อแขนยาวตัวเก่า มือขวาหิ้วกระป๋องน้ำใบขนาดย่อมที่เติมน้ำจนเต็มย่างเดินลัดเลาะข้างกอไผ่สู่ทุ่งนาที่ตอนนี้ข้าวสุกเหลืองพร้อมเก็บเกี่ยว แม่และพ่อมักจะออกไปยังทุ่งกว้างที่อยู่หลังดงไผ่ตั้งแต่เช้าเสมอ ส่วนพีสาวจะตามไปเมื่อสายหน่อยเพื่อให้รวงข้าวหมดน้ำค้างเกาะเก็บได้ไม่เปียกปอน ปลานั้นจะตามไปช่วงไหนหรือไม่ออกไปก็ไม่มีใครว่า แต่ส่วนใหญ่แล้วปลามักจะไปอยู่ข้างๆ พี่สาวและแม่เสมอเพื่อฝึกหัดเก็บข้าวด้วยแกะ

วันนี้ก็เช่นกันเมื่อแสงจ้าสาดส่องทุ่ง ปลาเดินตามพี่สาวที่ใส่เสื้อแขนยาวตัวเก่าสวมเปี้ยว มือขวาหิ้วปิ่นโตเถาเขื่องส่วนมือซ้ายกระชับแน่นวิทยุทรานซิสเตอร์สีดำด่างที่ส่งเสียงให้ความสำราญเมื่ออยู่ทุ่งข้าว ทั้งเพลงและละครวิทยุที่พี่สาวติดงอมแงมไม่ได้ฟังพาลให้เก็บข้าวไม่ได้ ส่วนปลานั้นช่วยหิ้วถุงที่บรรจุแกะจำนวนหลายอันอุปกรณ์เก็บข้าวอันจ้อยพอดีมือ

สองพี่น้องเดินลัดเลาะข้างก่อไผ่ ผ่านดงไผ่ทุ่งเหลืองอร่ามอยู่ท่ามกลางแดด พี่สาวเดินนำหน้าไปตามชายนาใกล้ตีนเขาเมื่อถึงต้นฉำฉาใหญ่ที่มีตะแคร่ตัวเก่าก็จัดแจงวางสัมภาระลง  ตรงนี้เป็นที่นั่งพักผ่อนของทุกคนยามเหนื่อยล้า ต้นฉำฉาแผ่กิ่งก้านสาขาใหญ่โตร่มรื่นคลุมพื้นที่

ปลามองไปกลางทุ่งเห็นแม่กำลังเก็บรวงข้าวส่วนพ่อนั้นเก็บเลียงข้าว (ข้าวที่เก็บมาเป็นรวงๆผูกมัดไว้เป็นกำ) ยัดลงกระสอบปุ๋ย  ปลานั่งลงมองทุ่งข้างหน้าลมเย็นพัดแผ่วๆ อากาศปลอดโปร่งโล่งสบาย หันมาอีกทีพี่สาวพร้อมวิทยุคู่ใจเดินลงทุ่งข้าวใกล้จะถึงที่แม่เก็บอยู่แล้ว

สักพักเห็นพี่สาวกวักมือเรียกจากกลางทุ่งข้าว ปลาหยิบเสื้อแขนยาวของพ่อที่วางทิ้งไว้พร้อมหมวกใส่เรียบร้อยแล้วเดินลุยดงต้นข้าวไปหาแม่

“มา มา ตรงนี้” แม่ที่อยู่ใกล้พี่สาวเรียก“ มาช่วยกันเก็บตรงนี้ก่อน” แม่บอก

“ได้แกะแล้วม่าย (ได้แกะหรือยัง)” แม่ถาม

“ได้แล้ว” ปลาตอบ

“แม่เก็บให้แลก่อน แลก่อนนะ (แม่เก็บให้ดูก่อน ดูก่อนนะ)” แม่บอก

ปลายืนดูแม่สอนการเก็บข้าว ที่มือขวาของแม่จับแกะอย่างคล่องแคล่ว แกะอยู่ระหว่างนิ้วกลางกับนิ้วนาง แม่ใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางจับรวงข้าวดึงมาทาบกับคมแกะใช้คมแกะตัดรวงข้าวจนเต็มหน้าแกะแล้วส่งรวงข้าวไปมือซ้าย พอรวงข้าวเต็มมือแม่ผูกเป็นเลียง โดยเก็บซังข้าว (ต้นข้าวที่เอารวงข้าวออกแล้ว) มาสามต้นนำมาม้วนๆเข้าด้วยกันแล้วมัดคอรวงข้าวจนแน่น วางเลียงไว้ให้พ่อมาเก็บใส่กระสอบ

ปลายืนมองพี่สาวและแม่ที่เก็บรวงข้าวอย่างรวดเร็วแล้วเริ่มเก็บรวงข้าวอย่างระมัดระวัง

“ไม่ต้องแขบเก็บนะ แกะอีเชียดมือเอา (ไม่ต้องรีบเก็บนะ แกะจะบาดมือเอา)” แม่บอก                     

“ค่อยๆเก็บอย่าให้หล้องนะ (ค่อยๆเก็บอย่าให้เหลือ)” แม่กำชับ

“อ้อ ได้เต็มกำอย่าโผกเลียงยังโผกไม่เป็นเดี๋ยวมันอีหลุด (อ้อ ได้เต็มกำอย่าผูกเลียงเองยังผูกไม่เป็นเดี๋ยวมันจะหลุด)” แม่บอกอีกครั้ง

ปลาค่อยๆ ขยับมือเก็บรวงข้าวอย่างระมัดระวัง เวลาผ่านไปพอสมควรรวงข้าวเต็มกำมือซ้ายเธอบรรจงส่งรวงข้าวที่เต็มกำมือให้แม่เป็นผู้ผูกเลียง

“ เออ เก่งนิเก็บได้เร็วขึ้น” แม่เอ่ยชม ปลาอมยิ้มสุขใจกับคำชมของแม่

ทั้งสามคนช่วยกันเก็บรวงข้าวจนตะวันเคลื่อนเกือบตรงศีรษะแสงแดดแผดจ้าขับให้เหงื่อเม็ดโป้งที่ขมับของปลาเริ่มไหลย้อยเธอยกแขนเสื้อขึ้นซับเหงื่อ แม่ปรายตามองมาก็ยิ้มให้

“เอ้า ไปๆพักกันก่อน ใกล้เที่ยงแล้ว ล้างมือเตรียมกินข้าว ปูเรียกพ่อมึงมากินข้าวด้วยนะ” แม่บอก

ปูผู้เป็นพี่สาวไม่ลืมหยิบวิทยุดำด่างที่เพลงลูกทุ่งยังคงส่งเสียงเบาๆ ติดมือไปด้วย เมื่อถึงตะแคร่ทั้งสองสาวถอดเสื้อแขนยาวและหมวกออกลมเย็นพัดกระทบผิวเหงื่อเริ่มซึมหาย พ่อเดินกลับมาพร้อมลูกน้อยโหน่ง (ผลไม้คล้ายน้อยหน่าแต่ลูกใหญ่เรียวเมื่อสุกเปลือกเป็นสีแดงคล้ำ) สุกสี่ห้าลูก ทั้งสี่คนนั่งล้อมวงกินข้าวเที่ยงสองสาวพี่น้องหยอกล้อกันพอสนุกสนาน เมื่อเก็บสำหรับและล้างทำความสะอาดเสร็จ ปลาปูเสื้อแขนยาวลงบนพื้นหญ้าแล้วเอนนอนหลับตาฟังเสียงเพลงจากวิทยุเครื่องน้อยจนเคลิ้มหลับไป

บ่ายคล้อยปลาสะดุ้งตื่นจากหลับใหลลุกขึ้นนั่งบีบนวดขาตัวเองเพราะรู้สึกปวดเมื่อย วันนี้เป็นครั้งแรกที่เธอช่วยแม่และพี่สาวเก็บข้าวตลอดช่วงเช้าความเมื่อยขบเลยเล่นงาน  เธอได้ยินเสียงละครวิทยุลอยตามลมมาพร้อมเสียงหัวเราะกิ๊กกั๊กของพี่สาว ชะเง้อมองไปกลางทุ่งข้าวเห็นพ่อกำลังจับเลียงข้าวยัดใส่กระสอบปุ๋ยเมื่อเต็มกระสอบยกขึ้นบ่าแบกเดินหายไปทางก่อไผ่

เงยหน้าขึ้นมองฟ้าแดดจ้าแสบตาจนไม่กล้าออกไปกลางทุ่ง ร่มเงาจากต้นฉำฉาใหญ่ครึ้มสบายแผ่เผื่อไปถึงชายคันนา ปลาเดินเล่นบริเวณชายนาที่เก็บรวงข้าวหมดแล้วเห็นต้นข้าวยังใหม่อยู่ก้มลงเอาแกะไปตัดต้นข้าวลอกใบข้าวออกเหลือแต่ต้นข้าวเป็นปล้องๆ ใช้แกะตัดปล้องหัวท้ายเอาปล้องตรงกลางที่ไม่แข็งและไม่อ่อนเกินใช้แกะปาดที่ปลายปล้องนิดหน่อยเอาเข้าปากนั่งเป่า ปิ๊ด ปี้ ปิ๊ด เป็นปี่ซังข้าว .........

ใต้ต้นฉำฉาต้นเดิม สาวตาคมผมยาวประบ่าขนตางอนยืนมองทุ่งข้าวนิ่งสงบ....สาวคนนี้นามว่าปลาที่ตอนนี้อายุยี่สิบสองปีเต็ม เธอตั้งหน้าตั้งตาเรียนจนจบการศึกษาเป็นคุณครูสมใจนึก เมื่อมีวันหยุดยาวสถานที่ที่ใจโหยหาอยากกลับไป คือ บ้านเกิด  วันหยุดเที่ยวนี้เช่นกันเธอไม่พลาดที่จะกลับไปเยี่ยมพ่อแม่และพี่สาว

พี่สาวนั้นแต่งงานมีครอบครัวแล้วปลูกบ้านอยู่ไม่ไกลจากบ้านพ่อกับแม่มากนัก และยังคงทำอาชีพดั้งเดิม  ที่นานั้นถูกแบ่งให้สองพี่น้อง พ่อกับแม่ทำนาในส่วนที่แบ่งให้กับปลา พี่สาวนั้นแยกไปทำนาในส่วนที่เป็นของตัวเอง

วันเวลาเปลี่ยนวีถีการทำนาก็เปลี่ยนไป... ปลายังคงยืนเหม่อมองกลางทุ่งข้าวที่รถตัดข้าวสีส้มกลมเหมือนก้อนเค้กกำลังส่งต้นข้าวเข้าปากบดเคี้ยวกลืนหายเข้าไปในตัวเครื่องไปโผล่เป็นซังข้าวร่วงหล่นด้านหลังรถสักพักข้าวสารก็ไหลจากท่อลงสู่กระสอบปุ๋ย มีคนขับหนึ่งคนและลูกมือช่วยมัดปากกระสอบเมื่อเม็ดข้าวเต็มแน่น เสียงรถตัดข้าวครางกระหึ่มมุ่งไปข้างหน้าไม่ลดละ

“คิดไหรอยู่ล่ะ ปลา? (คิดอะไรอยู่ล่ะ)” แม่ถามเบาๆ

“คิดถึงวันเก่าๆ น่ะแม่ คิดถึงตอนปลาเด็กๆ กลางทุ่งเงียบสงบ มีแต่แสงแดด สายลมโบก” ปลาตอบ

“กลางทุ่งเงียบ และเม็ดข้าวทุกเม็ดไม่เหลือค้างนา เดี๋ยวนี้ทุ่งลั่นรวงข้าวมุมคันนายังชูชี้อยู่เลย..รถเก็บไม่หมด บางหย่อมก็โดนรถบดทับแบนติดดิน สงสารข้าวจัง!!” ปลารำพึงสะท้อนใจกับภาพเบื้องหน้า “ธรรมดาลูกเหอ สมัยนี้ไอ้ไหรหมันกะเปลี่ยน ถ้าเราอีทำแบบเดิมหมันกะตามไม่ทันเพื่อน (ธรรมดาลูกเอ้ย สมัยนี้อะไรมันก็เปลี่ยนถ้าเราจะทำแบบเดิมมันก็ตามไม่ทันเพื่อน) แม่ก็คอยเก็บรวงข้าวที่ตกหล่นด้วยแกะนี่แหล่ะ” แม่บอก

ปลาปรายตามองถุงแกะที่ต้นฉำฉา ถุงเก่าฉีกปริเล็กน้อยคมแกะขึ้นสนิมยื่นพ้นถุงออกมา แม่มองตามสายตาของเธอ พร้อมพูดเบาๆ

“การเก็บข้าวกับแกะต้องเงียบๆ เก็บข้าวได้หมดทุกรวง แกะสอนให้ชาวนามีสติ ให้ละเอียดรอบคอบ ไม่ฉาบฉวย แต่สมัยนี้สังคมชาวนามันทำนากันแบบฉาบฉวยเอาความเร็วเข้าว่า”

“แต่ไอ้ไหรกะแล้วแต่ ให้ใจเรามีสติและกะอย่าฉาบฉวยนะโลกนะ (แต่อะไรก็แล้วแต่ ให้ใจเรามีสติและอย่าฉาบฉวยนะลูกนะ) !!

 

 

 

 

 

 

 

 

              

               .