Get Adobe Flash player

นายไม่จับ !! โดย..เชิงภู

Font Size:

 

                “ยามเข้าหน้าแล้ง...ลมแรงพัดช่อมะม่วง” เสียงเพลงจากทรานซิสเตอร์เครื่องน้อยใต้กอไผ่ส่งเสียงกล่อมยามบ่ายคล้อย ลุงแปลกชายวัยห้าสิบกว่าๆ นุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียว ผืนเก่าพาดบนบ่านานๆครั้งยกขึ้นปัดแมงหวี่แมงวันนอนตะแคงบนตะแคร่ฟังเพลงอย่างมีความสุข  ลมแล้งพัดใบไผ่หลุดจากขั้วลอยเล่นลมลงนอนจมดิน บางใบค้างเติ่งอยู่บนผมลุงแปลก ข้างตะแคร่เต็มไปด้วยใบไผ่ทับถมหลายชั้นยามเดินย่ำเสียงดังกรอบแกรบๆ

                “ ไอ้แปลกๆ อยู่ไหนวะ” เสียงเรียกโหวกเหวกจากหน้าบ้าน ลุงแปลกขยับตัวลุกขึ้นใบไผ่ไหลลงสู่ตัก เขาชะโงกหน้าไปดูเห็นลุงบัวยืนสอดส่ายสายตามองหาตนเอง

“อยู่นี้โว้ยไอ้บัว ว่าอย่างไร มีอะไรรึ..ไอ้เกลอ”  ลุงแปลกส่งเสียงบอก 

ลุงบัวเดินย่ำซากใบไผ่เข้ามานั่งที่ตะแคร่ ควักใบจากและยาเส้นจากถุงเก่าออกมามวนสูบ

“ไม่มีไหร (ไม่มีอะไร) ว่างๆ เบื่อๆ เลยอยากหาเพื่อนคุย” ลุงบัวบอก

“หน้าแล้งมันกะแบบนี้แหล่ะ ไม่มีไหรทำ กูเองกะนั่งๆนอนๆ ให้มันหมดไปวันๆ” ลุงแปลกพูดเสียงเนือยๆ

“กูได้ข่าวว่าหลานมึงอีมาเยี่ยม (จะมาเยี่ยม)รึ” ลุงบัวถามต่อ

“เออ! มันส่งจดหมายบอกว่าจะมาต่อเช้า(พรุ่งนี้)” ลุงแปลกตอบพร้อมมวนใบจากส่งเข้าปาก

“แล้วมันไปทำไหร? อยู่ที่ไหน?” เสียงถามต่อ

“กะไปทำงาน อยู่ต่างอำเภอ ไม่ไกลหรอก” เสียงตอบตามด้วยควันบุหรี่สีขาวหม่นพ่นออกจากปากสายตาปรายมองเห็นรอยยิ้มน้อยๆจากเพื่อนซี้

“ยิ้มบ้าไอ้ไหร (ยิ้มบ้าอะไร)” ลุงแปลกถามเพื่อน

“หาไอ้ไหรทำกันม่าย? (หาอะไรทำกันไหม?)” ลุงบัวพูด

“มึงขึ้นตาลไว้มั่งม่าย? (ขึ้นตาลโตนดไว้บ้างไหม?)” ลุงบัวถามต่อ

“ อ้อ อีกินหวาก (ตะหวาก/น้ำตาลเมา ทำจากน้ำตาลโตนดแช่ไม้เคี่ยม) กูขึ้นแรกวาซือ(ขึ้นเมื่อวานซืน) โน่นแหล่ะแขวนอยู่ใต้ถุนบ้าน” ลุงแปลกตอบพร้อมกับพยักพเยิดหน้าไปทางบ้าน

“มึงอีแก๊บกินไปไหนเพิ่งหวันช้ายค่อยกินหวันเย็น (มึงจะรีบกินไปไหนเพิ่งจะบ่ายค่อยกินตอนเย็น)” ลุงแปลกพูดต่อ

“เออ กะได้ๆ (ก็ได้ๆ) เราไปหาไอ้ไหรมาเป็นกับแกล้มดีหวา (ไปหาอะไรมาเป็นกับแกล้มดีกว่า)” ลุงบัวชวนเพื่อน

“หาไอ้ไหร? (หาอะไร?)” ลุงแปลกเอ่ยถามทำหน้าสงสัย

“มาตะ มึงตามกูมาตะ (มาซิ ตามกูมาซิ)” ลุงบัวชักชวนพร้อมลุกขึ้นเดินเข้าไปใต้ถุนบ้านออกมาอีกทีพร้อมจอบบนบ่าเดินหายไปหลังบ้านที่เป็นสวนมะพร้าวเล็กๆ ลุงแปลกนั่งมองลุกขึ้นเดินตามอย่างขัดไม่ได้ เขาไปถึงเห็นเพื่อนกำลังใช้จอบผ่าต้นมะพร้าวที่โค่นทิ้งไว้เมื่อหลายเดือนก่อน ต้นมะพร้าวถูกจวบจวกผ่าเป็นสองซีกลุงบัววางจอบใช้สองมือง้างต้นมะพร้าวให้แยกออกจนเห็นข้างในที่มีหนอนอวบอ้วนสีขาวซุกตัวเบียดเสียด

“อัยหยา ลุยเสียเหม็ด (อัยย่ะเยอะไปหมด) อย่ายืนอยู่ตะ ฉีกใบกล้วยมากูอิเก็บด้วงใส่” ลุงบัวบอก ใบกล้วยสีเขียวจัดถูกฉีกวางอยู่ข้างต้นมะพร้าวที่แบะอ้าซ่าลุงบัวบรรจงหยิบตัวด้วงอย่างทะนุถนอมวางในใบกล้วย “อ่ะ อ่ะ หรอยกูแหล่ะ (อร่อยกูล่ะ)” เขาพูดพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ในผลงานของตัวเอง

ด้วงคั่วเกลือในหม้อเก่าใบเล็ก บนก้อนเส้า (ก้อนหินสามก้อนวางทำแทนเตา) หอมฉุย ลุงบัวนั่งยองๆราไฟเมื่อเห็นด้วงสุกแล้ว มือยังคงคนต่อสักพักลุกขึ้นมานั่งบนตะแคร่ ลุงแปลกเดินออกจากใต้ถุนบ้านหิ้วกระบอกไม้ไผ่ที่มีน้ำกลิ่นเอียนๆ ตรงมาที่ตะแคร่ มือขวาถือพรก(กะลามะพร้าวใช้แทนแก้ว)มาสองอัน  บนตะแคร่ด้วงสุกหอมฉุยอยู่ในใบกล้วยอันเก่า

“อย่าแชๆ รินเข้าๆ หรอยกูแหล่ะ (อย่าช้าๆ รินเข้าๆ อร่อยกูล่ะ)” ลุงบัวเร่งเพื่อนเพราะตัวเองอยากกินซะเต็มประดา

“เออ..นา ค่อยๆกินเดี๋ยวได้ไม่กี่พรกมึงก็เมาหัวทิ่มอีก” ลุงแปลกเอ็ดเพื่อนเบาๆ พร้อมรินน้ำหวากลงในพรกอย่างเบามือ ลุงบัวยื่นมือรับน้ำเมาบ้านทุ่งส่งเข้าปากอย่างกระหาย หมดไปครึ่งพรกหยิบด้วงหอมเข้าปากเคี้ยวเอร็ดอร่อย

ผ่านไปหลายพรกพร้อมตะวันคล้อยต่ำลมเย็นพัดแผ่ว ลุงบัวหน้าเริ่มแดงก่ำพูดลิ้นพันกัน แต่ลุงแปลกนั้นยังคงดูสบายๆ เพราะเขาคอแข็งกว่า

“ เอ้ยยยย เพื่อนนน กูรั๊กกกกมึงที่สุด..รู้ป่าววว” ลุงบัวพูดเสียงยานคาง ส่วนลุงแปลกไม่ตอบโต้ละเลียดน้ำเมาเข้าปากพยักหน้าน้อยๆ อมยิ้มขำเพื่อนรัก

“พรกนี้พอแล้วนะ มึงเดินกลับไหวม่าย (เดินกลับไหวไหม) ไม่ไหวกะนอนนี่” ลุงแปลกบอก

“โอ้ยยยย กูหวาย มึงอย่าดู..ถูกกู” ลุงบัวพูดพลางลุกขึ้นยืนข้างตะแคร่ โอนเอนนิดหน่อยก่อนย่างเดินหันมาหยิบด้วงคั่วตัวสุดท้ายส่งเข้าปาก

“กูไปก่อนนะ ต่อเช้า(พรุ่งนี้)มาใหม่..มาหาไอ้ไหรทำกานนนนะ มึงงงเตรียมตัว..นะ กูจะพาไอ้ผันกับไอ้ปองมากัน (มาด้วย) มาเล่นด้วยกัน...เอิ๊กกกก ” ลุงบัวพูดพลางยักคิ้วให้เพื่อน ลุงแปลกไม่พูดตอบได้แต่นั่งยิ้มมองเพื่อนเดินตุปัดตุเป๋กลับบ้าน

วันใหม่ใกล้เที่ยงสามหนุ่มอายุรวมร้อยกว่าปีเดินเลี้ยวเข้าบ้านตาแปลกจุดนัดพบอยู่ใต้กอกล้วยไม่ไกลบ่อน้ำ บรรยากาศร่มรื่น สาดจูด (เสื่อกระจูด)ผืนเก่าถูกปูเรียบร้อยบนพื้นดิน แต่ยังไม่เห็นเจ้าของบ้าน

“ไอ้แปลกอยู่ไหนวะ?” ลุงบัวตะโกนถาม “พวกกูมาแล้วโว้ย” ลุงบัวยังคงส่งเสียงบอก

ตาแปลกเดินลงจากบ้านแล้วลงนั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่ที่หัวเสื่อค่อยๆหยิบอุปกรณ์ทุกอย่างออกจากย่ามวางบนเสื่อ มีทั้งถ้วยกร๊อกแกร๊ก (ถ้วยไฮโล)ใบเล็ก ฝาถ้วย ลูกกร๊อกแกร๊ก (ลูกเต๋า)สามลูก ผ้ายางที่มีลัญลักษณ์สำหรับวางเงิน

“อัยย่ะ เรียบร้อยพร้อมแทง(พร้อมวางเงิน) ดานละ (ตาละ) ยี่สิบบาทนะพี่น้อง หรอยกูแหล่ะ!!” ตาบัวพูดพลางถูมือออกอาการอยากเล่นสุดชีวิต

ผ้ายางวางอยู่ด้านหน้าทุกคนนั่งล้อมรอบ ตาแปลกกระชับนุ่งผ้าข้าวม้า อีกผืนยกโบกไปมาก่อนพาดบ่าตามเดิม เขาหยิบลูกเต๋าเล็กทั้งสามลูกบรรจงเช็ดกับผ้าขาวม้าที่หน้าขาแล้ววางลงในถ้วยปิดฝาถ้วยอย่างเบามือ สองมือประคองถ้วยยกสะบัดหนึ่งครั้งเสียงลูกเต๋าดังกร๊อกแกร๊ก ค่อยๆวางถ้วยลง

“เอ๊า แทงๆ พี่น้องแทง (วางเงินพี่น้องวางเงิน)” ตาบัวส่งเสียงบอกอย่างสนุกสนาน

“ดานแรก (ตาแรก) สูงแน่นอน กูว่าสูง” ตาผันพูดบ้าง ทั้งสามวางเงินเสร็จเรียบร้อย

“อย่าแทงกันมากๆ เพื่อนเหอ เราเล่นกันหนุกๆนะ (อย่าลงเงินกันมากๆนะเพื่อน เราเล่นกันสนุกๆนะ)” ตาแปลกบอกเพื่อนๆ

“เอ๊า เปิดๆ พี่น้องเปิด” สามเสียงประสานกันบอก

เสียงเฮลั่นตั้งแต่ตาแรกที่เริ่มเล่น ความสนุกสนานบังเกิดจนลืมสิ่งรอบตัว ผ่านไปพักใหญ่เสียงรถมอเตอร์ไซด์ดังใกล้เข้ามาเมื่อรถเลี้ยวเข้าบ้านวงไฮโลแตกอือทุกคนวิ่งไปคนละทิศละทาง เหลือตาแปลกคนเดียวที่พยายามยันตัวลุกขึ้นพร้อมกวักมือเรียกเพื่อนๆ แต่ไม่มีใครรอแล้ว ตาผันวิ่งไปหลบข้างบ่อน้ำ หย่อนถังจ้วงตักน้ำในบ่อราดตัวเหมือนอาบน้ำจนเปียกปอน ส่วนตาปองนั้นวิ่งสุดชีวิตวิ่งไปหันมามองหลังไม่มองด้านหน้าพอหันไปอีกทีกระแทกกับต้นกระท้อนหงายหลังก้นจ้ำเบ้าเจ็บจนจุกลุกไม่ขึ้น ตาแปลกยังยืนอยู่กับที่เมื่อหายตกใจวิ่งไปเอาถังออกจากมือตาผันพาไปนั่งที่ตะแคร่แล้ววิ่งไปพยุงตาปองให้ลุกขึ้นประคองกลับมาที่ตะแคร่เช่นกัน

สักพักทุกคนได้ยินเสียงครางเบาๆออกจากดงไผ่  “ช่วยที ช่วยกูที กูออกไม่ได้” ตาแปลกเดินตามเสียงไปเห็นตาบัวยืนซุกตัวนิ่งอยู่ในกอไผ่ขยับตัวไม่ได้

“ มึงเข้าไปทำไหร! เข้าไปปรือวะ! แล้วอีออกปรือหึ! (มึงเข้าไปทำอะไร เข้าไปอย่างไรวะ แล้วจะออกมาอย่างไรหึ)” ตาแปลกถามเพื่อน

“ กูกะไม่โร้เหมือนกัน!! กูตกใจ วิ่งพรวดเข้ามา พออีออกออกไม่ได้ หนามไม้ไผ่ทิ่มกูเจ็บแหม็ดแล้ว ช่วยกูทีตะ! (กูไม่รู้เหมือนกันกูตกใจวิ่งพรวดเข้ามาพอจะออกออกไม่ได้หนามไผ่ตำเจ็บไปหมดแล้ว ช่วยกูที)” ตาบัวบอก

ตาแปลกวิ่งไปเอาพร้า (มีดพร้า)จากใต้ถุนบ้านฟันต้นไผ่ฉับๆ สักพักตาบัวก็หลุดออกจากดงไผ่เดินตัวงอไปนั่งที่ตะแคร่เนื้อตัวหน้าตาลายพร้อยจากหนามไม้ไผ่

“ไตรวิ่งกันพันนี้ละเพื่อน ? (ทำไมวิ่งกันขนาดนี้ล่ะเพื่อน?)” ตาแปลกแบกพร้าถามเพื่อนๆ

“เอ๊า!! แล้วไม่ให้วิ่งปรือ นาย(ตำรวจ)มา..นิ” ตาบัวพูดพร้อมชี้ไปที่ตำรวจในเครื่องแบบที่นั่งอยู่บนรถมอเตอร์ไซด์

“อ้อ..เออนาย..โถกแล้ว (อ้อ..เออตำรวจ..ถูกแล้ว)”

ตาแปลกมองตามมือเพื่อนพร้อมพูด “หมันไม่จับพวกสูดอก (มันไม่จับพวกสูหรอก)” ตาแปลกพูดต่อ

“เอ๊า!! นายบ้าไหรไม่จับคนเล่นกร๊อกแกร๊ก (ตำรวจที่ไหนไม่จับคนเล่นไฮโล)" ตาผันเอ่ยขึ้น

                “นี่หมันหลานกู หมันมาเยี่ยมกู !!” ตาแปลกบอก