Get Adobe Flash player

หมองู..ปู่ขาว!! โดย..เชิงภู

Font Size:

            บ้านรกครึ้มกลางดงไม้ใกล้ทุ่งข้าวใหญ่ คือบ้านของปู่ขาว เขาอยู่คนเดียว ตัวคนเดียวไม่มีลูกเมีย สายๆของทุกวันจะเห็นตาโพนเพื่อนบ้านใกล้เคียงคอยมาดูแลเรื่องอาหารการกิน และเป็นผู้ช่วยปู่ขาว..ยามชาวบ้านมารักษาตัว

            บ้านไม้เก่าหลังเล็กยกเสาสูง ทรงบ้านแบบชนบททั่วไปทางแถบปักษ์ใต้ตอนล่าง หลังคาจั่วแหลม บ้านทั้งหลังไม่มีตะปู บันไดสูงหลายขั้นดูแข็งแรงด้วยไม้ยางนา

            ปู่ขาวอายุ79 ปี ผมขาวประปรายสีดำแซม ใบหน้านิ่งนัยน์ตาสงบ ผิวหนังตกกระดำด่างตามวัยผู้สูงอายุ ปู่ขาวมีติ่งหูที่ยาวย้อยกว่าปกติ สองข้างหูมีขนโผล่พ้นรูหูออกมา คิ้วหนาดำแซมขาว จมูกโค้งงุ้มและขนจมูกยาวโผล่ออกมากระดิกยามพ่นลมหายใจออก บุคลิกของปู่ขาวนิ่งเงียบไม่พูดจาเล่นหัวกับใคร เป็นที่เคารพและเกรงขามแก่คนในหมู่บ้านและผู้ที่รู้จักกิตติศัพท์

            ปู่ขาวเป็นหมองูพื้นบ้านรักษาคนถูกงูกัดมาหลายต่อหลายคน คนไหนที่โดนงูเห่า งูกะปะ หรืองูมีพิษชนิดไหนก็แล้วแต่ ถ้าไปถึงมือปู่ขาวรับรองหายขาด แม้แต่บางคนที่ถูกงูเห่ากัดไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลไม่หาย ถ้าหวนกลับมารับการรักษาจากปู่ขาว สบายตัวกลับบ้านทุกราย

ทุกคนในหมู่บ้านหัวคลองเรือรู้จักปู่ขาวกันทั้งนั้น และคนทั่วไปรู้จักหมู่บ้านนี้อย่างกว้างขวางเนื่องจากมีงูชุกชุม ผู้คนโดนงูกัดอยู่เสมอ แต่ทุกคนก็รอดปลอดภัยเสมอเช่นกัน

“ ตาโพนทำไหร (ทำอะไร)? ให้ผมช่วยม่าย (ให้ผมช่วยไหม)?” แสงหนุ่มวัยเกือบเบญจเพสส่งเสียงถามมาจากหน้าบ้าน

“ใครหึ? อ้อไอ้แสง...ไม่พรือ (ไม่เป็นไร) มาช่วยรดน้ำผักให้ปู่ขาว” ตาโพนตอบหลังจากใช้สายตาเพ่งดูคนหน้าบ้าน

แสงยกมือไหว้ปู่ขาวที่นั่งนิ่งอยู่ตรงระเบียงบ้าน ปู่ขาวในยามนี้หน้าหมองคล้ำ ผิวกร้านดำมีสภาพเหมือนคนป่วย ดูสิ้นเรี่ยวแรง แสงมองแล้วให้สะท้อนใจรู้สึกสงสารเป็นที่สุด เขายืนมองสภาพปู่ขาวแล้วเดินผ่านไปหาตาโพน

“ตาโพน ปู่ยังไม่หายดีเหอ? (ยังไม่หายดีเหรอ)” แสงถามตาโพนเมื่อหยุดยืนอยู่ใกล้

“เออ เหมือนที่มึงเห็นนั่นแหล่ะ”  “คนเรากะเหลือเชื่อจริงๆรักษาหายแล้วไม่ยอมมาไหว้ครูพิษงูมันกะย้อนกลับเข้าหาปู่ขาวหมด...ไอ้พวกนี้ให้มันโถกงูขบให้ตาย (ไอ้พวกนี้ให้มันถูกงูกัดให้ตาย)” ตาโพนบอกพร้อมบ่น

สาเหตุที่ปู่ขาวอ่อนแรงเพราะผู้ป่วยคนล่าสุดที่ถูกงูเห่ากัดมาให้รักษานั้น เมื่อหายเป็นปกติแล้วไม่ยอมกลับมาทำพิธีไหว้ครู พิษงูที่ไล่ออกจากตัวจึงเล่นงานปู่ขาวแทบสิ้นแรงต้องรักษาตัวเองเพื่อเป็นหมอให้กับคนถูกงูกัดรายต่อไป

“งูกะชุมจริงท่องบ้านเรา หมันมาจากไหนลุยเสียเหม็ด ขบไม่เลิกไม่เร้อ (งูก็ชุกชุมจริงทุ่งบ้านเรามันมาจากไหนเยอะแยะ กัดไม่เลิกไม่ลา)” แสงบ่นพลางก้มลงเก็บใบไม้ที่ร่วงเกลื่อนบนพื้น

“เขาว่าตามๆกันมานะ เขาบอกว่างูมันท้าทายปู่ขาว ถ้าหมดปู่ขาวต่อใด (มื่อไหร่) งูบ้านหัวคลองเรือกะไม่ชุมและไม่ขบใคร” ตาโพนบอกหนุ่มแสง

“ แรกวาซือ (เมื่อวานซืน) ไอ้ไข่บอกว่าพบงูเห่าปลาช่อน ดีนะมันตีตายเสียก่อน” แสงบอกเล่า

“ เออ!! ต้องวังๆ (ระวังๆ) ถ้าเห็นเหมือนปลาช่อน แต่ตัวยาวหวา (ยาวกว่า) อาม่ายครีบ (ไม่มีครีบ) เกล็ดทวนขึ้นบนหัว (เกล็ดย้อนขึ้นไปทางหัว) แล้วกะหางเหมือนจิ้งเหลน อยู่ห่างๆไว้ เห่าช่อนแน่นอน” ตาโพนอธิบายยาวเหยียด

สายลมพัดเย็น ยามเช้าอากาศสดชื่น ท้องฟ้าโปร่งโล่ง ปู่ขาวนุ่งโสร่งเนื้อตัวท่อนบนเปล่าเปลือย บ่าพาดผ้าขาวม้าค่อยๆเดินลงบันไดบ้าน เท้าเหยียบพื้นเอามือไขว้หลังเดินตรงไปหลังบ้าน

หลังจากปู่ขาวเดินสำรวจพืชสมุนไพรหลังบ้านแล้ว ก็หมุนตัวหันหน้ามองไปทางหน้าประตูเข้าบ้าน ตาโพนที่รดน้ำผักอยู่ขมวดคิ้วมองตามปู่ขาวที่เดินกลับย่างเท้าขึ้นบันไดบ้านและนั่งสงบอยู่ตรงระเบียงบ้านเหมือนรอคอยอะไรสักอย่าง

“ตาโพน ตาโพน ช่วยทีๆ (ช่วยด้วยๆ) ไอ้ไข่โถกงูขบ (ถูกงูกัด)”  แสงส่งเสียงเรียกพร้อมดันรถรุน(รถเข็น)ที่ใส่ร่างไอ้ไข่หนุ่มวัยเดียวกันเลี้ยวเข้าประตูบ้าน  ตาโพนเห็นแล้วเลยเข้าใจเหตุการณ์เมื่อสักครู่...ปู่ขาวรู้แล้วว่าวันนี้ต้องมีคนมารักษาตัว!!

ตาโพนวางอุปกรณ์รดน้ำผักเดินจ้ำอ้าวขึ้นบันไดบ้านไปนั่งลงข้างๆ ปู่ขาว ส่วนแสงนั้นยกร่างของเพื่อนแบกขึ้นบ่าย่างขึ้นบันไดบ้านอย่างทุลักทุเล

ไอ้ไข่นัยน์ตาปรือ จะหลับมิหลับแหล่ นอนอยู่ตรงหน้าปู่ขาว  มือเหี่ยวย่นนิ้วงอหงิกวางอยู่บนศีรษะไอ้ไข่ อีกมือหนึ่งวางทาบบนแผลเล็กสองจุดที่เลือดซึมอยู่ที่หลังมือของไอ้ไข่ ปู่ขาวนั่งตัวตรงสูดหายใจเข้ายาวลึกค่อยๆหลับตา ปากขมุบขมิบ ผ่านไปพักใหญ่ค่อยๆลืมตาขึ้น แล้วลุกขึ้นยืนพาตัวเองลงบันไดหายไปหลังบ้าน

ไอ้ไข่ลืมตาเต็มตา กรอกสายตามองขื่อหลังคาและมองหน้าเพื่อน ตาโพนส่งยิ้มให้กำลังใจส่วนมือนั้นสาละวนอยู่กับห่อผ้าขาวข้างตัว

“งูเห่าขบนะมึง แต่ไม่พรือแล้ว (ไม่เป็นไรแล้ว) ปู่ขาวจัดการให้แล้ว นอนนิ่งๆสักเดี๋ยวนะ” ตาโพนบอก

“เจ็บแผลที่งูขบม่าย (เจ็บแผลที่งูกัดม่าย)? ” แสงถามเพื่อน

“ไม่เจ็บแล้ว” ไข่ตอบ

ปู่ขาวเดินขึ้นบันไดบ้านมาพร้อมสมุนไพรในมือกำใหญ่ เมื่อหย่อนตัวนั่งข้างๆร่างไอ้ไข่ ครกพร้อมสากตำที่ตาโพนเตรียมให้นั้นพร้อมอยู่ข้างตัว ปู่ขาวเอาสมุนไพรในมือลงครกตำไปสักพักวางสากลงใช้มือควักขยำๆแล้วเอาไปวางโปะบนแผลตรงหลังมือ ผ่านไปอึดใจเดียวเสียงครางอย่างเจ็บปวดออกจากปากไอ้ไข่ ปู่ขาวยังคงวางมือประกบสมุนไพรลงบนแผลหลับตาปากขมุบขมิบ

ไอ้ไข่ก้มลงกราบปู่ขาว ที่นั่งสงบนิ่ง อยู่ตรงหน้า ตาโพนยื่นห่อผ้าขาวให้พร้อมกำชับบอก

“เอายาในหอ(ห่อ)นี้ไปต้มกินเจ็ดวันนะ”

“อ้อ ไอ้แสงมึงพาไอ้ไข่ไปอยู่บ้านมึงก่อน ไอ้ไข่เมียมันท้องอยู่ ไปอยู่ด้วยไม่ได้เดี๋ยวแผลเจ็บมากหวาเดิม(เจ็บมากกว่าเดิม) อยู่บ้านมึงกินยาต้มครบเจ็ดวัน แล้วค่อยมาไหว้ครู แล้วค่อยกลับบ้านนะไอ้ไข่นะ” ตาโพนสั่งทั้งแสงและไอ้ไข่

ไอ้ไข่หน้าตาสดใสเดินเลี้ยวเข้าบ้านปู่ขาวอย่างอารมณ์ดี มือขวาหิ้วปิ่นโต ส่วนมือซ้ายหิ้วตะกร้าบรรจุอุปกรณ์ไหว้ครู

“ปู่ขาวครับ ไอ้ไข่หายดีแล้ว มันยกชั้น (ปิ่นโต) มาไหว้ครู” ตาโพนบอกปู่ขาวที่นั่งหลับตาอยู่ที่ระเบียงบ้าน

ไอ้ไข่ส่งปิ่นโตที่บรรจุอาหารคาวหวานให้ตาโพนและรับพาน วางเทียน9 เล่ม หมากพลู9 คำ ดอกไม้9 ดอกและเงิน9 บาท ลงในพาน ยื่นส่งให้ตาโพน

สิ่งของไหว้ครูเรียบร้อยตรงหน้าทั้งสามยกมือขึ้นพนมมือไหว้ ปู่ขาวปากขมุบขมิบ ไม่นานนักลืมตาขึ้นด้วยแววตาและดวงหน้าที่สดใส

ณ โคนต้นโตนดข้างบ้านปู่ขาว ตาโพนและไอ้ไข่เทอาหารคาวหวานใส่กระทงใบกล้วยวางไว้ใต้โคนต้นตาลเก็บปิ่นโตเสร็จแยกย้ายกันกลับบ้าน

“มึงไม่ต้องห่วงแล้ว ไอ้ไข่ รับรองหายขาด ส่วนเบี้ย (เงิน) 9 บาทเดี๋ยวเอาไปถวายวัดให้นะ ” ตาโพนบอกพร้อมตบบ่าหนุ่มรุ่นลูก

เมื่อสองหนุ่มต่างวัยเดินพ้นคันนาก้าวขึ้นถนน แสงขี่จักรยานมาถึงพอดี ตาโพนยิ้มเพราะคิดถึงและอยากใช้งานอยู่พอดี

เสียงไอโครกดังแรงจากในห้องบนบ้านไม้หลังเล็ก ตาโพนที่อยู่หลังบ้านมองมาตามเสียงส่งสายตาเป็นห่วง หลายวันมานี้ปู่ขาวไม่ค่อยสบาย ระยะหลังมานี้บ้านปู่ขาวเงียบลงไปถนัดตาเพราะคนที่โดนงูกัดมีน้อยลง..เหมือนอสรพิษจะรู้ว่าปู่เฒ่ากำลังป่วยอยู่

ชาวบ้านเต็มหน้าบ้านและลานบ้านปู่ขาว ยามนี้ปู่ขาวนอนอยู่บนบ้าน ตาโพนและคนเฒ่าคนแก่ที่เป็นผู้ชายอีกสองคนกำลังดูแล คอยปรนนิบัติปู่ขาวอย่างใกล้ชิด  ปู่ขาวสายตาเลื่อนลอยมองนิ่งสู่ขื่อเพดาน

แสงสะพายข้องเดินอย่างเร่งรีบบุกป่าข้าวเพื่อไปให้ถึงบ้านปู่ขาวให้เร็วที่สุด ไอ้จุกวิ่งมาบอกกลางทุ่งว่าปู่ขาวใกล้สิ้นแล้วเขาต้องการกลับไปให้ทันเวลา แสงทั้งวิ่งทั้งเดิน..หยุดมองเห็นหลังคาบ้านปู่ขาว... หลังบ้านมีชาวบ้านยืนเกาะกลุ่มกันอยู่...อีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว

เสียงขู่ฟู่ๆ อยู่ข้างหน้า แสงก้มมองแล้วใจหายวาบ...งูเห่าตัวใหญ่แผ่แม่เบี้ยพร้อมฉกอยู่ด้านหน้าเขาเพียงเล็กน้อย..ถ้าเขาขยับ...จะโดนแน่ๆ แสงวัดใจยืนนิ่งเพ่งมองตางูตัวนั้น

เวลาผ่านไปทีละน้อยแต่เนิ่นนานเหลือเกินในความรู้สึกของแสง ..เหงื่อเม็ดโต..ซึมที่หน้าผากค่อยๆหยดไหลลงสู่ตา

เหงื่อหยดเข้าตา แสงค่อยๆกระพริบตา  พร้อมกับแม่เบี้ยงูเห่าที่เคลื่อนตัวไปด้านหลังส่งแรงพร้อมฉก!

เสียงร้องไห้โฮของชาวบ้านดังระงม...

..แสงรู้สึกตัวสะท้าน ใจยะเยือก พร้อมกับอสรพิษร้ายตัวนั้น...ที่ชะงักเช่นกัน!!...

-----------------------