Get Adobe Flash player

ย่างเท้า...เข้างานวัด โดย..เชิงภู

Font Size:

ในหนึ่งสัปดาห์ฉันทำงานทั้งหมดหกวัน วันอาทิตย์เป็นวันหยุดวันเดียวของฉัน ดังนั้นเมื่อตื่นเช้าปุ๊บ ฉันรีบลุกจากที่นอนทำงานบ้านให้เสร็จโดยเร็วเพื่อจะได้มีเวลาเหลือ...นั่งเล่นบ้าง

            หลังจากเปิดหน้าต่างออกทุกบาน เพื่อรับลมเย็นเข้าบ้าน เสียงเพลงลูกทุ่งแว่วเข้ามา ฉันเดินออกมาหน้าบ้านเพื่อหาที่มาของเสียงเพลง ใช่แล้ว..เสียงเพลงดังมาจากวัดเก่าแก่ที่อยู่ฝั่งถนนด้านโน้น

            เมื่อออกมายืนหน้าบ้าน ฉันได้โอกาส บิดเนื้อตัวเพื่อออกกำลังกาย บ้านฉันสองข้างบ้านถูกขนาบด้วยสวนกล้วย พ้นป่ากล้วยเป็นดงต้นกระถินยาวเกือบครึ่งกิโลเมตร ยามหน้าฝนดูรกครึ้ม แต่ตอนนี้ใกล้เมษาแล้ว หน้าร้อนยิ้มรับ ต้นกระถินใบออกเขียวเหลือง ยอดกระถินงามๆไม่ค่อยมีให้เห็นและเก็บกินได้เหมือนช่วงหน้าฝน แต่ฝักกระถินเริ่มแก่ เม็ดข้างในแข็งกำลังดี เหมาะแก่การปอกเอาเม็ดในทำกับข้าว หรือเป็นผักกินคู่กับข้าว

            ส่วนหลังบ้านของฉันเป็นทุ่งนา เจ้าของเพิ่งให้รถตัดข้าวไปเมื่อวาน ตอข้าวและซังรุ่ยส่งกลิ่นหอมตามลมโชย...ฉันชอบกลิ่นนี้จัง!!

            ฉันว่าฉันตื่นเช้าแล้วแต่ก็ช้ากว่าตาเต่าเป็นแน่แท้ เสียงมอๆ ดังจากปากฝูงวัวที่เดินเรียงแถวอยู่กลางทุ่งหลังบ้าน รั้งท้ายด้วยตาเต่าที่สะพายย่ามเก่า มือขวาถือไม้เรียวยาวคอยไล่วัวที่ไม่ยอมเดิน ฝูงวัวเดินเล็มหญ้าบนคันนา บางตัวย่ำลงทุ่งกัดทึ้งต้นข้าวรวงข้าวที่หลงเหลือจากการตัดเกี่ยว วัวบางตัวเอร็ดอร่อยกับซังต้นข้าวใหม่ก้มหน้างุดกินไม่ยอมเงยหน้า

            ตาเต่าเดินตรงมาหาฉันพร้อมส่งรอยยิ้มทักทาย ส่วนตัวฉันแอบทึ่งผู้ชายคนนี้ ฉันปลูกบ้านอยู่ที่นี่หลายปีแล้ว เห็นเขาเลี้ยงวัวอยู่ทุกวี่วัน ไม่เคยเปลี่ยนอาชีพ ให้รู้สึกชื่นชม เพราะคนสมัยนี้ไม่มีแล้วที่จะยึดอาชีพเลี้ยงวัว

            “ หวัดดี..วันนี้ไม่ทำงานเหรอ?” ตาเต่าทักทายฉัน

            “ วันหยุดค่ะ ” ฉันตอบ

            “ เดี๋ยวตาขอกระถิน ตรงนั้นสักหน่อยนะ ฝักงามเลย จะเอาไปให้หลานชายมันกินแก้พยาธิสักหน่อย” ตาเต่าบอกพร้อมชี้มือไปที่ดงกระถินใกล้บ้านฉัน

            “ เก็บไปเลยตา ตามสบายค่ะ ว่าแต่วัดโน่นเขามีงานเหรอคะ? หนูได้ยินเสียงเครื่องไฟ” ฉันสอบถาม

            “ ใช่ๆ ไปเที่ยวซิ วันนี้วัดสุดท้ายแล้ว งานวัดประจำปี ทางวัดมีล้วงไหด้วยนะ มีของเยอะเยอะเลย” ตาเต่าบอกพร้อมโฆษณา

          หกโมงเย็นแดดร่มลมตก ฉันขับมอเตอร์ไซค์คู่ใจตรงไปยังวัดที่มาของเสียงเพลง ถนนคอนกรีตสายเล็กที่อบต.เพิ่งซ่อมเสร็จดูสะอาด ขับรถสบาย สองข้างเป็นท้องทุ่ง ซึ่งตอนนี้ข้าวรวงถูกเก็บเกี่ยวหมดแล้ว เหลือไว้แค่ตอซังโด่เด่

          บรรยากาศสบายจังเลย ฉันรู้สึกปลอดโปร่ง สดชื่น ความสุขบางครั้งไม่ต้องไปไขว่คว้าหา แค่ริมทุ่งริมทางก็สร้างสุขให้ได้เหมือนกัน พ้นบริเวณวัดเข้ามา ความครึกครื้นเต็มพื้นที่ ผู้คนเริ่มทยอยกันมาเที่ยว บริเวณวัดถูกตกแต่งด้วยหลอดไฟ ดวงไฟ หลากสี ดูสวยงาม เครื่องปั่นไฟดังระงม ..แน่ล่ะ!! ไฟต้องใช้เยอะขนาดนี้คงต้องมีเครื่องปั่นไฟไม่ต่ำกว่าสองตัวอย่างแน่นอน

            งานแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกอยู่บริเวณวัด ที่ลานกว้าง กางเต็นท์ใหญ่ข้างในมีไหใบโตวางเด่น รายรอบด้วยสิ่งของพร้อมแจกเมื่อญาติโยมยื่นเศษกระดาษให้เจ้าหน้าที่ดู ทุกคนดูสนุกสนานกับบรรยากาศตรงนั้น 

            ส่วนอีกด้านเป็นพื้นที่สำหรับพ่อค้าแม่ขายที่จับจองพื้นที่ขายของส่วนนั้นอยู่กลางทุ่งนา เต็นท์หลายหลังถูกกางคร่อมทุ่งที่เพิ่งเกี่ยวข้าวเสร็จไม่นาน แม่ค้ามากมายปักหลักขายของรวมทั้งประปรายคนเดินเลือกซื้อเลือกชมสินค้า

            ไม่ไกลจากเต็นท์นัก โฆษกงานวัดกำลังโฆษณาเชื้อเชิญผู้คนให้มาล่วงไห และบริจาคให้กับทางวัด พร้อมพูดแจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการของวัดที่กำลังจะเกิดขึ้น ฉันจอดรถเสร็จหันมองบรรยากาศรอบกาย...ให้คิดถึงตอนเด็กๆ

          ฉันหยุดเดินแหงนหน้ามองหลอดไฟสีสวย ที่จัดติดเป็นรูปดอกไม้มีมอเตอร์ควบคุมให้หมุนได้ สวยงามมาก ฉันอมยิ้มถูกใจ เอ่ยชมในใจสำหรับคนที่จัดทำ

            ฉันเดินผ่านลานล้วงไห ตรงไปยังทุ่งขายขาย สินค้ามากมายติดราคาไว้ไม่แพงเหมือนการออกงานทั่วๆไปคงเป็นเพราะทางวัดไม่ได้เก็บค่าเช่าแต่ให้ร้านค้าแต่ละร้านบริจาคเงินเข้าวัดตามความศรัทธา สินค้าจึงอยู่ในระดับที่ซื้อหาได้เหมือนตามท้องตลาดทั่วๆไป

            ด้านหน้าร้านค้าเป็นเวทีขนาดกลาง แสงสีพร้อมสำหรับดนตรีในค่ำคืนนี้ ลานกว้างหน้าเวทีดนตรี..ตอซังซบจมดิน เด็กๆ วิ่งเล่นไล่จับกันอย่างสนุกสนาน

            เช็คดูด้วยสายตาเมื่อยามเดินผ่านแต่ละร้าน งานวัดครั้งนี้มี ร้านขายก๋วยเตี๋ยวและร้านขายผัดไทยมากที่สุด รองลงมาเป็นลูกชิ้นทอด และเสื้อผ้า และอีกฝั่งร้านค้าที่ทอดยาวเรียงกันนั้นคือ ร้านปาโป่ง

            ความต่างของงานวัดสมัยนี้กับงานวัดเมื่อก่อน สิ่งที่บอกได้ชัดเจน คือ สิ่งของที่นำมาขายในวัด เมื่อก่อนนั้นมีสินค้าพื้นบ้าน วางประดับ ของกินที่เป็นอาหารพื้นบ้านหลากหลายให้ลิ้มชิมรส แต่เดี๋ยวนี้มีแต่เสื้อผ้า และของกินที่กลาดเกลื่อนตามท้องตลาด..ธรรมดาเวลาเปลี่ยน บรรยากาศงานวัด ก็เปลี่ยน..ไปบ้าง

            “ ป้าหนมผิงถุงเท่าไหร่คะ?” ฉันถามแม่ค้า

            “ ถุงละ 20 บาทจ้า” แม่ค้าตอบพร้อมรอยยิ้ม

            เดินอยู่หลายรอบบังเอิญไปเห็นร้านขายขนมที่ซุกอยู่ริมเต็นท์ แม่ค้าเสื้อผ้ามอมแมมแต่สายตาจริงใจ ฉันชอบขนมบ้านๆ อยู่แล้วเลยตัดสินใจซื้อมาสามถุง

            เดินผ่านร้านก๋วยจั๊บให้รู้สึกอึ้งไปนิดหนึ่ง ผู้หญิงวัยกลางคนปูกระสอบปุ๋ยนั่งอยู่กับเด็กหญิงวัยประมาณสี่ขวบได้ ข้างหน้ามีขันพลาสติกใบเก่าวางอยู่ในขันมีเศษเงินเล็กน้อย ข้างขันมีขวดนมเก่าดูสกปรกสองขวดวางอยู่ด้วย

            ฉันไม่แน่ใจว่าผู้หญิงนั้นเป็นแม่หรือยายกันแน่ เธอนั่งพนมมือก้มหน้านิ่ง ส่วนเด็กผู้หญิงนอนเล่นอยู่ข้างๆตัว ฉันอดใจอ่อนไม่ได้หย่อนเหรียญลงในขัน เธอคนนั้นงึมงำขอบคุณ

            เสียงเฮลั่นจากอีกฝั่งร้านค้าแถวร้านปาโป่ง ฉันสาวเท้าเดินไปตามเสียง บริเวณนี้เต็มไปด้วยผู้คน โดยเฉพาะหนุ่มสาว ทุกคนสดชื่นยิ้มแย้ม หลายคนจดจ่ออยู่กับการปาลูกดอกให้โดนลูกโป่งที่ยัดแน่นอยู่ในกรอบไม้ คนไหนปาได้ครบได้ของไปก็มีความสุข คนไหนปาไม่ได้ทำหน้าเสียดายสุดแสน

            ฉันยืนอมยิ้มตาเพ่งมองรอบๆบริเวณ ร้านปาโป่งแต่ละร้านไม่ใหญ่มาก ความยาวร้านประมาณสองเมตรกว่าๆ ด้านหน้าตรงคนปาเป็นบล็อกไม้บรรจุลูกโป่งยาวรี เมื่อโดนปาแตก เจ้าของจะนำลูกโป่งไปเติมใส่  อีกคนคอยขายลูกดอก บรรยากาศดูสนุกสนาน

            “ ลูกดอกต้องซื้อยังไง?” ฉันถามคนที่ยืนขาย

            “ สามดอก 20 บาทครับ ปาลูกโป่งแตกทั้งสามดอก รับไปเลยตุ๊กตาที่วางและห้อยอยู่ด้านบน” คนขายลูกดอกบอกรายละเอียด

            ฉันซื้อลูกดอกสามดอก ปาโป่งลูกแรกแตกดังพลั่ก ครั้งที่สองลูกดอกโดนลูกโป่งแต่กลับเด้งดึ้งกระเด็นออกไป  ลูกสุดท้ายโดนลูกโป่งแตกโป๊ะ แต่ฉันไม่ได้อะไรเพราะปาแตกแค่สองลูก

            กลิ่นหอมของผัดไทยโชยออกจากกระทะใหญ่ชวนให้น้ำลายสอ คนผัดกล้ามใหญ่ใส่ผ้ากันเปื้อน มีผ้าขาวโพกหัวและผ้าขนหนูห้อยคอ สองมือจับตะหลิวคอยพลิกผัด ผัดไทยในกระทะ ฉันอดไม่ได้เดินเข้าไปนั่งสั่งกินหนึ่งจาน

            “ อร่อยไหมลูก?” ป้าคอยเดินเก็บจานผัดไทยถามฉัน

            “ อร่อยมากค่ะป้า” ฉันตอบยิ้มๆ

            “ แล้วหนูล้วงไหหรือยัง?” ป้ายังคงถามต่อ “ ยังเลยค่ะ” ฉันตอบ

            “ ไปเลย ลองล้วงดู หน้าตาอย่างหนูได้รางวัลชิ้นโตแน่ๆ เชื่อป้าซิ!!” ป้าเชิญชวน

            ....มาเลยครับ สองเท้าก้าวเข้ามา มือล้วงลงไป ส่งให้เจ้าหน้าที่ รับรองได้ทุกคน รางวัลรออยู่เพียบครับ...เชิญครับ เชิญครับ...เสียงโฆษกงานวัดทักทายและเชิญชวนผู้คนมาเที่ยวงานให้ไปล้วงไห ฉันยืนอยู่ไม่ไกลจากเต็นท์มากนัก กำลังชั่งใจว่าจะล้วงดีไหม

            ความมืดของหัวค่ำปกคลุมทั่วลานวัด ฉันขับรถมอเตอร์ไซค์ออกถนนใหญ่ หันกลับมามองวัดอีกครั้ง สวยงามด้วยไฟหลากสี ...ฉันไม่อยากให้วิถีชุมชนแบบไทยๆของเราต้องเปลี่ยนไปตามแรงเหวี่ยงอันหนักหน่วงของโลกสมัยใหม่ จนต้องโหยหาเรื่องราวจากรูปภาพเหมือนชุมชนเก่าแก่หลายแห่งในขณะนี้ ฉันกดชัดเตอร์ไปหลายภาพ...ขับรถเงยหน้าท้าลม..หัวค่ำ ลมสะบัดถุงพลาสติกที่แขวนอยู่แฮนรถดังปับๆ

....น้ำยาล้างจานขวดน้อยและฝอยขัดหม้อ พร้อมเศษกระดาษบอกหมายเลขรางวัล..อยู่ในนั้น..

 

------------------------------------------------