Get Adobe Flash player

ยายหมุนลาต้า โดย..เชิงภู

Font Size:

 

                เช้าตรู่วันใหม่แสงละมุนโอบล้อมท้องทุ่ง ตาลโตนดคู่ดูแข็งแรงยืนโด่เด่ท้าทายแสงที่ส่องจ้าขึ้นเรื่อยๆ นกเอี้ยงสองสามตัวบินพรวดออกจากใบใหญ่แตกแห้งของต้นตาลมุ่งตรงสู่ภูเขาเบื้องหน้า รังนกกระจาบมากมายที่ห้อยระยางจากใบตาลนั้นแกว่งไกวยามลมพัดแรง...ยามนี้ดูงดงามและสวยสดใส

                หญิงวัยหกสิบต้นๆ ที่ร่างกายเล็กแกรน ผมดำแซมขาว นุ่งผ้าถุงผืนเก่ารองเท้าฟองน้ำที่หาสีไม่เจอ เสื้อแม่ไก่ (เสื้อคอกระเช้า) ตัวเก่งและสวมทับด้วยเสื้อตัวนอกแขนยาวสีดำกระเป๋าสองข้างตรงชายเสื้อดำปิ๊ดปี๋

                ยายหมุนเดินไม่รีบร้อนบนถนนคอนกรีตสายเล็กที่ยังคงใหม่เอี่ยม ตัวถนนเรี่ยมเร้ ถนนนี้เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อไม่นานมานี้เอง ทางหมู่บ้านเพิ่งจัดสรรงบนำมาสร้างความเจริญให้หมู่บ้านโดยการทำถนนหนทางเป็นอย่างแรก

                ร้านขายของแห่งเดียวของหมู่บ้านจอแจไปด้วยผู้คนมาจับจ่ายซื้อของยามเช้า แม่ค้าเหงื่อซกเพราะเพิ่งกลับจากตลาดสดในตัวเมืองกำลังวางเรียงพืชผักปลาอาหารแห้งให้ชาวบ้านเลือกซื้อ ยายหมุนเดินตรงไปที่ลังโฟมใบเก่า เมื่อเปิดฝาลังไอเย็นของน้ำแข็งก้อนเล็กๆกระทบแขน ปลาทูสดตัวน้อยใหญ่นอนตาใสเรียงรายทับซ้อนกัน ยายหมุนอมยิ้มมุมปาก

                มือหงิกกร้านแข็งแรงจับหางปลาทูตัวใหญ่สองตัวเดินตรงไปหาแม่ค้า สังเกตได้ว่ายายหมุนพยายามเดินห่างๆผู้คน หลบหลีกไม่ให้โดนใคร

                “อีแคว้ม กูเซ้อ (ซื้อ) ปลาทูสองตัวนี้” ยายหมุนบอกเจ้าของร้านที่ยังคงง่วนกับการวางของขาย

                “สองตัวนี้ สิบห้าบาท” เจ้าของร้านหันมองแวบเดียวแล้วบอกราคา

                ยายหมุนจ่ายเงินเสร็จหย่อนปลาสองตัวลงกระเป๋าเสื้อ ซึ่งเจ้าของร้านรู้ดีถ้ายายหมุนมาซื้อของไม่ต้องเตรียมถุงอะไรให้ เพราะจะซื้อไม่มากและทุกอย่างที่ซื้อเสร็จใส่ลงกระเป๋าเสื้อนอก กระเป๋าเสื้อเหมือนถุงใส่ของเลยก็ว่าได้

                “ เอ้ย! ..แม่มึง ปลากูสูญ..เดี๋ยวกูถีบตาย !! ” เสียงร้องเอะอะออกจากปากยายหมุนเมื่อเพื่อนบ้านเดินมาชนมือป่ายโดนตัว แต่เสียงนี้ไม่ได้ทำให้ใครสนใจ บางคนอมยิ้ม บางคนก็หัวเราะออกมา ทุกคนรู้ดีว่ายายหมุนชอบลาต้า (บ้าจี้) แกถึงพยายามเดินห่างๆผู้คน

                เสื้อนอกถูกถอดแขวนไว้กับตะปูข้างฝาบ้าน ปลาทูสองตัวล้างทำความสะอาดบั้งยาวๆวางอยู่ในกะละมังใบเล็ก

                ยายหมุนถลกผ้าถุงนั่งลงกับพื้นฟาก ตำเครื่องในครกอย่างตั้งใจ ไม่นานนักกลิ่นแกงส้มผักบุ้งหอมฉุย

                “แม่แก่ (ยาย) แกงไหร (แกงอะไร)?” ต้มเด็กชายวัยสิบเอ็ดขวบผู้เป็นหลานกระโดดเข้ามาในครัว

                “..แม่มึง!! แกงกูฮ๊ก (แกงกูหก) ” เสียงร้องออกจากปากยายหมุนพร้อมกับจวักตักแกงในมือปลิวไปโดนฝาบ้าน

                “ไอ้ต้ม ไอ้เปรต ไอ้เบล่อ (คำด่าของคนปักษ์ใต้) กูตบหูแตก” ยายหมุนเอามือเท้าสะเอวด่าหลานไม่ยั้ง ส่วนเด็กชายต้มหัวเราะร่วนที่ได้แกล้งยายพร้อมหยิบจวักมาให้

                ต้มเป็นหลานคนเดียวที่ชอบแหย่ หยอกผู้เป็นยาย เพราะรู้ว่ายายหมุนเป็นคนบ้าจี้ แต่ต้มรู้ว่าต้องหยอกอย่างไร จะเข้ามาหยอกหรือแหย่ยายนั้นต้องระวังตัวอย่าให้ใกล้จนเกินไปเพราะอาจเจ็บตัวได้

                ส่วนยายหมุนก็เตือนหลานคนนี้เสมอว่า อย่าทำแบบนี้เพราะเผื่อตัวเองลืมตัวยั้งไม่ทันต้มอาจจะโดนทั้งคำด่าและอาวุธ ซึ่งที่ทำออกไปนั้นก็ไม่ได้ตั้งใจแต่ปากและร่างกายไปเองโดยอัตโนมัติในช่วงเวลานั้น

                “ขอโทษครับๆ หยอกหิดหุ้ย (เล็กน้อย) นิ ..อย่าโกรธกันนะ” ต้มเอ่ยปากขอโทษทำหน้าทะเล้นใส่จนยายหมุนอมยิ้มเริ่มกลับสู่อารมณ์เดิม

                “เออ ไม่โกรธ แล้วแม่ม (แม่) มึงไปไหน?” ยายหมุนถามหลาน

                “เห็นบอกว่าไปเก็บข้าวอ่อนมาติ่มเม่า (ตำข้าวเม่า)” ต้มบอก

                ยายหมุนเอาจวักไปปักเก็บไว้ข้างฝา ซึ่งเรียงรายไปด้วยจวักหลายขนาดพร้อมหยิบใช้งาน ด้ามจวักโผล่ออกมาสะดวกในการหยิบจับ ยายหมุนตักข้าว ตักแกงใส่ถ้วยวางบนพื้นฟาก พร้อมกินข้าวกับหลานรัก ขยับตัวไปมาไม่เท่าไหร่ก็ต้องแหกปากอีกครั้ง

                “...แม่มึง!! ไอ้เด็กเปรตตตต ตูตี้กูไซรหล่าว (เอานิ้วจิ้มทำไมอีก)? ” ยายหมุนโวยวาย แต่พอหันมามองเห็นต้มนั่งตักข้าวเข้าปาก ทำหน้างงที่โดนยายว่า

                “แม่แก่ด่าผมไซรนิ (ยายด่าผมทำไม)? ผมนั่งกินข้าวอยู่นี่ ” ต้มถาม แปลกใจ

                “อ้าว!! ด้ามวั๊กทิ่มเอวกูนิ (ด้ามจวักทิ่มเอวกู) !!”

                “ ฮ่าฮ่าฮ่า ”