Get Adobe Flash player

มาตั้งวง โดย..เชิงภู

Font Size:

 

                เสียงหัวเราะประสานกันดังออกจากหน้าบ้านหลังหนึ่ง เสียงหัวเราะนั้นสดใสเหมือนเสียงของสาวน้อยก็ไม่ปาน ทำให้สมภพชะลอฝีเท้าลงแล้วเลี้ยวเข้าบ้านนั้นทันที เมื่อไปถึงภาพที่เขาเห็นคือ ผู้เฒ่าสามนาง นับอายุรวมกันคงไม่ต่ำกว่าสองร้อยปีแน่นอน นั่งอยู่บนตะแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน

บรรดายายทั้งสามคน สมภพรู้จักดี ยายสีนั้นนั่งไขว่ห้างกระดิกขา ส่วนยายทานั่งยืดขาอยู่บนตะแคร่ ยายคล้ายเพิ่งเก็บสัมภาระกลางตะแคร่เสร็จ ทั้งสามมีอาวุธข้างกายคือเชี่ยนหมาก (ภาชนะใส่อุปกรณ์ตำหมาก) ของกินยามว่างที่ขาดไม่ได้ คงสุขใจกับเรื่องราวบางอย่างเพราะหัวเราะจนน้ำหมากกระเซ็น

“หวัดดีครับ คุณยายๆ บายดี (สบายดี) กันนะครับ” สมภพยกมือไหว้และส่งเสียงทักทาย

“ใครนิ? เข้ามาแค่ๆตะ (เข้ามาใกล้ๆซิ) ได้แลหน้าให้ชัดๆ” ยายคล้ายบอก

“ไอ้ภพใช่ม่าย? ไอ้หลานบ่าว ได้ข่าวว่าสอบได้ตำรวจ ” ยายทาถาม

“ครับผม! มาประจำอยู่บ้านเรานี่แหล่ะ” สมภพบอกทุกคน

                บ้านของสมภพอยู่ติดกับบ้านของสามยาย ทุกคนเป็นเครือญาติกันทั้งนั้น สมภพอมยิ้มเมื่อนึกถึงสามยายที่ใช้ชีวิตเป็นยายพื้นบ้าน เป็นที่รักของลูกหลาน และมีเสียงหัวเราะออกจากปากทุกวันแตกต่างกับคนแก่ในเมืองที่เขาไปร่ำเรียนมา คนแก่ในเมืองใหญ่ดูเหงาเศร้า ชีวิตเหมือนโดนกักให้อยู่ในบ้านที่มีขอบเขตแค่รั้วบ้านเท่านั้น แต่สามยายที่นี่ดูโลกกว้างใหญ่จะเดินเหินไปทางไหนก็ได้ ไม่สิ้นสุด

                เสียงหัวเราะยังคงลอยมาให้ได้ยิน สมภพย่างเท้าขึ้นบันไดบ้าน จมูกได้กลิ่นอะไรบางอย่างลอยมาตามลม เขาชะเง้อมองไปทางหลังบ้านที่ต้นยางนาใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขา ดอกแก่สีน้ำตาลหลายดอกหลุดจากขั้วหมุนติ้วตามกันบินลงสู่พื้นเป็นภาพสวยไม่น้อย ใต้โคนต้นระดับเอวเป็นช่องโหว่เล็กน้อยมีควันจางๆลอยกรุ่นออกมา สมภพอมยิ้มเดินขึ้นบ้านไป

                “พอก่อนๆค่อยมาหนุกกันหล่าวนะ (ค่อยมาสนุกกันอีกนะ)” ยายคล้ายเจ้าของบ้านบอกเพื่อนๆ“ เดี๋ยวกูไปแคว็ก (ขุด) ขี้ชัน (น้ำมันจากต้นยางนาที่ขุดเป็นโพรงและจุดไฟเผาดับไฟเสร็จจะมีน้ำมันออกมา) ที่ต้นยางก่อน หมกไว้แรกคืน (เผาไว้เมื่อคืน) ”

                “กูกะต้องไปเก็บใบยาสูบมาตากแดด ทำยาเส้นให้หอมฉุยไว้เหนียดปาก (ยาเส้นม้วนกลมใส่ไว้ระหว่างเหงือกกับปาก)” ยายสีบอก

                “ส่วนกู ไปเก็บใบพลู เดี๋ยวเก็บมาเผื่อ ปูนกินหมากเหลือลุยเสียเหม็ด (เหลือเยอะ) พลูอีเหม็ดแล้ว (ใบพลูจะหมดแล้ว)” ยายทาบอกหน้าที่ของตัวเอง

                เสียงกุกกักกรอบแกรบเมื่อเท้าเหยียบใบยาง สมภพที่อยู่ในบ้านขมวดคิ้วสงสัยเดินไปดูที่หน้าต่าง ยายคล้ายที่นุ่งโจงกระเบนใส่เสื้อแม่ไก่ (เสื้อคอกระเช้า) กำลังใช้ไม้แคะน้ำมันปนเศษไม้ในช่องโหว่ของต้นยาง

                “ทำไหรล่ะยาย (ทำอะไรล่ะยาย)?” สมภพตะโกนถาม

                “แคว็กขี้ชันไปอุดครกติ่มข้าว (ขุดขี้ชันไปอุดครกตำข้าว)” ยายคล้ายตะโกนบอก

                สมภพอมยิ้มก่อนจะถอยออกจากหน้าต่างตาเหลือบเห็น ยายสีถือตะกร้าหวายใบเก่าพร้อมมีดพร้าที่ใส่อยู่ในตะกร้าเดินตรงมาทางยายคล้ายที่ตั้งหน้าตั้งตาขุดขี้ชันจนมือเกร็ง

                “แคว็กเข้าๆ (ขุดเข้าๆ) อีคล้าย วังๆเดี๋ยวเข็ดมือ (ระวังๆเดี๋ยวเจ็บมือ) ” ยายสีแซวเพื่อนอารมณ์ดี พร้อมดึงผ้าเช็ดหน้าจากชายพกโจงกระเบนเช็ดน้ำลายสีแดงมุมปาก

                “หมึงกะแขบๆเข้าตะ ได้มาตั้งวงกันหล่าว (มึงก็รีบๆเข้าเถอะ ได้มาตั้งวงกันอีก) วันนี้ขาครบ หนุกแหล่ะเรา (สนุกกันแหล่ะเรา)” ยายคล้ายพูดไม่หันมามอง ส่วนยายสีหัวเราะร่าเดินผ่านไป

                บ่ายคล้อยเสียงเฮฮาดังจากบ้านยายคล้าย สมภพทำหน้านิ่วพลางคิดในใจสามยายคงสนุกสนานมากเกินไปแล้ว

                หนุ่มเพิ่งบรรจุตำรวจย่างเท้าลงบันไดบ้าน หยุดยืนนิ่งคิด สุดท้ายก็ก้าวเดินตรงไปบ้านที่มาของเสียง เดินไปคิดไปว่าจะเอ่ยปากพูดกับยายๆอย่างไรดี ด้วยความเคารพและเกรงใจที่มีอยู่มากจนไม่รู้จะกล้าเอ่ยปากบอกหรือเปล่า

                ยิ่งเดินเข้าไปใกล้เสียงหัวเราะเสียงพูดคุยดังขึ้นตามลำดับ สมภพหยุดยืนอยู่ข้างกอไผ่มือเท้าสะเอวตัดสินใจว่าจะไปต่อหรือหันหลังกลับ

                บนตะแคร่เวลานี้สามสาวผู้เฒ่านั่งล้อมวง มือนั่นง่วนหยิบสิ่งของกลางวง หยิบบ้างวางบ้าง ปากก็คุยสลับหัวเราะสนุกสนานลืมสิ่งรอบข้าง

                สมภพตัดสินใจเดินตรงไปที่ตะแคร่ ยายทาหันหน้ามาเห็นก็ส่งยิ้มน้ำหมากเยิ้มให้

                “สงสัยเสียงดัง รบกวนไอ้หลานบ่าวแล้ว (รบกวนหลานชายแล้ว) ” ยายทาเอ่ยขึ้น

                “ผมว่าหมันไม่ดีนะยาย หยุดตะ (ผมว่ามันไม่ดีนะยาย หยุดเถอะ) !! ” สมภพเอ่ยขึ้น

                “ไอ้ไหรไม่ดี (อะไรไม่ดี)?” ทั้งสามยายหันมาถามขึ้นพร้อมกัน

                “ตั้งวงเล่นพันนี้หมันไม่ดี (ตั้งวงเล่นแบบนี้มันไม่ดี)” สมภพย้ำ

                “ตั้งวงทิ่มหมาก (ตำหมาก) เนี่ยนะ !!! ”