Get Adobe Flash player

พ่อไม่สาไหร!! โดย..เชิงภู

Font Size:

 

                กลางทุ่งเวิ้งว้างแต่เขียวชอุ่มไปด้วยใบข้าวที่พร้อมใจกันร่ายร่อนเคลื่อนไหวยามลมพัดผ่าน กอข้าวแข็งแรงที่ยืนชูชันอยู่ในน้ำ อีกไม่นานข้าวคงออกรวง

                เพิ่งเช้าตรู่น้ำค้างยังไม่แห้งหาย เด็กชายตัวจ้อยใส่เสื้อยืดสีดำตัวใหญ่จนดูรุ่มร่ามกางเกงนักเรียนตัวเก่า สะพายข้องเดินบนคันนาตรงไปข้างหน้า ใบข้าวลูบตัวทักทายยามเดินผ่านจนเนื้อตัวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำค้าง

                สองเท้าเปล่าที่เลอะไปด้วยดินโคลนและใบหญ้ายังคงสาวเดินไปข้างหน้า ผ่านมุมคันนาเสียงบางอย่างคล้ายดิ้นรนกระโดดจนน้ำกระจาย ปากซีดเซียวยิ้มดีใจกับภาพตรงหน้า ปลาช่อนตัวใหญ่ติดเบ็ดคันเล็กที่โคนเบ็ดปักแน่นกับดินข้างคันนา คันเบ็ดโก่งจนจวนเจียนจะหัก

                เจ้าช่อนโชคร้ายดิ้นขลุกขลักอยู่ในข้อง อภิเชษฐ์ หรือไอ้เชษ เด็กชายตัวจ้อยทำอะไรบางอย่างอยู่ข้างสายเบ็ด ไม่นานลูกเขียดตัวน้อยที่โดนเบ็ดเกี่ยวหลังกระโดดโหยงเหยงอยู่ในน้ำแทนปลาช่อน

                “ไปไหนมา?” เสียงถามดังขึ้นเมื่อเชษเดินเลี้ยวเข้าประตูบ้าน เด็กชายเงยหน้ามองแล้วยิ้มก่อนยกมือไหว้ผู้ชายที่หน้านั้นเครารกครึ้ม

                “ไปดูเบ็ดมาครับ” เชษตอบพ่อ พ่อมองพิจารณาตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนยกมือลูบหัวและเดินขึ้นบ้านไป ปล่อยให้เด็กชายตัวจ้อยยืนยิ้มค้าง

                พ่อแม่ลูกนั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกัน แม่นั้นหน้าตาสดใสมีรอยยิ้มในดวงหน้า ส่วนพ่อนั้นใบหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เชษค่อยๆเงยหน้าขึ้นดูพ่อ รู้สึกสุขใจที่เห็นรอยยิ้มของแม่ เกือบเดือนแล้วที่พ่อหายไป พร้อมกับรอยยิ้มที่หายไปจากหน้าแม่ เด็กชายไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อกับแม่ไม่อยู่ด้วยกัน พ่อไปๆมาๆ ตลอดตั้งแต่จำความได้ ถามแม่ว่าพ่อไปไหนแม่ก็ไม่เคยบอก บางครั้งหายไปเดือนกว่า แต่ส่งเงินมาให้แม่ใช้เสมอๆ

                “ที่บอกว่าไม่บาย พันพรือมั่ง หายดีแล้วม่าย (ที่บอกว่าไม่สบายเป็นไงบ้างหายดีหรือยัง)?” พ่อถามเชษที่ช่วยแม่เก็บถ้วยกับข้าวใส่ตู้

                “ดีขึ้นแล้ว แต่ต้องไปหาหมอทุกสองเดือน” แม่ตอบแทนเชษ

                “อ้อ เธอก็ดูแลตัวเองกันนะ (ด้วยนะ) เป็นภูมิแพ้ต้องดูแลตัวเองมากๆ” พ่อพูดกับแม่

                แสงแดดลอดส่องเข้าทางหน้าต่างไม้ ปลุกให้เชษลืมตาตื่น เด็กชายรู้สึกเหมือนมีมือใครมาลูบหัว ร่างกายนอนนิ่งอยู่บนที่นอน รู้สึกเหนื่อยจนบอกไม่ถูก เหมือนไม่มีเรี่ยวแรง แต่รอยยิ้มผุดขึ้นมาเมื่อนึกได้ว่าพ่อกลับบ้านแล้วเมื่อวาน เด็กชายค่อยๆลุกขึ้นพยุงตัวลุกจากที่นอน

                ลมเช้าเย็นสดชื่น หน้าบ้านทะเลทุ่งข้าวเขียวสุดลูกหูลูกตา เชษมองหาพ่อแต่เห็นผู้เป็นแม่ที่หน้าตาเศร้านิดๆจัดเตรียมอาหารเช้าอยู่ในครัว

                “พ่อไปแล้ว” เชษพึมพำกับตัวเอง รู้สึกน้อยใจที่พ่อจากไปอีกครั้ง

                มือแม่ลูบหัวเด็กชายอย่างปลอบโยนเพราะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของลูกชาย เธอเองก็รู้สึกเช่นเดียวกันแต่ต้องเข้มแข็งให้ลูกเห็น

                “พ่อไปทำงานนะ อย่าคิดมาก เดี๋ยวพ่อก็หลบ (กลับ) มา” แม่ปลอบใจ “ ไปอาบน้ำนะ จะได้มากินข้าว แล้วไปโรงเรียน” แม่บอกเบาๆ

                จักรยานคันเก่าปั่นไปข้างหน้าช้าๆ โรงเรียนขยายโอกาสอยู่ไม่ไกลบ้านมากนัก เชษไม่ได้รีบร้อนเพราะยังเช้าอยู่มาก เด็กชายถึงแม้จะอายุสิบสามแล้วแต่ร่างกายผอมเล็กซีดเซียวเพราะไม่สบายมานาน

                สองขาปั่นจักรยาน ร่างกายสั่นเล็กน้อยเพราะลมเย็น เชษรู้สึกน้อยใจพ่อจนน้ำตาคลอ ตั้งแต่จำความได้ ไม่เคยได้อยู่ด้วยกันครบพ่อแม่ลูก พ่อกอดเขาจนนับครั้งได้ ถึงแม้ส่งเงินมาให้ใช้ไม่เคยขาด แต่อยากให้พ่ออยู่บ้านมากกว่า เพื่อนบ้านนินทาว่าพ่อว่าเป็นพ่อไม่สาไหร (ไม่ได้เรื่อง) หรือจะเป็นแบบนั้นจริงๆ เชษคิดได้เท่านั้นทุกอย่างก็วูบไป !!

                “ต้องผ่าตัดแล้วนะคุณแม่ แต่ยังไม่มีใครบริจาคมาเลย” เชษสะลึมสะลืออยู่บนเตียงคนป่วยในโรงพยาบาล ไม่นานนักเด็กชายก็ได้ยินเสียงแม่ร้องไห้อย่างหนัก รับรู้ได้ถึงความทุกข์ใจของแม่ แต่ขยับตัวไม่ได้เลย

                ห้องผ่าตัดดูหน้ากลัว ทั้งหมอและผู้ช่วยพยาบาลเต็มไปหมด ทุกคนพร้อมทำหน้าที่ตัวเอง เชษนอนอยู่บนเตียงผ่าตัด ไฟดวงใหญ่เปิดสว่างจ้าอยู่ด้านบน เตียงผู้ป่วยอีกเตียงที่มีคนนอนอยู่ถูกเข็นเข้ามา เด็กชายคิดถึงแม่ นึกถึงหน้าพ่อก่อนความรู้สึกจะดับวูบลง

                เสียงนกร้องจิ๊บๆอยู่บนต้นไม้ใกล้หน้าต่างห้องพักฟื้น บนเตียงผู้ป่วยเชษที่ยังนอนนิ่งแต่หน้าตาดูสดใสมีเลือดฝาดมากกว่าเก่า เด็กชายเริ่มขยับตัวเล็กน้อยทำหน้านิ่วเจ็บปวด พร้อมกับที่คุณหมอเดินเข้ามาตรวจพอดี

                “คุณแม่สบายใจได้เลยนะครับ ผ่าตัดแล้ว ลูกชายจะหายดีไม่มีปัญหาเรื่องไตอีก” หมอบอกแม่ที่ยืนอยู่ข้างเตียง เธอยกมือไหว้น้ำตาซึม

                “ แม่” เสียงเรียกเบาๆ จากเด็กชายบนเตียง ผู้เป็นแม่ลูบหัวลูบหน้าเชษ ยิ้มอย่างโล่งใจ

                เตียงผู้ป่วยถูกเข็นเข้ามาข้างๆเตียงของเชษ ผู้ชายตัวใหญ่ใส่ชุดโรงพยาบาลสีเดียวกับเชษ ใบหน้าเครารกครึ้ม ส่งยิ้มให้ทั้งแม่และลูก