Get Adobe Flash player

แกงไหร ? โดย..เชิงภู

Font Size:

 

                แสงอาทิตย์อ่อนแรงความร้อนผ่อนคลาย ใบข้าวเขียวอมน้ำตาลสะบัดโบกล้อลมอย่างเสียไม่ได้ และเหมือนจะทักทายคนท่องทุ่งยามเย็น

                กลางทุ่งนาข้างคูน้ำขนาดเล็กหนุ่มใหญ่ตัวคล้ำผมหยิกขอด กำลังนั่งยองๆวางลัน(อุปกรณ์จับสัตว์น้ำทำด้วยไม้ไผ่ ยาวทรงกระบอกไว้วางจมลงในบริเวณน้ำตื้น) ลงข้างตัว ปูนาที่ถูกตากแดดไว้ข้างพงหญ้าริมคูนั้นส่งกลิ่นเหม็นเน่าแมลงวันบินตอม เขาหยิบโยนเข้าไปในลันจนหมดแล้วนำลันไปจมลงในคูน้ำ

                กอไผ่หลังบ้านนกส่งเสียงร้องต้อนรับวันใหม่ลันถูกเก็บกลับมาแขวนอยู่ใต้ถุนบ้าน ภายในตัวลันว่างเปล่า น้ำจากตัวลันหยดติ๋งๆ ลงดิน 

                หนุ่มผมหยิกดึงตะไคร้ขึ้นจากดิน บิดปลายใบออกนำไปรูดอะไรบางอย่างที่นอนขดอยู่ในกะละมังใบเก่า จนตัวขาวใสเห็นเนื้อขาวจั๊ว เขาใช้มีดหั่นแล่เอาเฉพาะเนื้อส่วนกระดูกโยนทิ้งไปแล้วเดินตรงไปยังพุ่มกอข่า ใช้จอบขุดข่าขึ้นมาทั้งอ่อนและแก่ใช้มีดตัดปลายใบของข่าออกโยนไปรวมกันกับซากกระดูกยาวๆ สดใหม่คล้ายกระดูกงูที่มดเริ่มไต่ตอม

                ใบชะพลูข้างบ่อน้ำเขียวงามเต็มสองกำมือวางบนตะแคร่ ข้างๆคือข่าสดที่ทุบจนแตกแบน และตะไคร้สามต้น  ส่วนเนื้อขาวจั๊วอัดแน่นเต็มกะละมัง

                หนุ่มผมหยิกเงยหน้ามองต้นมะพร้าวหลังบ้าน ที่ลูกมะพร้าวเปลือกสีน้ำตาลเรียงรายห้อยอยู่ ไม่กี่อึดใจเขาก็นั่งอยู่บนทางมะพร้าวใช้เท้าหนาใหญ่ตีบลูกมะพร้าวแก่ร่วงลงดิน มะพร้าวเปลือกสีน้ำตาลเกือบหมดต้นเขาปีนลงอย่างคล่องแคล่วจนลิงอาย

                มือที่จับมีดพร้าสับปอกเปลือกมะพร้าวอย่างชำนาญ  ปอกเสร็จวางลูกมะพร้าวกลางฝ่ามือ สันมีดพร้าตีโป๊กลง มะพร้าวแตกออกเป็นสองข้าง น้ำมะพร้าวไหลลงง่ามมือ

                เหล็กแหลมคมของกระต่ายขูดมะพร้าวทำหน้าที่อย่างว่องไวตามมือสองข้างที่พลิกซ้ายพลิกขวา ไม่ช้ามะพร้าวขูดขาวเต็มกะละมังที่ตั้งรองรับอยู่ด้านล่าง 

เสียงตำเครื่องแกงดั่งสนั่นลั่นบ้าน เครื่องพริกแกงที่ผสมรวมกันในครกหินทั้งพริกขี้หนูตะไคร้ กระเทียม ขมิ้น ดีปลีเชือก (สมุนไพรดีปลี ปักษ์ใต้เรียกดีปลีเชือก) ทุกอย่างแหลกเข้ากัน

เตาถ่านไฟกำลังลุกโชน เพราะเอาเศษไม้ก่อไฟควันเลยคลุ้งทั่วบริเวณตะแคร่ใต้ถุนบ้าน  หนุ่มผมหยิกไม่ได้สนใจแต่อย่างใด สีหน้าและสายตามุ่งมั่นกับการทำบางสิ่งบางอย่าง

น้ำกะทิสีขาวไหลหยดจากมือที่บีบเค้น กากมะพร้าวถูกเหวี่ยงเทอย่างไม่ใส่ใจ หัวกะทิและหางกะทิเตรียมพร้อมอยู่ในถ้วยบนตะแคร่ เตาถ่านหมดควันพอดี หนุ่มผมหยิกไม่รอช้าตักกะปิใส่ครกตำอีกครั้งพอเครื่องแกงเข้ากันดีก็ตั้งกระทะใบเก่าบนเตาถ่าน  ค่อยๆเทหัวกะทิลงไป คนไปสักพักตักเครื่องแกงในครกใส่ลงในหัวกะทิ คนจนเครื่องแกงและน้ำกะทิกลายเป็นสีเหลืองเข้ม

น้ำแกงในกระทะเดือดพล่าน เนื้อขาวจั๊วถูกเทลงใส่พร้อมฝาละมี (ฝาหม้อ) ปิดกระทะไว้ คนทำหายไปพักใหญ่กลับมาพร้อมใบมะกรูด เมื่อเปิดฝาละมีออก จัดแจงใส่ข่าทุบและฉีกใบมะกรูดตามลงไป ปิดฝาไว้อีกครั้ง หันหลังไปจัดแจงล้างครกวางคว่ำเรียบร้อยบนตะแคร่

น้ำแกงเดือดจนเหลือแค่น้ำขลุกขลิกเนื้อขาวจั๊วตอนแรกนั้นเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้มตามน้ำแกงดิ้นดุ๊กดิ๊กอยู่ในกระทะ หนุ่มผมหยิกใช้จวักคนแกงแล้วเทหางกะทิใส่ลงไปปิดฝาอีกครั้ง ไม่นานก็ตักชิม หยิบนั่นเติมนี่จนได้ดั่งใจ ก็ใส่สิ่งสุดท้ายคือใบชะพลู แกงหอมลอยตามลม เขาสูดดมอยู่เหนือกระทะ อมยิ้มมีความสุขกับกับข้าวที่บรรจงทำด้วยตัวเอง

“ อัยยา!! บ้านนี้แกงหอมแรง แวะก่อนดีหวา (บ้านนี้แกงหอมเหลือเกิน แวะก่อนดีกว่า)” เสียงจากชายหนุ่มวัยไล่เลี่ยกันดังมาจากหน้าบ้าน

“ แกงเสร็จมาพอดีนะมึง” หนุ่มผมหยิกแซวเพื่อน

“ อ่ะแน่นอน!! กูคนฉลาด ข้าวหุงแล้วม่าย (ข้าวหุงหรือยัง)?” ผู้มาใหม่ยังคงถามต่อ

“ เรียบร้อยแล้วพร้อมให้มึงกิน เพื่อนเหอ (เพื่อนเอ๊ย)” หนุ่มผมหยิกพูดแดกดัน

“ ฮ่าฮ่าฮ่า ขอบใจอย่างแรง(ขอบใจมากๆ)” เสียงตอบกลับไม่สะทกสะท้าน

“ ก่อนอิกิน (ก่อนจะกิน) ไปล้างโคม (กะละมัง) ล้างถ้วยให้กูก่อน บนแคร่ (ตะแคร่) เก็บไปล้างข้างบ่อ (น้ำ) โน่น” หนุ่มผมหยิกบอก ซึ่งผู้มาใหม่ก็ทำตามไม่รีรอ

หลังล้างทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็เดินกลับมาผ่านซากกระดูกขาวยาวเรียวที่มดมากมายรุมทึ้งไต่ตอม ผู้มาใหม่ขมวดคิ้วสงสัยว่ามันคือกระดูกอะไร

“ โดกไอ้ไหร (กระดูกอะไร) อยู่ตรงโน่น? ยาวจัง มดขึ้นเต็มไปหมด” ถามพลางจัดวางถ้วยชามที่ล้างเสร็จ  “ ตกลงมึงแกงไหร (แกงอะไร)? อย่าบอกนะว่าแกงงู ”

“ เออ! ไอ้โดก (กระดูก) ยาวนั่นแหล่ะ กูเอามาแกง” หนุ่มผมหยิกบอกเสียงดัง

“ ตกลงแกงไหรบอกมาถิ (ตกลงแกงอะไรบอกมาซิ)?” คนมาใหม่ยังคงย้ำถาม

“ กูคั่วไหลนิ (แกงคั่วปลาไหล) !! ”