Get Adobe Flash player

พี่เท่งหลบบ้าน โดย..เชิงภู

Font Size:

 

                ใจกลางเมืองหลวงที่บนท้องถนนรถติดยาวเหยียด ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์เบียดเสียดซิกแซ็กตรงไปข้างหน้า ควันรถพวยพุ่งคละคลุ้งผสมกับเปลวแดด ผู้คนบนไหล่ทางถนนเดินสวนกันไปมาอย่างเร่งรีบ ทุกคนหน้าตาเฉยเมยไร้ซึ่งรอยยิ้ม

                มอเตอร์ไซด์คันสีดำที่คนขับนั้นเนื้อตัวมิดชิดตั้งแต่หัวจรดเท้าหักหัวเลี้ยวซ้ายเข้าซอยเล็กที่แยกจากถนนใหญ่ คนขับประคองรถไปข้างหน้าอย่างช้าๆ สองข้างเป็นห้องแถวยาวตลอดแนว ไม่นานนักรถมอเตอร์ไซค์ก็จอดสนิทหน้าห้องเช่าห้องหนึ่ง

                หมวกกันน็อคถูกถอดออกตามด้วยหมวกไอ้โม่ง เผยให้เห็นหน้าตาคนขับรถมอเตอร์ไซด์ที่ดูอ่อนล้าเหน็ดเหนื่อย เขาเก็บหมวกไว้ในตะกร้ารถด้านหน้าหันไปถอดถุงมือออกและเสื้อแขนยาวที่ปักชื่อบริษัทด้านหลังอย่างชัดเจน

                “อ้าว พี่เท่งทำไมกลับไวจัง เลิกงานแล้วเหรอคะ?” เสียงจากสาวข้างห้องทักทาย   “รึเพราะใกล้ปีใหม่แล้ว บริษัทคงหยุดแล้วซิ?” สาวเจ้ายังคงถามต่อ

                “ใช่แล้วจ้า บริษัทหยุดปีใหม่แล้ว พี่รีบกลับมาเตรียมตัวกลับบ้านที่ต่างจังหวัดวันพรุ่งนี้น่ะ” หนุ่มน้ำเสียงทองแดงตอบกลับสาวเพื่อนห้องเช่า

                ภายในห้องเช่าขนาดเล็กที่มีแค่ห้องสี่เหลี่ยมด้านหน้ากับห้องน้ำเล็กๆด้านข้าง บนฝาผนังเต็มไปด้วยตะปูที่ตอกไว้ตะปุ่มตะป่ำถูกโยงด้วยเชือกฟางทำเป็นราวผ้า เสื้อผ้าใส่ไม้แขวนบ้างพาดไว้บ้างอย่างไม่ใส่ใจจนทำให้ห้องดูรกอย่างชัดเจน  กลางพื้นห้องที่นอนถูกพับไว้ไม่เป็นระเบียบ ขวดน้ำเปล่ากระจัดกระจาย แต่หนุ่มที่นุ่งผ้าขาวม้าเพียงผืนเดียว ไม่ได้สนใจสิ่งรอบกายเลยกำลังจดจ่อกดโทรศัพท์มือถือเครื่องน้อยที่อยู่ในมือ

                “ฮัลโหล!! แม่เหอบายดีม่าย (แม่เหรอสบายดีไหม)?” เท่งพูดภาษาถิ่นใต้กับโทรศัพท์ในมือ “เออ หลบต่อเช้านั่นแหล่ะ (ใช่ กลับพรุ่งนี้นั่นแหล่ะ)” เขายังคงสนทนาต่อ “แล้วจองไซรตั๋วรถไฟ (จะจองทำไมตั๋วรถไฟ) ไปชั้นสามนี่แหล่ะ สะดวกไม่มีปัญหา”

                หนุ่มวัยสามสิบต้นๆเช็ดทำความสะอาดเป้ใบเก่าหลังคุยโทรศัพท์เสร็จแล้ว เพื่อเตรียมใส่เสื้อผ้าเดินทางกลับภูมิลำเนาในวันพรุ่งนี้ กว่าจะถึงบ้านก็คงปีใหม่พอดี

                หลอดไฟหน้าห้องเช่ายังคงส่องแสง เพราะเพิ่งจะตีห้าแต่ผู้คนเริ่มสัญจรผ่านไปมาแล้ว บางคนก็ย่ำเท้าเดิน รถยนต์กับมอเตอร์ไซค์เริ่มสวนกันบนถนนหน้าห้องเช่า

                เก้าโมงเช้าประตูห้องเช่าเปิดออก หนุ่มปักษ์ใต้ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์และเสื้อยีนส์คลุมทับอีกชั้นสะพายเป้กลางหลัง หลังจากเข็นรถมอเตอร์ไซค์เข้าเก็บในห้องเช่าและล็อคกุญแจห้องเรียบร้อยแล้ว เขาเดินไปหน้าห้องเช่าข้างๆ

                “น้องสร้อยๆ อยู่มั้ย? พี่ฝากห้องด้วยนะ” ชายหนุ่มอมยิ้มเมื่อได้ยินเสียงตอบจ้าจากในห้อง พร้อมหันหลังเดินสู่ถนนใหญ่

                ผู้คนทั้งไทยและชาวต่างชาติพลุกพล่านเดินเบียดเสียดกัน ณ สถานีหัวลำโพง เท่งเดินตรงไปที่ช่องขายตั๋วขบวนกรุงเทพฯยะลา ไม่นานนักเขาก็เดินเล่นอยู่บนชานชาลาเพื่อเตรียมตัวขึ้นขบวนรถตามตั๋วในมือ

                สิ้นเสียงประชาสัมพันธ์ขบวนรถสู่ถิ่นใต้ขยับตัว คนแน่นทุกที่นั่งแม้จะเป็นชั้นสาม เท่งเลือกที่นั่งได้ใกล้หน้าต่าง แต่ไม่นานนักเขาก็ต้องสละที่ให้คุณยายท่านหนึ่ง ส่วนตัวเขาระเห็จไปยืนข้างประตูทางขึ้นลงรถไฟ

                สองข้างทางที่รถไฟเคลื่อนผ่าน ความมืดคลุมแผ่ไปทั่วหลอดไฟเริ่มส่องแสง เท่งปูหนังสือพิมพ์บนพื้นรถไฟข้างห้องน้ำและเชื้อเชิญให้ชายหนุ่มที่ยืนเก้ๆกังๆ นั่งด้วยกัน

                “น้องบ่าวลงถานีไหน (น้องชายลงสถานีไหน)?” เท่งหนุ่มเมสเซ็นเจอร์เมืองกรุงถามชายรุ่นน้อง

                “ผมลงถานี (สถานี) ทุ่งสงครับ แล้วพี่บ่าวล่ะ?” หนุ่มรุ่นน้องตอบนอบน้อม พร้อมถามกลับ

                “พี่ลงพัดลุง (พัทลุง)” เท่งตอบ

                “รถไฟขบวนนี้สิ้นสุดที่ยะลาเหอพี่ (รถไฟขบวนนี้สิ้นสุดที่ยะลาเหรอพี่)?” เสียงถามต่อ

                “ใช่แล้วน้องบ่าว ถึงทุ่งสง ชะอวด จอดพัดลุง (พัทลุง) และก็พ้นไปหาดใหญ่”         “นอนยาวได้เลยอีกนานหวางอิถึงบ้าน (อีกนานกว่าจะถึงบ้าน) รถไฟไทย!! ” เท่งตอบยิ้มๆ

                สองหนุ่มคุยกันถูกคอ เพราะเป็นคนแดนสะตอเหมือนกัน ตกดึกก็ยังไม่หลับเพราะรถไฟชั้นสามผู้คนพลุ่กพล่าน ทั้งคนเดินยืดเส้นยืดสายและพ่อค้าแม่ค้าที่ยังคงส่งเสียงขายสินค้าตลอดเวลา

                เท่งสะดุ้งเมื่อรถไฟจอดเอี๊ยด หนุ่มรุ่นน้องสะกิดไหว้ลาบอกว่าถึงสถานีทุ่งสงแล้ว เขาเดินไปส่งหน้าบันไดรถไฟ โบกมือลาพร้อมกับรถไฟที่เริ่มเคลื่อนช้าๆ ท่ามกลางความมืด..ที่เริ่มจางอ่อน

                เท่งกอดกระเป๋าหลับตา ไม่นานก็ผล็อยหลับไปอีกครั้ง และรู้สึกตัวอีกทีเมื่อมีเสียงตะโกนโหวกเหวกของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา เขาลืมตารับแสงจ้าที่ส่องเข้าตัวรถไฟพร้อมกับที่รถไฟชะลอตัววิ่งช้าๆจนจอดสนิท “ ถึงบ้านเสียที!!” เท่งบ่นพึมพำพร้อมย่างก้าวลงจากรถไฟ

                “ ที่นี่สถานีหาดใหญ่ ที่นี่สถานีหาดใหญ่ ผู้โดยสารประสงค์จะลงที่นี่ กรุณา...”

                “ !!?”